รัฐประหาร 8 พฤศจิกายน และ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2490 (ตอนที่ 25): คณะรัฐมนตรี คณะที่ 19 เป็นรอยัลลิสต์ จริงหรือ ? : พันเอก น้อม เกตุนุติ

 

ไชยันต์ ไชยพร

หลังรัฐประหาร 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 ในวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 ได้มีประกาศพระบรมราชโองการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี คณะที่ 19 (11 พฤศจิกายน 2490 – 21 กุมภาพันธ์ 2491) มีนายควง อภัยวงศ์ เป็นนายกรัฐมนตรี โดยกรมขุนชัยนาทนเรนทร ประธานอภิรัฐมนตรีเป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

ถ้าพิจารณาตามมมาตรา 74 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2490 ที่กำหนดไว้ว่า  “พระมหากษัตริย์ทรงตั้งคณะรัฐมนตรีขึ้นคณะหนึ่ง ประกอบด้วยนายกรัฐมนตรีคนหนึ่ง และรัฐมนตรีอย่างน้อยสิบห้าคน อย่างมากยี่สิบห้าคน ในการตั้งนายกรัฐมนตรี ประธานคณะอภิรัฐมนตรีเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ

รัฐมนตรีต้องไม่เป็นข้าราชการประจำ” ก็อาจเข้าใจไปว่า คณะรัฐมนตรีคณะนี้แต่งตั้งโดยพระมหากษัตริย์ นั่นคือ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช (ยังไม่ทรงเข้าพิธีบรมราชาภิเษก) แต่ในความเป็นจริง คณะรัฐประหาร ดังนั้น คณะรัฐประหารจึงเป็นผู้มีอิทธิพลในทางพฤตินัยต่อการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี รวมทั้งตัวนายควง อภัยวงศ์นายกรัฐมนตรีด้วย                     

คณะรัฐมนตรี คณะที่ 19 ประกอบด้วย

1.หม่อมเจ้าวิวัฒนไชย ไชยันต์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

2. พระยาศรีวิสารวาจา (เทียนเลี้ยง ฮุนตระกูล) เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

3. นายประจวบ บุนนาค เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

4. พลเรือตรี เล็ก สุมิตร เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

5. พลโท หลวงชาตินักรบ (ศุข นักรบ) เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

6. พันเอก น้อม เกตุนุติ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม

7. นายควง อภัยวงศ์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตราธิการ

8. พลอากาศตรี มุนี มหาสันทนะ เวชยันต์รังสฤษฎ์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

9. หม่อมหลวงอุดม สนิทวงศ์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

10. หม่อมหลวงเดช สนิทวงศ์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

11. พลโทชิต มั่นศิลป์ สินาดโยธารักษ์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยฃ

12. พระยาอรรถการีย์นิพนธ์ (สิทธิ์ จุณณานนท์) เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

13. หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

14. นายเลื่อน ศราภัยวาณิช เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

15. นาวาเอก หลวงศุภชลาศัย (บุง ศุภชลาศัย) เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

16. นายชม จารุรัตน์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

17. หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช เป็นรัฐมนตรี

18. นายเลื่อน พงษ์โสภณ เป็นรัฐมนตรี

19. นาวาเอก พระยาวิชิตชลธี (ทองดี สุวรรณพฤกษ์) เป็นรัฐมนตรี   

20. นายศรีเสนา สมบัติศิริ เป็นรัฐมนตรี

21. หลวงอังคณานุรักษ์ (สมถวิล เทพาคำ) เป็นรัฐมนตรี

ประกาศเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2490 คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายและวุฒิสภาได้อภิปรายนโยบายของคณะรัฐมนตรีในวันที่ 27 – 28 และ 29 พฤศจิกายน 2490 จึงได้ให้ความไว้วางใจ   

ผู้เขียนจะขอกล่าวถึงประวัติของรัฐมนตรีแต่ละท่าน ได้กล่าวถึง หม่อมเจ้าวิวัฒนไชย ไชยันต์และพระยาศรีวิสารวาจา คุณประจวบ บุนนาค พลเรือตรีเล็ก สุมิตร และล่าสุดคือ พลโทชิต มั่นศิลป์ สินาดโยธารักษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และพบว่า การที่พลโทชิต มั่นศิลป์เข้าร่วมเป็นรัฐมนตรีในคณะรัฐมนตรี คณะที่ 19 เพราะท่านเป็นนายทหารที่เป็นที่เคารพนับถือในฐานะที่เป็นนายทหารอาชีพ มีความคิดที่เป็นอิสระ เข้าร่วมกับขบวนการเสรีไทยทั้งๆที่อยู่ตรงข้ามกับฝ่ายกองทัพส่วนใหญ่ และเห็นด้วยกับแนวคิดและจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ และท่านมีบารมีระดับที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีหรือแกนนำรัฐบาลของนายทหารระดับเสนาธิการที่คิดก่อการยึดอำนาจจากรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงครามและแกนนำทหารที่ครองอำนาจในขณะนั้น  พลโทชิต มั่นศิลป์จึงไม่ได้เป็นนายทหารที่อยู่ฝ่ายทำรัฐประหาร 8 พฤศจิกายน 2490 และก็ไม่ได้มีข้อมูลร่องรอยว่าเป็นท่านเป็นรอยัลลิสต์แต่อย่างใด

ต่อไปคือ พันเอก น้อม เกตุนุติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม

พันเอกน้อม เกตุนุติ เกิดเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2441 บิดาชื่อ อำมาตย์โท พระภักดีนุรักษ์ (จีน เกตุนุติ) มารดา นางภักดีนุรักษ์ (แฉล้ม เกตุนุติ) ท่านเป็นคนกรุงเทพฯ เกิดที่ถนนวรจักร อำเภอสามยอด จังหวัดพระนคร จบโรงเรียนนายร้อยทหารบก พ.ศ. 2464 รุ่นหลังจอมพล ป. พิบูลสงครามราว 4-5 ปี  ท่านเป็นสมาชิกคณะราษฎรสายทหารบก ตั้งแต่ยศร้อยเอก [1] ก่อนเปลี่ยนแปลงการปกครอง ท่านได้รับแต่งตั้งให้เป็นนายทหารฝึกหัดราชการ แผนกโรงเรียนทหารม้าเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2475 หลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้บังคับกองร้อยที่ 1 กองพันทหารม้าที่ 1 รักษาพระองค์เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2476  ในเดือนธันวาคม 2476 ท่านได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประเภทที่ 2 ต่อมาท่านได้ลาออกเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2479 และได้รับแต่งตั้งอีกครั้งขณะที่ครองยศพันตรี เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2481 แทน พ.ต. ทวนวิชัยขัทคะ สหายสนิทของท่าน โดยทั้งสองนายทหารนี้ได้ชื่อว่าเป็นสองใน “4 ทหารม้าคณะราษฎร” ที่ “นำโดย ‘ยอดทหารม้าจากโซมูร์’ ร.อ.หลวงทัศไนยนิยมศึก (ทัศนัย มิตรภักดี) 1 ใน 7 ผู้ริเริ่มก่อการจากฝรั่งเศส ตามด้วยผู้ใต้บังคับบัญชาอีก 3 นาย ไล่เรียงจากอายุ (ยศทหารปีก่อการ)  คือ ร.ท.น้อม เกตุนุติ ร.ท.ทวน วิชัยขัทคะ (วิชัยลักขณา) และ ร.ท.ไชย ประทีปเสน” [2]

ท่านมีบทบาทสำคัญต่อเนื่องในกองทัพบก โดยสลับรับราชการในกรมยุทธการ กรมจเร และกรมเสนาธิการทหารบก รวมถึงแผนกทหารม้าและแผนกการสัตว์พาหนะ ใน พ.ศ.2483 เขาได้ปฏิบัติหน้าที่ในสมรภูมิสงครามอินโดจีน และต่อมาเข้าร่วมสงครามมหาเอเชียบูรพาระหว่าง พ.ศ.2485–2489 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เขาดำรงตำแหน่งสำคัญ อาทิ หัวหน้าแผนกการสัตว์พาหนะ กรมเสนาธิการทหารบก และหัวหน้าแผนกทหารม้า โดยได้ประดับยศพันเอก เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2485 [3]     

ตำแหน่งสุดท้ายในกองทัพบกที่ท่านได้รับแต่งตั้งเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2489  คือ นายทหารประจำกองบังคับการ กรมจเรทหารบกโดยขณะนันท่านมียศพันเอก หลังจากนั้นเพียงเดือนเดียว ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2489 ท่านได้ตัดสินใจลาออกจากราชการเป็นนายทหารกองหนุนไม่มีเบี้ยหวัด (เพื่อรับบำนาญ) สังกัดจังหวัดทหารบก กรุงเทพฯ เพื่อไปรับตำแหน่งรัฐมนตรีครั้งแรก คือ เป็น จากนั้นท่านได้ตัดสินใจเข้าร่วมเป็นรัฐมนตรีในคณะรัฐมนตรี คณะที่ 14  (2 กุมภาพันธ์ 2489 – 24 มีนาคม 2489) ที่มีนายควง อภัยวงศ์เป็นนายกรัฐมนตรี และได้รับแต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรีสั่งราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2489 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของคณะรัฐมนตรี คณะที่ 14 โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมขณะนั้นคือ พลโท ชิต มั่นศิลป์ สินาดโยธารักษ์ เข้าใจว่าผู้แต่งตั้งให้ท่านสั่งราชการแทนก็คือ พลโทชิต มั่นศิลป์ สินาดโยธารักษ์

หลังจากรัฐบาลนายควงต้องสิ้นสุดไปพร้อมกับความขัดแย้งระหว่างสองผู้ร่วมก่อการการเปลี่ยนแปลงการปกครองคนสำคัญ คือนายควง และนายปรีดี จนเป็นเหตุให้นายควงหันไปจับมือกับพี่น้องปราโมชตั้งพรรคประชาธิปัตย์ในเดือนเมษายน พ.ศ.2489

และไม่ต่างจาก พลโทชิต มั่นศิลป์ สินาดโยธารักษ์ คือ ตั้งแต่ คณะรัฐมนตรี คณะที่ 15 และ 16 ที่มี ปรีดี เป็นนายกรัฐมนตรี และ คณะที่ 17 และ 18 ที่มี พลเรือตรี ถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี พันเอกน้อม เกตุนุติ มิได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีใด และมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีอีกครั้งหลังรัฐประหาร 8 พฤศจิกายน 2490 ในคณะรัฐมนตรี คณะที่ 19 ในรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ที่มีพลโท หลวงชาตินักรบ (ศุข นักรบ) เป็นรัฐมนตรีว่าการ

ท่านเป็นรัฐมนตรีในคณะรัฐมนตรี คณะที่ 19 และ 20 ที่มีนายควง อภัยวงศ์เป็นนายกรัฐมนตรี และแม้ว่าหลังจากที่นายควงโดยจี้และบังคับให้ลาออก ท่านก็ยังได้เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตราธิการในคณะรัฐมนตรี คณะที่ 21 และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขในคณะที่ 22 (28 มิถุนายน 2492 – 29 พฤศจิกายน 2494) ที่มีจอมพล ป. พิบูลสงครามเป็นนายกรัฐมนตรี และในวันที่ 18 พฤศจิกายน 2493 ท่านได้รับแต่งตั้งให้เป็นสมาชิกวุฒิสภาอีกตำแหน่งหนึ่ง ต่อมาท่านต้องพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขในคณะรัฐมนตรี คณะที่ 22 เพราะจอมพล ป. พิบูลสงครามให้มีการทำรัฐประหารตัวท่านเอง จากนั้น พลตรีน้อม เกตุนุติ ก็ไม่ได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีอีกต่อไป

แม้ท่านจะเป็นนายทหารรุ่นหลังและมีอายุน้อยกว่าจอมพล ป. พิบูลสงคราม แต่ด้วยความที่ท่านเป็น “ผู้ที่มีนิสัยดีที่สุด..ทำให้นายทหารผู้ใหญ่หรือเพื่อนนายทหารทั่วไปแม้แต่จอมพล ป. พิบูลสงคราม รักใคร่นับถือพากันเรียกว่า ‘พี่น้อม’ ติดปากันทุกคน”  อีกทั้งคุณเรืองยศ บุตรสาวคนโตของพลตรี น้อม ได้สมรสกับพลเรือโท ประสงค์ พิบูลสงคราม บุตรชายคนที่สองของจอมพล ป. พิบูลสงคราม และท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม

การสมรสระหว่าง พลเรือโท ประสงค์ พิบูลสงคราม และ คุณเรืองยศ เกตุนุติ เกิดขึ้นในช่วงกลางทศวรรษ พ.ศ. 2490 (โดยประมาณคือปี พ.ศ. 2494–2495) ซึ่งเป็นช่วงหลังจากเหตุการณ์รัฐประหาร พ.ศ. 2490 ที่พลตรี น้อม เกตุนุติ ได้เข้าร่วมกับคณะทหาร และต่อมาได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในรัฐบาลของจอมพล ป. พิบูลสงคราม

แม้จะเคยร่วม พนมยงค์ และหลวงธำรงฯ แต่สถานการณ์ทางการเมืองทำให้เขาตัดสินใจร่วมกับคณะรัฐประหาร 8 พฤศจิกายน พ.ศ.2490 [4] ซึ่งโค่นล้มรัฐบาล พล.ร.ต.ถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ (หลวงธำรงฯ) และเปิดทางให้จอมพล ป. พิบูลสงครามกลับสู่อำนาจอีกครั้ง พันเอกน้อมได้รับความไว้วางใจให้เข้าร่วมคณะรัฐมนตรีในหลายตำแหน่งภายใต้รัฐบาลนายควง (รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม 11 พฤศจิกายน 2490 – 25 กุมภาพันธ์ 2491 และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตราธิการ 25 กุมภาพันธ์ -8 เมษายน 2491) และจอมพล ป. (รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตราธิการ 25 เมษายน – มิถุนายน 2492 และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข) อีกทั้งในวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ.2494 ได้รับพระราชทานยศเป็น ‘พลตรี’ เป็นการให้เกียรติทางทหาร แม้เขาจะออกจากราชการไปแล้วหลายปี  ชีวิตครอบครัวของพันเอกน้อมยังกระชับกับฝ่ายคณะรัฐประหารยิ่งขึ้น เมื่อในช่วงต้นทศวรรษ 2490 บุตรสาวคนโต นางเรืองยศ ได้สมรสกับบุตรชายคนรองของจอมพล ป. พิบูลสงคราม คือประสงค์ พิบูลสงคราม (ต่อมา มียศเป็นพลเรือโท)  นับจากกลางทศวรรษ พ.ศ.2490 บทบาทของพลตรีน้อม ก็ดูจะถอยห่างจากการเมืองใหญ่ จวบจนกระทั่งถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ.2513 [5]

จากข้างต้น ประมาณได้ว่า การที่พันเอกน้อม เกตุนุติ ตัดสินใจเข้าร่วมในคณะรัฐมนตรี คณะที่ 19 หลังรัฐประหาร 8 พฤศจิกายน 2490 ได้แก่

หนึ่ง ตำแหน่งทางราชการทหารในกองทัพบกของท่านก่อนที่จะตัดสินใจเข้าทำงานทางการเมืองโดยเข้าเป็นรัฐมนตรีในคณะรัฐมนตรี คณะที่ 14 ที่มีนายควง อภัยวงศ์เป็นนายกรัฐมนตรี น่าจะไม่สามารถเจริญก้าวหน้าไปกว่านี้

สอง เมื่อเป็นรัฐมนตรีในคณะที่ 14 ก็เป็นได้เพียงระยะเวลาเพียงเดือนกว่าๆ (2 กุมภาพันธ์ 2489 – 24 มีนาคม 2489) ก็ต้องมีอันต้องสิ้นสุดลง เพราะเกมการเมืองจากฝ่ายปรีดี พนมยงค์ ดังจะเห็นได้ว่าในคณะรัฐมนตรี คณะที่ 15-18 ซึ่งมีปรีดีหรือพวกปรีดีเป็นนายกรัฐมนตรี ท่านมิได้เข้าดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี อาจจะเป็นเพราะท่านไม่เห็นด้วยกับแนวทางการเมืองของฝ่ายปรีดี   

สี่ ท่านเข้าร่วมทำรัฐประหาร 8 พฤศจิกายน 2490

ห้า ท่านเคยทำงานร่วมกันนายควง อภัยวงศ์ในคณะรัฐมนตรี คณะที่ 14 มาก่อน

หก ครอบครัวของท่านสนิทกับครอบครัวของจอมพล ป. พิบูลสงคราม ผ่านการสมรสของบุตรสาวและบุตรชายของทั้งสองฝ่าย

สรุปได้ว่า ท่านไม่เห็นด้วยกับฝ่ายปรีดี และเป็นทหารฝ่ายจอมพล ป. พิบูลสงคราม และเคยทำงานร่วมกันกับนายควง อภัยวงศ์ แต่ไม่มีข้อมูลชัดเจนว่าเป็นรอยัลลิสต์แต่อย่างใด


[1] สมาชิกคณะราษฎร สายทหารบก,  ประเสริฐ ปัทมะสุคนธ์, “คณะราษฎร” ผู้ก่อการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 24 มิถุนายน 2475,  https://pridi.or.th/th/content/2023/06/1563

[2] นริศ จรัสจรรยาวงศ์, 4 ทหารม้า ‘คณะราษฎร’, The 101. World, https://www.the101.world/2475-four-horseman/

[3] นริศ จรัสจรรยาวงศ์, 4 ทหารม้า ‘คณะราษฎร’, The 101. World, https://www.the101.world/2475-four-horseman/

[4]  เพื่อนร่วมตาย เพื่อนร่วมเหล้า เพื่อนร่วมรุ่น, ชีวประวัติ พลตรีน้อม เกตุนุติ หนังสืออนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ, (พระนคร: ศูนย์การพิมพ์: 2513),  หน้า 1: “ชีวิตประวัติที่สำคัญก็คือ ได้เป็นผู้ก่อการเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อ พ.ศ. 2475 ทำให้ประเทศไทยได้มีรัฐธรรมนูญขึ้นเป็นครั้งแรก....และในครั้งหลังที่มีรัฐประหารเมื่อ พ.ศ. 2491 ก็ได้ร่วมทำการกอบกู้ประเทศชาติด้วยอีกครั้งหนึ่ง”

[5] นริศ จรัสจรรยาวงศ์, 4 ทหารม้า ‘คณะราษฎร’, The 101. World, https://www.the101.world/2475-four-horseman/

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อนุทิน' สวนคนจ้องโจมตี ปมวันเกิด 'เนวิน' ลั่นคนว่างมากก็คิดไปเรื่อยเปื่อย

"อนุทิน" แจงกระแสดราม่าร่วมงานวันเกิด "เนวิน" ยันสนิทกันเหมือนคนในครอบครัวและเดินทางไปร่วมงานทุกปี ชี้กรณีตอบกลับคำอวยพรนั่งนายกฯ อีก 2 สมัยว่า "เบื่อแล้ว" เป็นแค่การหยอกล้อกันระหว่างพี่น้อง ปัดเป็นประเด็นการเมือง พร้อมสวนกลับกระแสโจมตี "คนว่างมากก็คิดไปเรื่อย"

'สุชาติ' แจงร่วมวันเกิด 'เนวิน' แสดงมุทิตาจิตผู้ใหญ่ ขออย่ามองเป็นการเมือง

“สุชาติ” ขออย่ามองเป็นการเมือง หลัง ครม.-สส. แห่ร่วมวันเกิด “เนวิน” แจง เป็นการแสดงมุทิตาจิต คล้ายร่วมงานครบรอบสำนักข่าว บอก คนจะประสบความสำเร็จได้อยู่ที่การจัดสรรเวลา ยก “อนุทิน. ร่วมงานแล้วบินลงพื้นที่ปราจีนฯต่อ

เพื่อไทยไร้แผล! 'สุทิน' ไม่ขัดฝ่ายค้านยื่นซักฟอก ชี้เป็นกระจกส่องรัฐบาล ประโยชน์ตกที่ประชาชน

นายสุทิน คลังแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีฝ่ายค้านจะยื่นอภิปรายต.ค.เหมาะหรือไม่ว่า สามารถทำได้ เพราะบ้านเมืองต้องมีทั้งการบริหาร และตรวจสอบควบคู่กันไป ต่างฝ่ายต่างทำหน้าที่ รัฐบาลก็ทำหน้าที่บริหา