สำคัญต้องทำงานเป็น

ไม่ดูก็ไม่ตาย!

ผมเอาด้วย ถ้าต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด “มหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 32” ที่ประเทศกัมพูชาเป็นเจ้าภาพ ด้วยตัวเลขที่สูงจนเกินไปอย่างที่ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทยแย้ม..

ก็..อย่าไปดูแม่งงงมันเสีย เอาเงินมาใช้พัฒนาวงการกีฬา หรือใช้อย่างอื่นที่เกิดประโยชน์โพดผลกับประเทศจะดีกว่า..บลาๆ!

เอ้า..แต่นั่นต้องตามดูกันต่อไป ว่าหลังจากที่คุณคฑาวุธ ทองไทย หรือ “ไข่ มาลีฮวนน่า” ในฐานะประธานสมาพันธ์เครือข่ายคนบันเทิงอาชีพแห่งประเทศไทย

ได้เข้าไปยื่นหนังสือต่อพรรคการเมืองต่างๆ เพื่อให้ช่วยผลักดันสนับสนุนการเสนอร่าง พ.ร.บ.สภาศิลปะ ศิลปิน และวัฒนธรรมแห่งชาติ

เพื่อให้เป็นองค์กรที่ช่วยเหลือเหล่าศิลปินในอนาคตนั้น เมื่อได้รัฐบาลใหม่แล้วจะเอาจริงเอาจังแค่ไหน จะทำลืมที่รับปากไว้หรือไม่ก็คอยดู!

อ้อ..หนังสือที่คุณไข่ไปยื่น รายละเอียดอย่างไรไม่ทราบ แต่ฟังจากปากคุณไข่ว่า.. “ทางสมาพันธ์เครือข่ายคนบันเทิงอาชีพแห่งประเทศไทย

ได้ก่อเกิดขึ้นท่ามกลางวิกฤตโรคโควิด-19 ระบาดทั่วทั้งประเทศไทยและหลายประเทศทั่วโลก สร้างผลกระทบในหลายด้าน อาทิ การดำรงชีวิต การประกอบอาชีพด้านเศรษฐกิจ

ทางสมาพันธ์ฯ ได้มีการจัดการประชุมระดมความคิดเห็นในการเสนอแนวทาง เพื่อให้เกิดความยั่งยืนในระยะยาวของอาชีพที่เกี่ยวข้องทางด้านศิลปะและวัฒนธรรม

และเกิดความร่วมมือเป็นพลังในการพลิกฟื้นประเทศร่วมกัน

ทางสมาพันธ์ฯ เชื่อว่า ศิลปะและวัฒนธรรมมีส่วนสำคัญในการหล่อหลอม สร้างเสริม และพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ให้ได้อยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุข

และสามารถนำคุณค่าทางศิลปะและวัฒนธรรมมาเป็นพลังในการพัฒนานโยบาย และพลังแนวรุกในการขับเคลื่อนมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ค่านิยม คุณธรรม จริยธรรม และการแก้ไขปัญหาทางสังคม

โดยการดำเนินการเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์จะต้องมีการส่งเสริม การสานพลังจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคประชาชน ปราชญ์ชาวบ้าน ศิลปิน นักวิชาการ เอกชน และองค์กรภาครัฐ

ให้เกิดดุลยภาพการจัดการ และพัฒนานโยบายสาธารณะทางศิลปะและวัฒนธรรม และเกิดการขับเคลื่อนให้เป็นรูปธรรม สมควรให้มี “สภาศิลปะ ศิลปิน และวัฒนธรรรมแห่งชาติ”

จัดทำแผนแม่บทระดับชาติว่าด้วยศิลปะและวัฒนธรรม เพื่อเป็นแนวทางการพัฒนาศิลปะและวัฒนธรรมของชาติ โดยมีกองทุนสนับสนุนอย่างพอเพียงและมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ ทางสมาพันธ์ฯ จึงขอให้ทุกพรรคการเมืองได้มีนโยบายนำเสนอต่อสาธารณะในการสนับสนุนให้มีการตั้งสภาศิลปะ ศิลปิน และวัฒนธรรมแห่งชาติ” 

ครับ..ก็ดูจะเป็นความมุ่งมั่นตั้งใจของคุณไข่ มาลีฮวนน่า มานานแล้วล่ะ และเมื่อออกแรง-ผลักดันกันถึงขั้นนี้ ก็ขอให้ทุกพรรคไม่ว่าจะอยู่ซีกรัฐบาลหรือฝ่ายค้านในกาลข้างหน้า

อย่าได้ขัดแข้ง-ขัดขา ให้ร่วมมือ-ร่วมใจกันผลักดันเพื่อให้ “สภาศิลปะ ศิลปิน และวัฒนธรรมแห่งชาติ” เกิดขึ้นมาสมความปรารถนาเสียที!

อย่างไรก็ตาม อยากให้ฟัง(อ่าน)ที่คุณเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าว..

“หลักการของการตั้งสภาศิลปินฯ ตนเห็นด้วย ดูจากช่วงวิกฤตโควิดได้เห็นความลำบากของคนบันเทิง จึงเห็นว่าควรมีองค์กรที่มาสนับสนุนเรื่องนี้

แต่เราต้องมองไปให้ไกลถึงเรื่องสวัสดิการด้วย แต่สิ่งสำคัญคือการส่งเสริมงานศิลปวัฒนธรรม และพันกับเรื่องเศรษฐกิจด้วย

การขับเคลื่อนเรื่องนี้ต้องเอาคนที่รู้เรื่องมาทำ จึงต้องมีองค์กรมาช่วยกำหนดแนวทางและมีทิศทางที่ชัดเจน ถ้าเดินไปแบบไม่รู้ก็เสียงบประมาณทุกปี

ถ้าทำองค์กรนี้ให้เป็นที่ยอมรับได้ก็จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ..ตนอยากให้การตั้งองค์กรใดก็ตาม อยากให้มีการยอมรับวงกว้าง

กระบวนการสรรหาคนมาทำหน้าที่เป็นตัวแทนต้องพิจารณาให้ดีเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในภายหลัง..”

สรุป..มีองค์กรฯ แต่ถ้าทำงานไม่เป็นก็..เสียของ!.

 

สันต์ สะตอแมน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไม่เข็ดหลาบ!

องค์ประชุมสมาชิกรัฐสภารวม 498 เสียง โหวตเห็นชอบให้ “นายอนุทิน ชาญวีรกูล” เป็นนายกรัฐมนตรีด้วยคะแนน 293 เสียง เห็นชอบให้นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เป็นนายกฯ 119 เสียง และงดออกเสียง 86 เสียง

ตั้งรัฐบาลเสร็จ..ลุยเลย!

พรุ่งนี้-20 มีนา. วันสุดท้าย.. หลังจากขนบูธกลับกันมาก็คอยฟังข่าว (อีกที) จากนางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แหละว่า..

ไม่เห็นจะต้องขำ!

จะ “ตลก” หรือ “ซีเรียส” ..ก็ขึ้นอยู่กับมุมมองแต่ละคน! สำหรับผม..ไม่ขำและไม่ได้จริงจังอะไรมากมายกับข้อเสนอให้ยกเลิกอาหาร สส.ของ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ด้วยคิดเอาว่า..ไม่มีทางเป็นไปได้!

‘ทำได้’จะอยู่ในใจตลอดกาล!

“ปัจจุบันที่ประชาธิปไตยของเราถูกบีบให้อ่อนแอ อํานาจของประชาชนมีความอ่อนล้า เสียงของประชาชนถูกบีบให้เบาลง”

จะเปิดประเด็นทำไม?

ได้แรงอก! ถ้าเป็นคนปักษ์ใต้ก็จะพูดคำนี้ แต่กับคนภาคอื่น หรือคนทั่วไปจะรู้สึกอย่างไรไม่แน่ใจ เพราะข้อความจากนี้ไม่ได้ (โพสต์) หลุดจากสาวชาวบ้านธรรมดา..

‘สรพงศ์’กลับบ้านแล้ว

“ข่าวดรามาดาราที่ไม่มางานศพแม่ ทำให้กลับมาคิดอีกครั้ง... “ความกตัญญูไม่มีคำว่ารอเวลา” พ่อแม่ทุกคนรักลูกเสมอแต่ลูกบางคน...กลับลืมรักคนที่ให้ชีวิต