หวังว่าจะเข็ดหลาบ?

เดือนกรกฎา. 2565..

คุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ กล่าว.. “สำหรับนโยบายเกี่ยวกับฝุ่น PM2.5 เริ่มดำเนินการจากที่ได้ไปคุยกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) มา

ได้ตั้งคณะทำงานร่วมกัน มีปลัด ทส. กับปลัด กทม. เป็นหัวหน้าคณะทำงาน มีทั้งหมด 16 แผนปฏิบัติการ (Action Plan) คือ

1.วินิจฉัยหาต้นเหตุ คือ ตอนนี้เราไม่มีงานวิจัยเรื่องฝุ่นที่ต่อเนื่อง 2.ทำโครงการนักสืบฝุ่น 3.การแจกอุปกรณ์ป้องกันฝุ่น เพราะมีกลุ่มเปราะบางที่ต้องการหน้ากาก

4.การตรวจโรงงานทั้งหมด แหล่งที่มาของฝุ่นหลักๆ คือมาจากรถยนต์ โรงงาน จากการเผาชีวมวล การก่อสร้าง

5.การใช้ CCTV ในการจับรถปล่อยควันดำ สามารถไปดูทะเบียนได้ เป็นตัวช่วยในการหารถที่มีปัญหา

6.การพัฒนาโครงการและผู้ประกอบการ โดยในเดือนตุลาคมจะมีการออกประกาศหรือเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาตการก่อสร้าง ต้องไม่ใช้รถที่ปล่อยมลพิษทางอากาศ ให้เป็นมาตรการเข้มข้น

ซึ่งเมื่อก่อนไม่มีมาตรการนี้ ผู้ประกอบการจึงต้องเตรียมตัว โดยรถบรรทุกวัสดุก่อสร้างที่เข้ามาในไซต์งานจะต้องไม่ก่อให้เกิดมลพิษ

7.มีการแจ้งเตือนฝุ่น PM2.5 มีการใช้การพยากรณ์ที่แม่นยำ ร่วมมือกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

  1. 8. Traffy Fondue เป็นตัวแจ้งเหตุ 9.เฝ้าระวังกิจกรรมที่สำนักงานเขตดำเนินการ เช่น กิจกรรมที่ทำให้เกิดฝุ่น การเผาศพ เรื่องการจุดธูป

10.มี Open Data ข้อมูลฝุ่นให้ประชาชนเห็นได้ชัดเจน 11.มีการตรวจวัดรถควันดำร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 12.พยายามให้รถราชการใช้รถพลังงานไฟฟ้ามากขึ้น

13.การตรวจควันดำในสถานที่ก่อสร้าง/แพลนปูน 14.การตรวจควันดำของรถราชการทั้งหมด

15.ขยายระบบตรวจวัด แต่เดิมมีอยู่ประมาณ 70 จุดของ กทม. ขยายเพิ่มเป็น 1,000 จุด โดยร่วมกับภาคส่วนต่างๆ มีเครือข่ายของบริษัท NT มาร่วม

รวมถึงกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งตอนนี้มีอยู่ 12 จุด และ

16.กำหนดพื้นที่ BKK Clean Air Area คือพื้นที่ที่มีความหนาแน่น พยายามจะลดฝุ่นลง จำกัดเรื่องการเข้าพื้นที่ หาแรงจูงใจในการลดการเข้าพื้นที่ที่มีฝุ่น PM2.5 มาก

แผนปฏิบัติการย่อย 16 แผนได้ดำเนินการแล้ว เพราะว่าการทำเรื่องฝุ่นต้องเตรียมตัวนาน ช่วงปลายปีหน้าฝุ่นน่าจะบรรเทาลงไปได้..”

ครับ..ช่วงปลายปี 66 ฝุ่นบรรเทาลงหรือไม่ก็อย่างที่ประจักษ์รับรู้ กระทั่งเลยมาถึงปีนี้-2568 ค่าฝุ่นใน กทม.ก็ยังคงหนักหนา หรือจะพูดว่า “ยิ่งหนักกว่า” ก็คงไม่เกินความจริง!

นี่..ก็หมายความว่า แผนปฏิบัติการ 16 ข้อที่คุณชัชชาติคุยไว้ตั้งแต่ปี 65 ไม่ได้เกิดผลใดๆ ต่อการลดค่าฝุ่น PM2.5 เลยแม้แต่น้อย

หรืออาจเป็นเพียง “ลมปาก” ที่ไม่ได้มีการลงมือปฏิบัติการแต่อย่างใด สรุปคือที่คุณโน้ส-อุดม แต้พานิช เชียร์เลือกชัชชาติก็ได้แค่.. “ทำงาน ทำงาน ทำงาน” นั้น

เอาเข้าจริง..ผ่านมา 2-3 ปี ผลงานที่ทำ ทำ ทำ ไม่มีเรื่องใดสำเร็จ ผลิดอก ออกผล ให้จับต้องเชยชมได้เลย นอกจาก “ฉายหนังกลางแปลง” ให้คนสูดฝุ่นเล่น!

แต่หากคุณโน้สรู้-เห็น (ผลงาน) งั้นก็ช่วยเปิด “เดี่ยวไมโครโฟน” ละเลง (มุก) ให้ได้รับทราบกันหน่อยดีไหม อย่าให้คนเขานินทาได้..

ทีกับลุงตู่ล่ะก็..ทำใจ ทำใจ ทำใจ สนุกครื้นเครงดีนัก แต่กับคุณชัชชาติ-คุณอุ๊งอิ๊ง เงียบเป็นเป่าสาก!

ความจริงก็ไม่อยากพูดถึงคุณชัชชาติ เพราะพูดไปก็แค่นั้น จะไปหวังอะไรเห็นจะไม่ได้ ถ้าให้หวัง ก็แต่เพียงว่า เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.คราวหน้า..

ถ้าคุณชัชชาติจะลงสมัครอีก ก็ขอให้ 1 ล้าน 3 แสนคะแนน จงหายไปเกินครึ่ง หมายถึงมีคนตาสว่าง-เปลี่ยนใจ..

หลาบแล้ว..ผู้ว่าฯ แข็งแกร่งในปฐพี!.

 

สันต์ สะตอแมน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โชค(ไม่)ดีตั้งแต่ต้นปี!

เริ่มต้นศักราชใหม่.. ตั้งใจว่าจะไม่เขียนในเรื่องที่ไม่ดี-ไม่เป็นมงคล เพื่อให้ทั้งจิตใจตัวเองและท่านผู้อ่านไม่ขุ่นมัวเสียแต่วันแรกของปี 2569

ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่

ก่อนที่ปฏิทินจะพลิกหน้ารับปีใหม่-พรุ่งนี้ (1 มกราคม พ.ศ.2569) ผมใคร่ขอกล่าวคำอำนวยพรให้ท่านผู้อ่าน “ไทยโพสต์” ในทุกแพลตฟอร์ม อย่าเจ็บ อย่าจน ขอให้สุขภาพแข็งแรงและมีความสุขสมหวังกับทุกๆ สิ่งครับ!

ใครจะขึ้นยกมือ

อีกไม่กี่วันก็จะปี พ.ศ.2569 แล้ว.. แต่..วานซืน คุณตั้ม-ชรัมภ์ เทพชัย ก็มาจากลาโลกไปซะก่อน โดยผมได้ทราบข่าว (เศร้า) จากคุณธานินทร์ อินทรเทพ นายกสมาคมนักร้องแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ฯ ว่า..

ฝากถึง ‘อาจารย์เชน’

“สรรพลี้หวน” (อ่านว่า สับ-พะ-ลี้-หวน).. ใครที่เป็นคนปักษ์ใต้ ก็น่าจะพอได้ยิน-ได้รู้มาบ้างหมายถึงอะไร หรือหากสงสัยด้วยไม่คุ้นตา-คุ้นหูมาก่อน ก็ลองอ่านจากที่วิกิพีเดียบันทึกไว้ก็ได้..

ใครต้องการ?

ธาตุไฟแตกอาการเป็นอย่างไร? ดูได้จากคุณอนุดิษฐ์ นาครทรรพ ประธานยุทธศาสตร์พรรคกล้าธรรม ที่โพสต์เมื่อวานนี้.. “การเมืองที่ดี ต้องพาประเทศไปข้างหน้า ไม่ใช่พากลับไปซ้ำรอยเดิม