
บอกตรงๆ นะ .......
ผมเป็นห่วงคุณทักษิณ!
เห็นนั่งเป็นประธานในห้องประชุมที่ ป.ป.ส.วานซืน ท่ามกลางรัฐมนตรีและข้าราชการน้อยใหญ่ขนาบเรียงรายสองข้าง
คุณทักษิณนั่งเด่นอยู่ข้างหน้าคนเดียว โทรทัศน์แช่ภาพมุมนี้ไว้นาน
ทำให้ผมมีโอกาสเพ่งพิจารณาคุณทักษิณจนเห็นว่า
สีหน้า แววตา ท่าทาง อากัปกิริยาของคุณทักษิณครั้งนี้
ดูผิดแผกกว่าทุกครั้งจนรู้สึก “สะดุดตา”!
จากยิ้มแย้ม ร่าเริง แจ่มใส บ่งบอกความสบายอก-สบายใจแววตาวูบวาบ สาดยิ้มเย้ยจนเห็นเขี้ยว ในทุกครั้งที่ปรากฏตัวในงาน ในการพบปะสังสรรค์
แต่ครั้งนี้ “ตรงกันข้าม” คุณทักษิณดูเครียด กังวล ตาดำลอย ปากเม้มตลอดเวลา เบ้าตาโหล-ลึก บ่งบอกนอนไม่หลับ คงมีเรื่องกังวลให้ครุ่นคิดตลอดเวลา จนใบหน้าคล้ำหมอง
สรุปได้ว่า ทักษิณ เมื่อ ๒๗ พฤษภา.๖๘ ที่ ป.ป.ส.
กับทักษิณ เมื่อ ๒๒ สิงหา.๖๖ ที่สนามบินดอนเมือง ตอนกลับไทย เป็น “คนละคน” กันเลย?!
ทำให้นึกถึงตำรานรลักษณ์ที่บอกว่า.....
“ตาดำลอย ทำให้เห็นตาขาวด้านล่างมากกว่าปกติ เป็นลักษณะโหงวเฮ้งตาของคนที่ไม่ค่อยแคร์ใคร
ไม่ยอมคน ชอบตัดพ้อ ยึดติดเรื่องปมในอดีตของตัวเอง อาจมีคดีความ หรือประสบอุบัติเหตุรุนแรง”
๙๙.๙๙% ตรงเผง!
คุณทักษิณไม่ยอมคน ไม่แคร์ใครใน ๓ โลก ชอบตัดพ้อและยึดติดเรื่องปมในอดีตตัวเอง
ก็เห็นมั้ยล่ะ ขึ้นปาฐกถาปุ๊บ ก็ยกอดีตตัวเองตั้งเป็นนะโมปั๊บ
ให้สัมภาษณ์ ก็ไปตัดพ้อแพทยสภาเขา
ว่าแพทยสภามีหน้าที่ดูเรื่องจริยธรรมของแพทย์ บางทีแพทยสภาก็ไม่มีจริยธรรมเสียเองก็มี
“บางคนไลน์กลุ่มหลุดออกมา แพทยสภาบางคนด่าผม อยู่ในไลน์กลุ่ม แล้วแพทยสภาอีกคนหนึ่ง ก็ตอบเป็นสติกเกอร์ไปว่า YES ซึ่งยังไม่ทันพิจารณาเลย อย่างนี้เรียกว่าจริยธรรมมีปัญหาซะเอง”
ก็แบบนี้แหละ ไม่ยอมคน ไม่แคร์ใคร โลกใบนี้ของกูคนเดียว ตำรานรลักษณ์จึงสรุปตอนท้ายว่า
“อาจมีคดีความหรือประสบอุบัติเหตุรุนแรง”!
ผมถึงอดเป็นห่วงคุณทักษิณไม่ได้ แม้ปากบอกว่าสบายๆ แต่โหงวเฮ้ง โดยเฉพาะตรงดวงตามันฟ้อง
ยิ่งเขียวจางๆ บริเวณเบ้าตา ยิ่งตอกย้ำว่า เวลานี้เครียด-เขม็ง ด้วยเรื่องที่ยัง “คิดไม่ตก” อัดอกจนกลุ้ม แต่คลุมซ่อนไว้
การปรากฏตัวของทักษิณเมื่อวานซืน ไม่มีอะไรมาก เรื่องปาฐกถา “เป็นเรื่องจัดฉากลวง”
ให้คุณทักษิณได้ปรากฏตัว “เป็นเรื่องจริง”
จริงใน ๒ เรื่อง
เรื่องแรก เพื่อยืนยัน “ข่าวลือ” ว่าทักษิณหนี คือ “ไม่จริง”
เรื่องที่สอง เพื่อยืนยันว่า “ทักษิณ-นายกฯ ตัวจริง” คือ “จริง”!
หรือใครจะปฏิเสธว่า ที่ทักษิณยืนให้สัมภาษณ์กิจการรัฐบาลงานเมืองขนาบด้วยรองนายกฯ ซ้าย-ขวาและรัฐมนตรีอีกหลายคนเมื่อวานซืนนั้น
ถ้าไม่ใช่ “นายกฯ ตัวจริง” จะพูดอย่างนั้น-สั่งอย่างนั้นไม่ได้!?
ปีแรก ยังกระมิด-กระเมี้ยน พอมาปีนี้ เล่นบทนายกฯ สั่งราชการงานเมืองต่อหน้าจอโทรทัศน์กันจะจะ แจ้งแจ้ง ไปเลย
ที่ไม่เห็นก็ “กกต.” เท่านั้นแหละ!
ท่านว่า “ทักษิณโชว์” วานซืน สร้างความเชื่อมั่นในรัฐบาลหรือฉุดความเชื่อมั่นในรัฐบาลให้ต่ำลงอีก?
ผมว่า “ต่ำ” ถึงระดับ “ติดลบ” นะ!
ประเทศไทยตอนนี้ มีนายกฯ ๒ คน “นายกฯ ลูก” มีหน้าที่ “ติดคุกจากสิ่งที่พ่อทำ” ส่วน “นายกฯ พ่อ” มีหน้าที่ “ครอบงำ-ทำ และสั่งการแทนลูก”
ทุกปัญหา พ่อรู้หมด ทุกผู้นำโลก พ่อรู้จักหมด คุยได้หมด เขมร ฮุน เซน ก็ซี้พ่อ พม่า มิน อ่องหล่าย ก็สหายเก่า พวกชนเผ่า พ่อก็สั่งได้ทั้งนั้น
แล้วไง ฮุน เซน-ซี้พ่อ มิน อ่องหล่าย สหายพ่อ ปาหลังคาบ้านเราโครมๆ ก็เข้าตำรา “ราคาคุย-ร้อย” แต่ “ราคาจริง-หมาเห่าใบตองแห้ง”
ว้าแดง ผลิตยาเสพติด...จะไปปราบ มาอีหรอบเดิม เสียงปืนดังขึ้นเมื่อไหร่ พี่น้องเสื้อแดงไปรวมตัวกันที่หน้าศาลากลาง ผมจะยกทัพนำหน้าไปกระทืบมันเอง!
ถามกันตรงๆ ที่คุณทักษิณคุยโม้มา ๒๐ ปี มีเรื่องไหนซักเรื่องมั้ย ที่คุณทักษิณทำได้จริงตามคุย ยกเว้นเรื่อง “โกงบ้าน-กินเมือง”?!
ถึงวันนี้ ต้นทุนความเชื่อถือในรัฐบาลเพื่อไทย ในนายกฯ ลูก-นายกฯ พ่อ มันหมดแล้ว ชาวบ้านเขาดูอุ๊งอิ๊งแถลงข่าวเพราะอะไรรู้มั้ย?
เขาว่า เพราะมันเครียด ดูแล้วเหมือนได้ดูรายการ “ตลกบ่ายคลายเครียด”!
ฟังนายกฯ พ่อจ้อ ก็เหมือนดูนักเล่นปาหี่ขายยาริมทางรถไฟ บอกเดี๋ยวจะโชว์นั่น-โชว์นี่ แต่แม่มม รอดูมันเป็นสิบๆ ครั้ง สุดท้าย ....ไม่ทังเลี้ยว รถไฟมาเลี้ยว ทุกที!
เนี่ย....
แล้วคอยดูเหอะ รัฐบาลเพื่อไทยก็จะอีหรอบเดียวกัน พอถูกตะเพิดไป ก็จะอ้างว่า เพราะถูกเขวี้ยงด้วยเกี๊ยะซะก่อน จึงไม่ได้ทำ
ถึงตรงนี้ ท่านอาจบอกว่า ที่ทักษิณเครียด กลัวศาลส่งกลับคุก วันที่ ๑๓ มิถุนา.มั้ง?
ผมว่า ไม่น่าใช่ วานซืน นักข่าวถาม “วันที่ ๑๓ มิถุนา.จะเดินทางไปศาลด้วยตัวเองหรือไม่?
คุณทักษิณตอบว่า “ต้องถามทนายความก่อน เพราะตามหลักแล้วจะไปหรือไม่ก็ได้ ขอเพียงมีทนายไปแทนก็เพียงพอ”
แถมเล่นลิ้นแบบไม่ยี่หระว่า..........
“ยังไม่ทราบ มีเวลาอีกตั้งหลายวัน วันที่ ๑๒ ตอนเที่ยงคืนค่อยตัดสินใจ”
ที่คุณทักษิณบอกวันที่ ๑๓ ตัวจะไปหรือไม่ไป ให้ทนายไปนั้น ก็ไม่ผิด เพราะครั้งนี้เป็น “หมายนัดพร้อม” หรือ “นัดไต่สวน”
ไม่ใช่ “หมายเรียก”
ฉะนั้น ทักษิณจะไปเองหรือให้ทนายไปก็ได้
นั่นหมายถึงว่า วันที่ ๑๓ มิ.ย. ที่กะเก็งเขม็งตาคอยกันว่า ศาลฎีกาฯ จะสั่งนำตัวทักษิณคืนคุกหรือไม่นั้น ในวันนั้น ยังไม่น่าจะถึงขั้นตอนนั้น
เพราะตามคำสั่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของนักการเมือง เมื่อ ๓๐ เม.ย. มีว่า
“ให้นัดพร้อมหรือนัดไต่สวน วันที่ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๖๘ เวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกา
โดยให้มีหมายแจ้งคำสั่งและหมายนัดให้โจทก์ (สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และจำเลย (นายทักษิณ ชินวัตร) ทราบ
โดยมีหนังสือขอให้ศาลที่คู่ความมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตอำนาจศาล ดำเนินการจัดส่งหมายดังกล่าวแทน
การส่งหมาย หากไม่พบหรือไม่มีผู้แทนโดยชอบให้ปิดหมายได้โดยให้มีผลทันที
และให้มีหนังสือแจ้งคำสั่งให้ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษ กรุงเทพมหานคร อธิบดีกรมราชทัณฑ์ และนายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจทราบ โดยให้จัดส่งทางไปรษณีย์ ด่วนพิเศษ”
ก็เป็น “หมายนัด”
เป็นสัญญาณว่า คุณทักษิณยังจำพรรษาอารามจันทร์ส่องหล้าได้อีกพัก ยังไม่ถูกนิมนต์เข้าอารามลาดยาวในวันนั้นแน่
ที่สำคัญ ในวันนัดพร้อมนั้น ศาลท่านไต่สวนทวนความแล้ว ท่านจะสั่งอย่างไรในขั้นต่อไปนั่นแหละ “น่าสนใจ” ที่สุด
ถ้าถึงขั้นออก “หมายเรียก” ละก็ ตานี้แหละ ........
ศาลนัดให้ไปวันไหน เจ้าตัวคือคุณทักษิณต้องไปเอง ถ้าไม่ไปเจอ “หมายจับ” ทันที!
“จะอยู่” หรือ “จะหนี” ยังมีเวลาให้ตัดสินใจ!
ดังนั้น ตอนนี้ เล่นเกม “กอดคอด้วยรัก-ตักษัยด้วยมีดสั้น” กับรองนายกฯ “อนุทิน ชาญวีรกูล” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ไปเรื่อยๆ จนกว่า พ.ร.บ.งบประมาณ ปี ๖๙ ผ่านสภาวาระแรกแล้วนั่นแหละ
พูดกันตรงๆ ตามที่ผมดูมาเรื่อยๆ
บรรดาผู้นำ “พรรคร่วมรัฐบาล” ทั้งหมด ที่ “ตึงมือ” ทักษิณที่สุดคือ “รองนายกฯ อนุทิน” ที่ใช้วรยุทธ์ “สอยเข็มให้เข้าต้องหรี่ตาข้าง”
ดังนั้น เมื่อยังฆ่าไม่ได้ ทักษิณก็ต้องเอาไว้ให้ใกล้ตัวมากที่สุด เพื่อไม่ต้องเงื้อให้เหยื่อตื่น
แต่ “ใครจะเสียบใคร” ก่อน ละครการเมืองเรื่องนี้ ที่จะซี้ดดดด มันก็อยู่ตรงนี้แหละ!
การได้เกาะประเทศกินครบ ๔ ปี เป็น “ความชอบธรรม” ของเพื่อไทย
แต่การให้เพื่อไทยพ้นสถานะนำรัฐบาล
เป็น “ความชอบธรรม” ของสังคมประเทศ!
-เปลว สีเงิน
๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๘
คนปลายซอย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
🔴 LIVE ‘แก้วสรร’ ขีดเส้นใต้ โจทย์หิน ‘อนุทิน’ ดักคอ ‘ส้ม’..จุดไฟ 6 ตุลา!! | อิสรภาพแห่งความคิด กับ..สำราญ รอดเพชร
‘แก้วสรร’ ขีดเส้นใต้ โจทย์หิน ‘อนุทิน’ ดักคอ ‘ส้ม’..จุดไฟ 6 ตุลา!! อิสรภาพแห่งความคิด กับ..สำราญ รอดเพชร : : วันเสาร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2569
‘เริ่มตั้ง-เริ่มเห็นปัญหา’
ผมเพิ่งหายสงสัยวันนี้เอง ว่า.....“เพราะเหตุใดประเทศไทยจึงมีกฎหมายมากที่สุดในโลก?!” แต่คนไทยกลับ “รู้กฎหมาย” น้อยที่สุดในโลก ขณะเดียวกัน คนไทยกลับ “หลบเลี่ยงกฎหมาย” ได้เก่งที่สุดในโลก!?
ใครจะ ‘ลองของ กกต.’?
ประธาน กกต.ท่านนี้.... “นายณรงค์ กลั่นวารินทร์” ผมอยากจะกรี๊ดออกมาดังๆ เพราะชอบ “ความนิ่ง” ของท่านท่ามกลางบรรยากาศที่กดดัน
'ส้มเสี้ยม' จะจบยังไง?
ช่วงนี้ ชาวบ้านมี ๒ อารมณ์ คือ ถ้าไม่เครียด ก็รำคาญ! จากเรื่องที่พรรค “แพ้แล้วพาล” ใช้บริการเด็กแก๊ง “วอนนอนคุก” ปลุกม็อบ ให้นับคะแนนใหม่ ไปจนถึงให้เลือกตั้งใหม่ทั้งหมด
หนู ‘เปล่าปลุก’ ม็อบ
วู้ยยยย...คุณธีระ ก็! ไม่น่าจะต้องออกเนื้อ-ออกตัวว่า “พรรคแพ้เลือกตั้งแล้วตีรง-ตีรวน” อะไรนั่น ให้หมูหมากาไก่มันเขินเลย ชาวบ้าน-ร้านตลาด ที่เคยขี้รดผ้าอ้อมมาก่อน ย่อมเข้าใจ เด็กที่มันเหลิงและหลงตัวจนเป็นสันดาน

