'วิปริต-วิปลาส' ชาติเขมร

เห็นพี่น้องทหารได้พักผ่อน

ตั้งวงปาร์ตี้ “หมูกระทะ” ฉลองปีใหม่กันที่แนวหน้าบ้าง กลับไปเยี่ยมลูก-เยี่ยมเมียบ้าง

ผมก็ดีใจ

-เห็น “พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี” ผอ.ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา แถลงว่า

สื่อมวลชนต่างประเทศบางสำนัก ระบุไทยใช้กำลัง "ยึดดินแดน" ของกัมพูชา และห้ามชาวกัมพูชา "กลับบ้านพัก"!?

ผมก็ทุเรศใจ

“สื่อเทศ” ก็ห่วยพอกับ "สื่อไทย" บางสำนัก “กะโหลกกลวง” เสนอข่าวโดยไม่มี “ปูมประวัติศาสตร์” เป็นข้อมูลในการนำเสนอ

-ไทยปล่อยตัว “๑๘ เชลยศึก” ให้เขมร ปรากฏว่า เขมรต้อนรับเชลยศึกกันยิ่งใหญ่ เอิกเกริก

ถึงขั้นกษัตริย์ “นโรดม สีหมุนี” ทรงยกย่องเชิดชู ๑๘ เชลยศึก เป็น “วีรบุรุษของชาติ”

ที่ได้ปฏิบัติภารกิจอันทรงเกียรติ ในการปกป้องบูรณภาพแห่งดินแดนของราชอาณาจักรกัมพูชา

ด้วยการเสียสละทั้งกำลังกาย กำลังใจ และเวลา (ไปเป็นเชลย) สมกับการเป็นทหารกล้า ผู้กล้าหาญแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา

ผมก็เง็งใจ!

ยิ่งเชลยศึกแต่ละนาย ได้รับชุด “ของพระราชทาน” ๑ ชุด ประกอบด้วย มุ้ง ๑ หลัง ผ้าห่ม ๑ ผืน ผ้าขะม้า ๑ ผืน โสร่ง ๑ ตัว

และเสื้อยืดมีตราพระราชทานจาก “พระบาทสมเด็จพระบรมนารถนโรดม สีหมุนี”

พร้อมพระราชทานเงินคนละ ๒๐,๐๐๐,๐๐๐ เรียล (ประมาณ ๑๖๐,๐๐๐ บาท)

นอกจากนี้ ยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเงินเพิ่มเติมแก่ทหารกล้า ๑ นาย ซึ่งมีกำหนดจะแต่งงานในเร็วๆ นี้ เป็นเงิน ๒๐,๐๐๐,๐๐๐ เรียล

และแก่ทหารกล้าอีก ๒ นาย ซึ่งภริยากำลังตั้งท้องจะคลอดในเร็วๆ นี้ โดยแต่ละนายได้รับเงินจำนวน ๕,๐๐๐,๐๐๐ เรียล (ประมาณ ๘๐,๐๐๐) เพิ่มเติมอีกด้วย

ผมก็...มึนตึ้บ!

ยอมรับตรงๆ ถ้าผมเป็นทหารไปออกรบ แล้ววางอาวุธ ยอมให้ฝ่ายตรงข้ามจับตัวไปเป็นเชลยศึก

มันรู้สึกอัปยศ-อดสู เสียเกียรติชายชาติทหาร ประหนึ่งสิ้นสุดตระกูลเหม็งอะไรประมาณนั้น

เมื่อถูกปล่อยตัว

ก็ไม่อยากพบหน้าใคร กระทั่งกับหมา ก็ยังไม่กล้าสบตากะมัน เกิดมาเสียชาติเกิด อยากหลบไปรักษาแผลใจอยู่เงียบๆ ที่ไหนซักแห่ง ยิ่งห่างไกลผู้คนที่รู้จักยิ่งดี!

ในความเป็นประเทศและกองทัพ....

โอเค ทหารของเรา เมื่อตกเป็นเชลย ก็ต้องพยายามหาทางต่อรองรับตัวกลับ

แต่ไม่มีแน่ พิธีต้อนรับยกย่องเชลยศึกเป็นวีรบุรุษของชาติรวมทั้งการปูนบำเหน็จรางวัล

มีแต่ “ถูกสอบสวน” ถึงสาเหตุที่ถูกฝ่ายตรงข้ามจับและถูกรีดความลับอะไรไปบ้าง?

ที่รบแพ้จนตกเป็นเชลยศึก แล้วได้รับยกย่องเป็น "วีรบุรุษของชาติ" คงมีแต่ที่เขมรนี้เท่านั้นละมั้ง!

ยกเว้นกรณีทหารที่ถูกส่งตัวไปเพื่อ “ภารกิจลับ” ยอมให้ถูกจับตามแผน เพื่อเป็นประตูไปสู่ปฏิบัติการในขั้นต่อไป

อย่างนั้นเป็น “กรณีพิเศษ” สำเร็จก็ประโยชน์ชาติ ถ้าล้มเหลว ชีวิตเขา “ยอมพลี” แลกกับ “ภารกิจ” ตั้งแต่นาทีแรกแล้ว!

แต่กรณี ๑๘ ทหารเขมร ยอมเป็นเชลย ไปนั่งกิน-นอนกินอยู่ในเมืองไทยกว่าครึ่งปี จนเป็นเขมรหน้าวอก อวบอ้วนไปตามๆ กัน

โดยไม่ต้องรบ-ไม่ต้องเสี่ยง!

ในขณะที่เพื่อนทหารอีกเป็นร้อย-เป็นพันต้องทยอยกันไปเป็น “แมลงเม่าบินเข้ากองไฟ” จนเขมรตอนนี้ ใกล้จะเป็น “เมืองแม่หม้าย”

แต่เขาเหล่านี้ รบจนตาย

ฮุน เซน-ฮุน มาเนต-พลเอกเตีย เซ็ยฮา ไม่ปรากฏว่าเคยให้เกียรติยกย่องทหารหาญเหล่านั้นเป็นที่ปรากฏเลย

 แค่จะสั่งให้เก็บศพลูกน้องกลับไปบำเพ็ญกุศล และบอกให้ลูกเมียเขารู้ ก็ยังไม่ทำ

ตายแล้วก็ตายไป ไอ้คนที่อยู่ ก็รอคิวถูกสั่งไปตายเป็นรายต่อๆ ไป

นี่ทหารเหล่านี้ แทนที่จะเป็นผู้ได้รับเกียรติ ได้รับการต้อนรับจากประชาชน และได้รับการยกย่องจากกษัตริย์ “นโรดม สีหมุนี” ให้เป็น “วีรบุรุษของชาติ”

ได้รับพระราชทานมุ้ง ผ้าห่ม ผ้าขะม้า โสร่ง และเงินสด ๒๐ ล้านเรียล แต่กลับได้รับพระราชทานอีแร้ง และสัตว์กินศพ รุมทึ้ง-รุมแทะศพทหารที่รบเพื่อบัลลังก์ฮุน เซน!

ผมว่านะ....

ทหารเขมรก็มีหัวใจ ต้องคิดบ้างแหละ พวกกูรบจะเป็น-จะตาย รัฐบาลนอกจากไม่อินัง-ขังขอบแล้ว ทหารแค่ไม่มีเวลาไปส่งดอกเงินกู้ซื้อบ้าน

ยังถูกแบงก์ยึดบ้าน!

แล้วไอ้พวกทหารขี้ขลาด ยอมให้ไทยจับไปเป็นเชลย ไปนั่งกิน-นอนกินสบาย ไม่ต้องรบ ไม่ต้องเสี่ยง กลับได้เป็นวีรบุรุษ

ได้รับปูนบำเหน็จเป็นล้านๆ เรียล!

แล้วกูจะรบไปรอรับเหรียญจาก “พระเจ้าสุริยวรมัน ที่ ๑” ทำไมวะ?

เดินชูมือให้ทหารไทยจับเป็นเชลย ไปนั่งกิน-นอนกินอยู่ในคฤหาสน์หรูที่ประเทศไทยไม่ดีกว่าหรือ

เขามีข้าวปลาอาหาร ขนูกขนม น้ำหวาน น้ำชา-กาแฟ บริการตลอดเวลา ค่ำก็นอนดูละครหลังข่าว

“ผู้ชายกะผู้ชาย” เขานอนจุ๊บกัน ไม่มันกว่าเหรอ??

ยิ่งเขาว่าตอนนี้ “ฮุน เซน” เหมือนหมาบ้ากัด ถูกไทยอัดเบาๆ ยังเข้าไปครึ่งบ้าน-ครึ่งเมือง

แทนที่จะเข็ดหรือสำนึก!

กลับโง่แล้วหยิ่งต่ำ ลำเลียงสรรพกำลังพล กะรบรอบ ๓ กับไทย ชนิด "มึงอยู่-กูตาย"

เออ...คราวนี้ คงได้สมใจแน่ สาธุ!

เรื่อง “แนวหน้า-แนวใน” ผมเข้าไม่ถึง “การทหาร” เขาหรอก อาศัยอ่านๆ ลอกๆ จากบางท่าน ที่อ่านแล้ว รู้สึกข้อมูลเขา “แจ๋วจริง” ดังเช่น

พีระชาติ อินตา”

 ผมได้รับรายงานข้อมูลล่าสุดสดๆ ร้อนๆ จากแนวหน้าที่ไม่มีใครกล้าพูดความจริงให้คุณฟัง!

ในขณะที่โต๊ะเจรจาพ่นวาทกรรมเรื่องความสงบ แต่สิ่งที่ผมเห็นจากข้อมูลภาคสนาม ณ วินาทีนี้

คือภาพของคนอ่านเกมขาดที่มองเห็นว่า "สงครามยังไม่จบ แต่มันกำลังรอเวลาปะทุครั้งที่ 3 ที่จะรุนแรงกว่าเดิม!"

1.ยุทธการขยับหมาก: ความนิ่งที่ซ่อนคมมีด

อย่าให้ความเงียบหลอกคุณได้! รายงานพิกัดตรงจากพื้นที่ระบุชัดเจนว่า ทหารกัมพูชาไม่ได้ถอย แต่กำลัง "เสริมกำลังรบ" อย่างผิดสังเกต

ตลอดแนวรบสำคัญ ตั้งแต่ ช่องซำแต, โดนตวล, ภูผี,สัตตะโสม, พนมประสิทธิโส ไปจนถึงช่องตาเฒ่า

นี่ไม่ใช่การลาดตระเวนตามวงรอบ

แต่มันคือ “การเตรียมพร้อมเชิงยุทธการระดับสูงสุด (High Readiness) ในช่วงที่สายตาชาวโลกกำลังจ้องมองไปที่กระดาษหยุดยิง!

2.ยึดชัยภูมิสูง: แผนเหนือเมฆที่เนิน 745 และยอดโดม

จุดที่อันตรายที่สุดคือความเคลื่อนไหวทางวิศวกรรมทหารที่ช่องบก ทหารกัมพูชากำลังเร่ง "ปรับปรุงเส้นทางยุทธวิธี"

และวางระบบส่งกำลังบำรุงอย่างบ้าคลั่งมุ่งสู่ เนิน 745 และยอดโดม

*คนอ่านเกมทหารจะรู้ทันที: การทำทางขึ้นที่สูงและปรับฐานที่มั่นในช่วงหยุดยิง คือการเตรียมการ "ตั้งรับเชิงรุก"

เพื่อขวางกั้นไม่ให้ฝ่ายไทยรุกคืบ “ยึดคืนพื้นที่คืนได้”ในอนาคต

 *เขาไม่ได้สร้างถนนเพื่อสันติภาพ แต่เขาสร้างเพื่อลำเลียง "อาวุธหนัก" และ "กระสุน" ขึ้นไปจ่อคอหอยเรา!

3.โดรนสอดแนมและความพยายามในการแทรกซึม

ข้อมูลยืนยันว่า ยังมีการบิน UAV ตรวจการณ์ของฝ่ายตรงข้ามเหนือพื้นที่ “สัตตะโสม” และ “ภูมะเขือ” อย่างต่อเนื่อง

เพื่อล็อกพิกัด “แนววางกำลัง” ของไทย นี่คือพฤติกรรมของฝ่ายที่ "ไม่ยอมจบ" และพร้อมจะเปิดฉากโจมตีทันทีที่เห็นจุดอ่อนของเรา

บทสรุปจากใจคนเกาะติดสนามรบ:

โอกาสที่การปะทะรอบ 3 จะเกิดขึ้นในเร็ววันนี้ มี "ความเป็นไปได้สูงมาก"

 ตราบใดที่กัมพูชายังคงเล่นเกมสองหน้า: ปากบอกหยุดยิง แต่มือปรับปรุงฐานที่มั่นและเสริมกำลังรบไม่หยุดหย่อน

การเจรจาครั้งนี้อาจเป็นเพียง "การซื้อเวลา" เพื่อให้พวกเขาวางรากฐานทางยุทธวิธีให้แข็งแกร่ง พอที่จะปักหลักถาวรบนอธิปไตยของเรา

ใครที่ยังหลับใหลอยู่กับวาทกรรมโลกสวย... ตื่นได้แล้วครับ! ความจริงที่ชายแดนมันเดือดกว่าที่คุณคิด!

นี่คือความจริงจากพื้นที่ ที่ผมเอามาตีแผ่ให้ทุกท่านได้รับทราบ ณ ตอนนี้!

หากมีอะไรคืบหน้าผมจะรายงานให้ทราบในลำดับต่อไปครับ

 พีระชาติ อินตา

..............................................

รู้อย่างนี้แล้ว เห็นทีผมต้องไปให้ “โหรรามัญ” หรือโหร "ฟองสนาน" สำรวจเลขผานาที ว่าเขาจะเชิดฉิ่งกันประมาณวัน-เดือนไหน

จะได้ซื้อทองใส่ไหฝังดินไว้แต่เนิ่นๆ!

-เปลว สีเงิน

๓ มกราคม ๒๕๖๙

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เนรคุณ ‘สิ้นบุญเก่า’

จะว่า “แปลกประเทศ” ก็ไม่น่าใช่ ต้องบอกว่า “แปลกคน” น่าจะใช่ สำหรับพวกเขมร มันคิดได้ยังไง?

สีหศักดิ์ ‘ค้ำคอต่อย’

“หมาจิ้งจอกกับองุ่นเปรี้ยว” ในดงนักวิชาเกือกนี่ มีมากจนน่ารำคาญ! เลือกตั้งผ่านไปยังไม่ครบสัปดาห์ดี ก็หอนตามหน้าจอกันแล้ว ทำนองว่า “กกต.ห่วย ป่านนี้ยังไม่ประกาศผลซักที”

'ดุ่ย ณ บางน้อย'

แหม...นี่ถ้าอยู่ใกล้ๆนะ จะดีดติ่งหู “พล.ท.มาลี โสเจียตา” ซะให้ร้องซี้ดดดเลย พับผ่าซีเอ้า! แถลงมาได้ว่า เมื่อเช้าวาน (๒๔ ก.พ.) ขณะ ๘ ทหารไทยออกลาดตระเวนตามแนวลวดหนาม ในพื้นที่บริเวณ “พลาญหินแปดก้อน” เขตกันทรลักษ์ ศรีสะแกษ

“เขมรเผาเมือง”

เขมรนี่.... จะว่าไปแล้ว มันทั้งน่ารักและน่ากระทืบปนๆ กัน! เห็นทหารไทยกั้นเขตแดนระหว่างไทย-เขมรด้วย “รั้วลวดหนาม” บ้าง ด้วย “ตู้คอนเทนเนอร์” บ้าง

‘การเมืองเรื่องแห้ว’

ก็เป็นเกม “แมวไล่จับหนู-งูไล่งับหางตัวเอง” อยู่นี่แหละ เลือกตั้ง ๘ กุมภา. ก็ว่ามีปัญหา อ้างบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ด เท่ากับการเลือกตั้ง “ไม่เป็นความลับ”!