
รู้สึกคล้ายๆ กันมั้ยครับ...
ยิ่งดีเบต ยิ่งห่าง
ห่างทั้งไอคิว และอีคิว
ปรากฏการณ์ทางการเมืองขณะนี้เป็นเช่นนั้นจริงๆ
การดีเบตของพรรคการเมือง ถูกโฟกัสไปที่พรรคภูมิใจไทยกับพรรคส้มเป็นหลัก
เรื่องสต๊อกข้าว ๑๐๐ ตัน ระหว่าง “ซูเปอร์จี” กับ “ไหมสีส้ม” จากที่ประชาชนไม่รู้อะไรเลย มาวันนี้ได้ความรู้กันทั่วหน้า
ประเด็นหลักจาก “ไหมสีส้ม” ลึกๆ แล้วไม่ใช่เรื่องส่งออกข้าว แต่เป็นแนวทางการหาเสียง
ความต่างในการดีเบต “ซูเปอร์จี” ย้ำเรื่องต้องมีสต๊อกข้าว ๑๐๐ ตัน เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ และสามารถส่งออกข้าวได้จริง แต่ “ไหมสีส้ม” แย้งว่า เป็นการปิดกั้น SME ผู้ค้ารายย่อย ทำให้ไม่สามารถแข่งขันได้
มาแนวเดียวกับการพูดเรื่อง “มีทหารไว้ทำไม” ที่พรรคส้มพยายามอ้างว่าสู้เพื่อทหารชั้นผู้น้อย ไม่ใช่นายพลในสนามกอล์ฟ
การส่งออกข้าวยังมีรายละเอียดอีกเยอะ และใช่ว่ามีกติกาเพื่อเอื้อทุนใหญ่อย่างที่พรรคส้มพยายามสื่อออกมา
รายย่อยถ้าจะแข่งต้องหาความแตกต่าง และมีกติกาเพื่อรายย่อยอยู่แล้ว
การส่งออกข้าวในบรรจุภัณฑ์ขนาด ไม่เกิน ๑๒ กิโลกรัม (หรือประมาณ ๒๕ ปอนด์) มีความคล่องตัวและเงื่อนไขที่ผ่อนปรนมากกว่าการส่งออกข้าวปริมาณมาก
ข้าวพรีเมียม ข้าวราคาแพง ข้าวเฉพาะถิ่น ผลผลิตไม่เยอะ ก็ไปให้สิทธิพิเศษและการยกเว้นเงื่อนไขไม่ต้องมีคลังสินค้า
ผู้ส่งออกที่แจ้งความจำนงส่งออกเฉพาะข้าวสารบรรจุกล่องหรือหีบห่อที่มีน้ำหนักสุทธิ ไม่เกิน ๑๒ กิโลกรัม จะได้รับการยกเว้นเงื่อนไขบางประการ เช่น ไม่จำเป็นต้องมีคลังสินค้าที่เก็บสต๊อกข้าวได้ ๑๐๐ หรือ ๕๐๐ ตัน
นี่คือการสนับสนุนให้เกษตรกรและผู้ประกอบการ SME สามารถส่งออกข้าวได้เองโดยสะดวกขึ้น เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย
ฉะนั้นอย่าหาเสียงแยกชนชั้นในทุกเรื่อง ไม่เช่นนั้นต่อไปเรื่องนี้จะกลายเป็นหอกทิ่มแทงพรรคส้มในอนาคต
หากพรรคส้มได้เป็นรัฐบาลจะพบว่า สิ่งที่ตัวเองพูดจะย้อนกลับมาเล่นงานตัวเอง เหมือนอย่างที่เป็นอยู่ในขณะนี้
เรื่องความห่าม ไร้มารยาท ก็เห็นชัดเจนว่า พรรคส้ม โดย “รังสิมันต์ โรม” แสดงให้เห็นแล้วว่าเหนือพรรคอื่นหลายช่วงตัว
ดีเบตห่ามๆ “แกว่งปากหาเสี้ยน”
สุดท้ายกระแสตีกลับ
"ก้านบัวบอกลึกตื้น ชลธาร มารยาทส่อสันดาน ชาติเชื้อ โฉดฉลาดเพราะคำขาน ควรทราบ หย่อมหญ้าเหี่ยวแห้งเรื้อ บอกร้ายแสลงดิน"
สะท้อนตัวตน “โรม” และพรรคส้ม
แม้กระทั่งเรื่อง รัฐธรรมนูญ ก็ปรากฏชัด “หัวหน้าเท้ง” ตอบคำถามเหมือนท่องจำมา
ถึงได้ยกมือเป็นหุ่นยนต์
ยิ่งดีเบต ยิ่งตาย!
ประสบการณ์ ความเป็นมืออาชีพ เป้าหมาย สำหรับพรรคส้มแล้ว ยังห่างไกลสำหรับพรรคการเมืองที่จะมาเป็นรัฐบาลบริหารประเทศ
เรื่องแก้รัฐธรรมนูญ เป็นเรื่องใหญ่ เพราะรัฐธรรมนูญคือกติกาหลักสำหรับประเทศ
“หัวหน้าเท้ง” เป็นผู้ดีเบตเพียงคนเดียว ที่ยกมือว่าจะแก้หมวด ๑ และหมวด ๒ ด้วย
โดยสรุปแล้ว พรรคส้มต้องการมีรัฐธรรมนูญที่ไม่เหมือนเดิม
๘ กุมภาพันธ์นี้ จะเป็นการลงประชามติว่า ต้องการฉีกรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันทิ้งหรือไม่
มิใช่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ
ไม่มีใครรู้ว่าหน้าตารัฐธรรมนูญใหม่จะออกมาอย่างไร พรรคการเมืองก็ไม่รู้ แต่ทำไมพรรคส้มกับพรรคแดงถึงกระเหี้ยนกระหือรือจะแก้ให้ได้
เท่านั้นยังไม่พอ แต่ละพรรคกำหนดแนวทางการแก้ไขแล้วว่า ต้องการยกเลิกอะไรบ้าง
เช่นคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรี ซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ จะต้องไม่มี
จะต้องรื้อองค์กรอิสระขนานใหญ่ นี่คือพรรคแดง และพรรคส้มพูดมาโดยตลอด
ชี้นำตั้งแต่ยังไม่รู้เลยว่าใครจะมายกร่างรัฐธรรมนูญด้วยซ้ำ แสดงว่าพรรคการเมืองเหล่านี้เชื่อว่า สามารถแทรกแซงกำหนดการยกร่างรัฐธรรมนูญได้
การเขียนหมวด ๑ และหมวด ๒ ขึ้นมาใหม่ พรรคส้มบอกว่าทำได้ และไม่ใช่การเปลี่ยนระบอบการปกครอง
ถูกต้องครับ เปลี่ยนไม่ได้เพราะจะถูกกำกับโดยร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่จะนำไปสู่การเขียนรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
แต่ทำไมถึงมีความกังวลเรื่องการแก้ หมวด ๑ และ หมวด ๒
เพราะหากแก้ไขก็จะบรรลุเป้าหมายขั้นต้นของพรรคส้ม
ยังจำข้อเสนอปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ได้หรือเปล่าครับ
การแก้หมวด ๑ และหมวด ๒ คือการเปิดประตูไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญซ้ำอีกครั้ง รวมทั้งกฎหมายอื่นๆ โดยเฉพาะประมวลกฎหมายอาญา ม.๑๑๒ ในอนาคต
ข้อเสนอปฏิรูปสถาบัน แม้มิได้เสนอโดยพรรคส้ม แต่บุคคลสำคัญของพรรคส้มมีอิทธิพลสูงต่อข้อเสนอดังกล่าว
ย้อนกลับไปดูอีกครั้งกับ ๑๐ ข้อเสนอปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ที่เสนอโดยแนวร่วมของพรรคส้ม
๑.ยกเลิกมาตรา ๖ ของรัฐธรรมนูญที่ว่าผู้ใดจะกล่าวหาฟ้องร้องกษัตริย์มิได้ ให้สภาผู้แทนราษฎรสามารถพิจารณาความผิดของกษัตริย์ได้
๒.ยกเลิกประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ เปิดให้ประชาชนใช้เสรีภาพแสดงความคิดเห็นต่อสถาบันกษัตริย์ได้
นิรโทษกรรมผู้ถูกดำเนินคดีเพราะวิพากษ์วิจารณ์สถาบันกษัตริย์
๓.ยกเลิก พ.ร.บ.จัดระเบียบทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ พ.ศ. ๒๕๖๑ ให้แบ่งทรัพย์สินออกเป็นทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกระทรวงการคลัง และทรัพย์สินส่วนพระองค์ที่เป็นของส่วนตัวของกษัตริย์อย่างชัดเจน
๔.ตัดลดงบประมาณแผ่นดินที่จัดสรรให้กับสถาบันกษัตริย์ให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจของประเทศ
๕.ยกเลิกส่วนราชการในพระองค์ เช่น หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ให้ย้ายไปสังกัดหน่วยงานอื่น คณะองคมนตรี
๖.ยกเลิกการบริจาคและรับบริจาคโดยเสด็จพระราชกุศลทั้งหมด เพื่อกำกับให้การเงินของสถาบันกษัตริย์อยู่ภายใต้การตรวจสอบทั้งหมด
๗.ยกเลิกพระราชอำนาจในการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองในที่สาธารณะ
๘.ยกเลิกการประชาสัมพันธ์และการให้การศึกษาที่เชิดชูสถาบันกษัตริย์แต่เพียงด้านเดียวจนเกินงาม
๙.สืบหาความจริงเกี่ยวกับการสังหารเข่นฆ่าราษฎร ที่วิพากษ์วิจารณ์หรือมีความเกี่ยวข้องใดๆ เกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์
๑๐.ห้ามมิให้ลงพระปรมาภิไธยรับรองการรัฐประหารครั้งใดอีก
หลายข้อในนี้สอดคล้องกับแนวคิดของ "ปิยบุตร แสงกนกกุล"
หลายข้อไม่ใช่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่จะเกิดผลต่อเนื่อง หากมีการแก้ หมวด ๑ และหมวด ๒ ไปในทิศทางที่พรรคส้มต้องการ
จริงครับมิได้แก้เพื่อเปลี่ยนระบอบการปกครอง
แต่สามารถปูทางไปสู่การเปลี่ยนระบอบการปกครองได้
เหลือเวลาอีก ๓ สัปดาห์ จะถึงวันเลือกตั้ง การดีเบตคงจะมีเกิดขึ้นอีกหลายเวที
วันนี้ยิ่งดีเบต ยิ่งห่าง
วันเลือกตั้งจะได้เห็นปรากฏการณ์ใหม่
ประชาชนจะลงโทษคน “แกว่งปากหาเสี้ยน”.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
คิดแบบกาลกิณี
เป็นความวิบัติที่เกิดขึ้นซ้ำซ้อน จนต้องตั้งคำถามว่า จะอยู่กันอย่างนี้หรือ จากเหตุเครนหล่นทับรถไฟที่ สีคิ้ว นครราชสีมา มาถึงเครนถล่มทับรถที่ถนนพระราม ๒ มันเป็นเรื่องซ้ำซากที่พูดกันแล้วพูดกันอีก แต่ต้องพูดกันต่อไป
หรือจะรอให้เทายันเท้ง
ง่ายๆ ครับ...ไม่มีอะไรซับซ้อน เข้าไม่ถึงข้อมูล! ก็น่าเห็นใจ "หัวหน้าเท้ง" ครับ ขณะที่เดินหาเสียงในตลาดชูสโลแกนหาเสียง "มีเราไม่มีเทา" ผู้สมัคร สส.รายที่ ๒ โดนสอยด้วยข้อหาฟอกเงิน เว็บไซต์พนันออนไลน์
รัฐบาลน้ำเงิน-ฟ้า
จับชีพจรในโลกโซเชียลตั้งแต่วานซืน วานนี้ จนมาถึง วันนี้ กระแส รัฐบาลน้ำเงิน-ฟ้ามาแรงจริงๆ
ด้อยค่าทหารแผลบาดลึก
เป็นตุเป็นตะอีกแล้วครับทั่น... เรื่องรัฐมนตรีอาวุโสเขมรยังจบไม่ลง เพราะมันมีผลต่อการเลือกตั้งในไทย กระทบกับใคร กระทบด้านไหน ก็แล้วแต่เหลี่ยมคูของแต่ละพรรคการเมือง ว่ามองสิ่งที่รัฐมนตรีเขมรสื่อสารออกมาเป็นอย่างไร
'เขมร' หัวใจสี 'ส้ม-แดง'
ในโลกใบนี้...อะไรก็เกิดขึ้นได้ครับ จู่ๆ พรรคภูมิใจไทยก็ได้ผู้ช่วยหาเสียงเป็นบุคคลระดับรัฐมนตรีอาวุโสของกัมพูชาเฉยเลย
มีส้มไม่มีโชว์อาวุธวันเด็ก
ก็ไม่รู้สินะ.... ว่าไปแล้วงานวันเด็กปีนี้ เป็นดัชนีสะท้อนผลการเลือกตั้งได้เหมือนกันนะครับ มิได้จับเด็กมาโยงการเมือง

