
อีกสิ่งที่พรรคส้มเปลี่ยนไป...
คือกระแส
ความแตกต่างระหว่างการเลือกตั้งปี ๒๕๖๖ กับปี ๒๕๖๙ ที่กำลังเกิดกับพรรคส้มคือกระแสที่แตกต่างกันสุดขั้ว
จากที่เคยชนะเลือกตั้งเพราะกระแสคนรุ่นใหม่ กระแสเปลี่ยนประเทศ และกระแสสวย หล่อ
มาครั้งนี้กระแสเดิมหดหาย เหลือแต่กระแสส้มเน่า กระแสไม่เอาส้ม
แทนที่จะเอาเวลาไปหาเสียง พรรคส้มกลับต้องเผาเวลา หมดไปกับการแถลงข่าวชี้แจงวาทกรรมต่างๆ ที่ประดิษฐ์ขึ้นมาเพื่อโจมตีพรรคคู่แข่ง กองทัพ ข้าราชการ สถาบันฯ ฯลฯ
เลือกตั้งปี ๒๕๖๖ พรรคส้มใช้สื่อโซเชียลหาเสียงอย่างเต็มที่ และได้ประโยชน์จากโซเชียลมากกว่าพรรคการเมืองอื่นๆ ที่ปรับตัวตามไม่ทัน
มาคราวนี้ พรรคคู่แข่งตามทันเกือบหมดแล้ว
ทุกพรรคต่างก็นำสื่อโซเชียลมาใช้กันเต็มพิกัด
ความห่างในเรื่องนี้ระหว่างพรรคส้มกับพรรคการเมืองอื่นๆ แทบเป็นศูนย์
และแน่นอนครับขึ้นชื่อว่าสื่อโซเชียล ถูกนำมาใช้โจมตีกันดุเดือด แต่ละฝ่ายต่างมีเทคนิคที่แพรวพราว นำจุดอ่อนของคู่แข่งมาลากไส้ประจาน
หลายกรณีเลยเถิดกลายเป็นเฟกนิวส์
ที่เลวร้ายสุดคือ แฟนคลับของแต่ละฝ่าย ประเคนเฟกนิวส์ใส่กันยับ
พูดง่ายๆ มีทุกพรรคแหละครับ
เพียงแต่พรรคที่ดูจะเดือดร้อนมากที่สุดคือพรรคส้ม
ทำให้สถานการณ์ของพรรคส้มอยู่ในขั้นเลวร้ายมากครับ!
เพราะข่าวจริงกับข่าวปลอมสำหรับพรรคส้มมีแค่เส้นบางๆ คั่นอยู่
จนบางมุมมองไม่ออกว่า จริงหรือปลอม
พูดอีกนัยหนึ่ง ปลอมคือจริง จริงคือปลอม
ทั้งจริงและปลอมมันมาจากต้นกำเนิดเดียวกัน
ฉะนั้นถ้าไม่แก้ข่าว...ฉิบหายแน่นอน!
ยกตัวอย่างการแก้ ม.๑๑๒
วันนี้พรรคส้มเดือดร้อนมากครับ พากันปัดเป็นพัลวันว่า ไม่มีนโยบายแก้ไข และศาลรัฐธรรมนูญห้ามนำมาเป็นนโยบายในการหาเสียง
แถมยังต้องมานั่งแก้ข่าวว่า แก้รัฐธรรมนูญ คนละเรื่องกับการแก้ ม.๑๑๒ เพราะ ม.๑๑๒ อยู่ในกฎหมายอาญา ไม่ใช่รัฐธรรมนูญ
เห็นมั้ยครับว่าข่าวปลอมมันเกิดมาจากข่าวจริง
มันมีเส้นแบ่งบางๆ ที่ทำให้ประชาชนจำนวนมากเชื่อว่า พรรคส้มยังมีแนวคิดแก้ ม.๑๑๒ อยู่ เพียงแต่โอกาสและเวลายังมาไม่ถึง
ฉะนั้นถึงแม้พรรคส้มจะบอกว่าไม่แก้ ม.๑๑๒ แล้ว แต่ไม่อาจลบล้างความเชื่อของประชาชนได้ เพราะพรรคส้มเคยนำการแก้ ม.๑๑๒ มาเดิมพันกับการตั้งรัฐบาล
และตั้งรัฐบาลไม่สำเร็จ เพราะไม่ยอมถอยจากการแก้ ม.๑๑๒
ในโซเชียลวันนี้ถึงยังปักใจเชื่อว่า พรรคส้ม ไม่มีทางที่จะทิ้งการแก้ ม.๑๑๒ อย่างแน่นอน
แต่...เลือกตั้งครั้งนี้ มิได้มีแค่ประเด็น ม.๑๑๒ เพียงอย่างเดียว
ยังมีประเด็นที่พรรคส้มโจมตีกองทัพ มีทหารไว้ทำไม รบไปก็แพ้
รวมถึง "เรามีแต่เทา"
ทุกเรื่องมันย้อนกลับไปเล่นงานพรรคส้มทั้งในรูปแบบข่าวจริงและข่าวปลอมที่มีเส้นแบ่งบางๆ ที่แทบแยกไม่ออก
ถึงได้มีสโลแกนใหม่ "ส้มไม่ทน"
วานนี้ (๑๙ มกราคม) "วิโรจน์ ลักขณาอดิศร" ตัวตึงรองหัวหน้าพรรคส้มได้รับมอบหมายให้แถลงข่าว
"...หลายคนทราบดีว่าตนเป็นคนที่เคารพสิทธิเสรีภาพและการแสดงความคิดเห็นของประชาชนมาโดยตลอด และในทุกกรณีก็มักจะน้อมรับข้อติติงมาปรับปรุงอยู่เสมอ
หลายกรณีที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ก็เป็นข้อบกพร่องที่พรรคควรต้องรับฟังและนำมาแก้ไขปรับปรุงจริง และที่ผ่านมาทุกครั้งที่พรรคถูกวิพากษ์วิจารณ์ติติง พรรคก็จะแสดงความรับผิดชอบต่อสาธารณะและสังคมอย่างได้สัดส่วนมาโดยตลอด
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นไม่หยุดหย่อนตลอดระยะเวลาการหาเสียงและนับวันจะหนักขึ้นเรื่อยๆ คือปฏิบัติการของขบวนการใส่ร้ายป้ายสี ที่มีทั้งบัญชีไอโอ แอ็กหลุม บอต ตลอดจนการฟาร์มเพจขึ้นมา ผสมกับการใช้เหล่าอินฟลูเอนเซอร์ในการผลิตซ้ำและเผยแพร่ข้อความและข้อมูลอันเป็นเท็จ เพื่อทำให้ประชาชนเข้าใจพรรคประชาชนผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นการกระทำความผิดกฎหมาย พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎร ๒๕๖๑ มาตรา ๗๓ (๕) อย่างชัดเจน..."
"...พรรคได้รวบรวมข้อมูลในเพจและบัญชีผู้ใช้งานของขบวนการต่างๆ เหล่านี้เอาไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเพจจักรวาลด้อมส้ม, MalaengtaD, หมออนามัยขี้mouth
โดยเฉพาะหมออนามัยขี้mouth ถ้าเข้าไปดูคอนเทนต์และโพสต์ต่างๆ ของเพจนี้ จะไม่พบข้อความใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการสาธารณสุขเลย
และพรรคยังได้รวบรวมบัญชีผู้ใช้งานที่เข้ามาคอมเมนต์และแชร์โพสต์ต่อ ที่มีข้อมูลโยงใยถึงกัน เพื่อนำมาสรุปและร้องเรียนต่อ กกต. และจะดำเนินการแจ้งความดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ๒๕๖๐ ต่อไป..."
น่าเห็นใจครับ คงจะเสียหายเยอะ!
อาจถึงขั้นต้องแพ้เลือกตั้งแบบย่อยยับ
ถูกหมิ่นประมาทเช่นนี้ ต้องให้กฎหมายเข้ามาจัดการ
แต่...ทุกครั้งที่ พรรคส้ม ฟ้องหมิ่นประมาทใคร ทำให้นึกถึงการที่พรรคส้ม กระเหี้่ยนกระหือรือที่จะแก้ ม.๑๑๒ หรือยกเลิกโทษหมิ่นพระบรมเดชานุภาพไม่ได้ครับ
สมัยรัฐบาลลุงตู่ พรรคส้ม และแนวร่วม ๓ นิ้ว ใช้โซเชียลปลุกระดมให้เด็กๆ ชุมนุมประท้วง
มีแก๊งทะลุถุงมาเกิดเกลื่อนโซเชียลไปหมด
พวกนี้มีพฤติกรรมหยาบคาย เสพเฟกนิวส์เป็นอาหารหลัก
เป็นพวกแอ็กหลุมแทบจะร้อยเปอร์เซ็นต์
"วิโรจน์" ลองมองย้อนกลับไปสิครับว่า มันเป็นเช่นนั้นจริงหรือไม่
จำได้หรือเปล่า พรรคส้มถูกจับได้ว่าทำฟาร์มเพจ ปั๊มยอดจนเวอร์เกินจริงมาหลายเรื่องแล้ว
วันนี้สิ่งที่พรรคส้มเคยทำ มันกำลังย้อนกลับเข้าหาตัวเอง
ถ้าคิดว่าไล่ฟ้องแล้วจะไม่มีใครกล้าวิจารณ์พรรคส้ม กลับไปคิดใหม่
อย่างที่บอก ข่าวจริง ข่าวปลอม ในพรรคส้มแทบจะแยกไม่ออก ไม่รู้ข่าวไหนข่าวจริง ข่าวไหนข่าวปลอม
เพราะมันมีที่มาเดียวกัน จากปากคนคนเดียวกัน
ไม่เชื่อลองไปถามคนในกระจกสิครับ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ยิ่งดีเบต ยิ่งตาย!
รู้สึกคล้ายๆ กันมั้ยครับ... ยิ่งดีเบต ยิ่งห่าง ห่างทั้งไอคิว และอีคิว ปรากฏการณ์ทางการเมืองขณะนี้เป็นเช่นนั้นจริงๆ
คิดแบบกาลกิณี
เป็นความวิบัติที่เกิดขึ้นซ้ำซ้อน จนต้องตั้งคำถามว่า จะอยู่กันอย่างนี้หรือ จากเหตุเครนหล่นทับรถไฟที่ สีคิ้ว นครราชสีมา มาถึงเครนถล่มทับรถที่ถนนพระราม ๒ มันเป็นเรื่องซ้ำซากที่พูดกันแล้วพูดกันอีก แต่ต้องพูดกันต่อไป
หรือจะรอให้เทายันเท้ง
ง่ายๆ ครับ...ไม่มีอะไรซับซ้อน เข้าไม่ถึงข้อมูล! ก็น่าเห็นใจ "หัวหน้าเท้ง" ครับ ขณะที่เดินหาเสียงในตลาดชูสโลแกนหาเสียง "มีเราไม่มีเทา" ผู้สมัคร สส.รายที่ ๒ โดนสอยด้วยข้อหาฟอกเงิน เว็บไซต์พนันออนไลน์
รัฐบาลน้ำเงิน-ฟ้า
จับชีพจรในโลกโซเชียลตั้งแต่วานซืน วานนี้ จนมาถึง วันนี้ กระแส รัฐบาลน้ำเงิน-ฟ้ามาแรงจริงๆ
ด้อยค่าทหารแผลบาดลึก
เป็นตุเป็นตะอีกแล้วครับทั่น... เรื่องรัฐมนตรีอาวุโสเขมรยังจบไม่ลง เพราะมันมีผลต่อการเลือกตั้งในไทย กระทบกับใคร กระทบด้านไหน ก็แล้วแต่เหลี่ยมคูของแต่ละพรรคการเมือง ว่ามองสิ่งที่รัฐมนตรีเขมรสื่อสารออกมาเป็นอย่างไร
'เขมร' หัวใจสี 'ส้ม-แดง'
ในโลกใบนี้...อะไรก็เกิดขึ้นได้ครับ จู่ๆ พรรคภูมิใจไทยก็ได้ผู้ช่วยหาเสียงเป็นบุคคลระดับรัฐมนตรีอาวุโสของกัมพูชาเฉยเลย

