
พรรคการเมืองที่ตั้งใจมุ่งมั่น..
อยากทำการเมืองใสสะอาด ใจก็ต้องหนักแน่น ไม่หวั่นไหว พรรคไหน ผู้สมัคร สส.คนใดจะซื้อเสียง-แจกเงินก็อย่าได้ไปกล่าวหา ปล่อยให้ประชาชนได้ตัดสินใจเลือกด้วยตัวเขาเอง!
ผมน่ะ ไม่โทษผู้สมัคร สส. เพราะในเมื่อชาวบ้าน-ประชาชนยัง “แบมือ” ถาม “เท่าไหร่..ไหนล่ะเงิน” อยู่ ก็จำต้องยื่นให้ ไม่งั้นจะเอาคะแนนเสียงมาจากไหน?
ถ้าจะโทษก็ต้องโทษประชาชน ที่กี่ยุค-กี่สมัย นิสัย (สันดาน) ไม่เคยเปลี่ยน ยังคง “ขายเสียง” กันอยู่เป็นปกติแบบไม่เกรงกลัวกฎหมาย และไม่ละอายใจ!
อย่างไรก็ตาม ก็มีประชาชน-ชาวบ้านอีกมากที่ไม่ได้จะขายเสียง-ขายสิทธิ เพียงแต่ในเมื่อเขาเอาเงินยื่นให้จะไม่รับรึก็เกรงใจบ้าง กลัว (อิทธิพล) บ้าง จึงเลยต้อง (ฝืนใจ) รับไว้
และเมื่อรับเงินเขามาแล้ว ก็น้อยคนนักที่คิด “รับเงินหมา กาเบอร์ที่ชอบ” ส่วนใหญ่.. “เออๆ รับมาแล้วก็กาให้เขาไป เดี๋ยวจะเป็นบาป” แน่ะ..กลัวบาปมากกว่ากลัวติดคุก!
นี่..ที่ผมเกริ่นมาเสียยืดยาว ก็ด้วยไม่อยากให้คนพรรคประชาธิปัตย์เสียขวัญ เสียกำลังใจ ท้อแท้กับความตั้งใจตามที่คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ลั่นวาจาไว้..
“จะสู้ด้วยการเมืองสุจริต ไม่ซื้อตัว-ซื้อเสียง”!
เพราะเวลานี้เริ่มจะได้ยินเสียงคนในพรรคประชาธิปัตย์ ที่ดาหน้าหยิบประเด็นการซื้อเสียงขึ้นมาพูดอย่างกับนัดกันไว้
โดยเฉพาะคุณนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ถึงกับโพสต์.. “การเลือกตั้งสกปรกในปี 2500 จะถูกทำลายด้วยการเลือกตั้งในปี 2569 ที่สกปรกกว่า”
ซึ่งก็มองเห็นเป็นอื่นไปไม่ได้ นอกจากคนพรรคประชาธิปัตย์ชักหวั่นไหวเสียแล้ว กลัวว่า “กระแสจะแพ้กระสุน”!
กระทั่งคุณอภิสิทธิ์ก็ยังตอบคำถามนักข่าว “กังวลหรือไม่ที่กระแสจะแพ้บ้านใหญ่” ว่า..บ้านสีฟ้าก็อาศัยกระแส ส่วนกระแสจะสู้กระสุนได้หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับประชาชน
อยากให้สู้ได้ เพราะไม่ใช่แค่การเลือกตั้ง แต่จะเป็นการเริ่มต้นที่ทำให้บ้านเมืองสุจริตจริงๆ เพราะเงินเหล่านี้เมื่อเข้ามาแล้ว ก็ย้อนกลับมาเป็นเรื่องแสวงหาผลประโยชน์
โดยเฉพาะหากเป็นเงินที่ไม่สะอาด จะเป็นการซื้ออำนาจเพื่อไปคุ้มครองตัวเอง ผ่านกระบวนการยุติธรรม ทำให้เราจัดการกับปัญหาเรื่องนี้ไม่ได้...”
ก็..อยากให้กำลังใจ สู้ๆ หมายถึงสู้ทั้งกับ “กระสุน” ทั้งกับ “ศรัทธา” ของประชาชนที่หายไป และแม้คราวนี้จะได้ สส.มาไม่ได้ดั่งใจ ก็ขอให้ “ทำการเมืองสุจริต” ต่อไปๆ..
เชื่อ..สักสมัยแหละ พรรคประชาธิปัตย์จะกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง สำคัญแต่เพียง จะอึด-ทนกันแค่ไหน เท่านั้นเอง!
เออ..เย็นย่ำค่ำนี้ (21 มกรา.) มีคนถาม จะไปงาน “คอนเสิร์ตลูกผู้ชาย..นายเด๋อ ดอกสะเดา” ที่เหล่าศิลปินนักร้อง-ตลกร่วมแรง-ร่วมใจกันจัด
ที่โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง เลียบด่วนเอกมัย-รามอินทรา ตั้งแต่เวลา 1 ทุ่มเป็นต้นไปนั้น หาซื้อบัตรเข้าชมกันได้ที่ไหน ราคาเท่าไหร่?
ซึ่งผมก็ได้ถามไปยังคณะผู้จัดงาน คุณเป็ด เชิญยิ้ม บอกว่า สำหรับคนทั่วไปที่สนใจจะไปดูไปให้กำลังใจ ซื้อบัตรที่หน้างานได้เลย คนละ 300 บาท
ส่วนอาหาร-เครื่องดื่มก็สั่งเอาจากทางร้านตามแต่ต้องการ ก็เหมือนกับไปนั่งดื่มเบียร์-ทานอาหาร-ฟังเพลงตามปกติ พิเศษนิดตรงที่ต้องจ่าย 300 บาทต่อหัว-ต่อคนเท่านั้น!
ไม่ต้องพูดว่าคุ้ม-ไม่คุ้ม เพราะลำพังแค่ดูวงดนตรีลูกทุ่ง-หมอลำปิดวิกตามงานวัด ค่าตั๋วก็ 200 บาทแล้ว แล้วนี่มีศิลปินนักร้องดังกว่า 20 คน ตลกอีก 7 คณะใหญ่
แวะไปนั่งดื่ม-นั่งกินพลางฟังเพลงเพราะๆ และหัวเราะแบบ “นันสต็อป” กันให้ฉ่ำเถอะ ไม่รู้อีกเมื่อไหร่จะได้ดูอีก และอีกอย่าง..
ตลกดังนะ เหลือน้อยแล้ว..รู้ไหม?.
สันต์ สะตอแมน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ยิ่งฟ้องเหมือนยิ่งยุ?
โดนจนได้! ผมหมายถึงคุณชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์น่ะ เห็นวานนี้คุณอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล โพสต์ภาพพร้อมข้อความ..
เป็นนักร้องดีแล้ว
เลือกแบบเดิมก็จะได้แบบเดิม เนี่ย..คุณเท้งหัวหน้าพรรคประชาชนเขาว่า แต่ผมว่า..เลือกแบบเดิมได้แบบเดิมดีกว่า เลือกแบบใหม่ แต่ได้ “สส.เทา-ดำ” เข้าไปค่อนสภามั้ง?
พรรคเราต้องไม่มีเทา?
มีเทาไม่มีเรา! แต่..ยังไม่ทันถึงวันเดินเข้าคูหา ผู้สมัคร สส.ของ “พรรคประชาชน” อย่างน้อยก็ 2 คน ที่เห็น “สีเทา” ฉาบทาจะจะตาขึ้นมาแล้ว
ลูกผู้ชาย.. “นายเด๋อ”
“เหมาะสมแล้ว”! เนี่ย..คนในทำเนียบขาวบอกอย่างนี้ ใครล่ะจะไปขวาง-ไปค้านได้ เพราะประเทศของท่านเป็นมหาอำนาจที่จะยึดครองประเทศไหนในโลกนี้ก็ได้ เมื่อท่านว่าเหมาะสม ก็เหมาะสม!
ข่าวดีที่3จังหวัดชายแดน
11 จุดในพื้นที่ 3 หวัดชายแดนภาคใต้! ไม่ได้จะแนะนำ หรือรีวิวสถานที่ท่องเที่ยว แต่ผมกำลังพูดถึงกรณีคนร้ายลอบวางระเบิดเผาปั๊มน้ำมัน เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 10 มกราคม 2569 น่ะ!
ห้วงความสุขของคนไทย?
เปิดด่าน..เพื่อใคร? พรรคไหน..จะเปิดด่าน?! เปล่า..ผมไม่ได้ถาม แต่คนถาม รศ.ดร.ชิดตะวัน ชนะกุล อาจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์และการเมือง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นู่น!

