
เชื่อมั้ยครับ....
เลือกตั้งครั้งนี้ประเทศไทยจะตกใจกับกระแส “ศุภจี-สีหศักดิ์”
โดยเฉพาะผลการเลือกตั้ง
จะมีเสียงอุทาน...อะไรกันเนี่ย...มันเป็นไปได้อย่างไร!
ไม่ร่วง ก็รุ่ง
ใช่ครับ มีให้ตกใจทั้ง ๒ ทาง
จะสังเกตเห็นนะครับ การเลือกตั้ง ๘ กุมภาพันธ์ มีกระแสความนิยมบางอย่าง ที่ไม่เหมือนกับการเลือกตั้งหลายๆ ครั้งที่ผ่านๆ มา
พอนึกภาพออกมั้ยครับ
ประเทศไทยผ่านการเลือกตั้งมาหลายหน แต่ไม่มีครั้งไหน ที่พรรคการเมืองบางพรรคเตรียมบุคลากรที่ให้ความหวังเรื่องการแก้ปัญหาเศรษฐกิจมากเท่าครั้งนี้
ที่สำคัญมีการรับรู้ของประชาชนอยู่ในระดับที่มากเป็นประวัติการณ์
ลองนึกภาพสิครับ เคยมีการเลือกตั้งครั้งไหนบ้าง ที่ให้ความสำคัญกับทีมเศรษฐกิจ และทีมต่างประเทศมากเท่าการเลือกตั้งครั้งนี้
เคยมั้ยครับที่ประชาชนบอกก่อนการเลือกตั้งว่า คนนี้ต้องเป็นรัฐมนตรีพาณิชย์ คนนี้ต้องว่าการคลัง คนนั้นต้องเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ
แทบนับครั้งได้ครับ
ขนาดหลังวิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้งใหม่ๆ ประชาชนยังงงอยู่เลยครับว่า จะเดินต่อไปอย่างไรดี เพราะพรรคการเมืองไม่ใช่ความหวัง
สุดท้ายประชาชนติดกับดักนโยบายประชานิยมของรัฐบาลไทยรักไทย
การเลือกตั้งหลังจากนั้น พรรคการเมืองแข่งกันด้วยนโยบายประชานิยม อย่างบ้าคลั่ง
ครั้งนี้ก็เช่นกัน
เน้นแจกล่อใจ
แจกตั้งแต่เด็กยันแก่
ตั้งแต่เกิดยันตาย
ถามว่าเอาเงินมาจากไหน
แทบไม่มีพรรคการเมืองที่บอกกับประชาชนถึงสถานการณ์ทางการเงินการคลังของประเทศที่แท้จริงว่าเป็นอย่างไร และต้องหาเงินอย่างไร
มีก็น้อยเต็มทน!
ในสถานการณ์ที่พรรคการเมืองแข่งกันโปรยนโยบายประชานิยม ลดแลกแจกแถมจนไม่รู้จะเอาเงินงบประมาณจากไหนมาถม แต่ประชาชนกลับเงี่ยหูฟังว่า พรรคไหนจะมาแก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องมากกว่า เพราะมันไม่ไหวจริงๆครับ
หนักกว่าหลังโควิดเสียอีก!
ใช่แล้วครับ ประชาชนต้องการ “ทีมเศรษฐกิจ” ที่มากอบกู้เศรษฐกิจระยะยาวมากกว่านโยบายลดแลกแจกแถมที่หวังผลระยะสั้น
สำคัญไปกว่านั้น พรรคการเมืองหาเสียงเป็นร้อยๆนโยบายแต่เมื่อได้เป็นรัฐบาล ทำได้แค่ไม่กี่นโยบาย
บางนโยบายกลายเป็นการผลาญเงินชาติ เช่นกรณีแจกเงินหมื่นของพรรคเพื่อไทย
ฉะนั้นอย่าได้แปลกใจว่าทำไม “กระแสศุภจี” ถึงได้แรงแซงทุกโค้ง
ขณะที่พรรคส้มทยอยเปิดตัวเทคโนแครต ว่าที่รัฐมนตรีด้านต่างๆ รวมทั้งด้านเศรษฐกิจ
เปิดแล้วหาย...
นี่คือการส่งสัญญาณไปถึงพรรคส้ม อย่าดูถูกโหวตเตอร์ที่ยังลังเล หรือยังไม่ตัดสินใจว่าจะเลือกใคร ซึ่งมีอยู่มหาศาล คนกลุ่มนี้จะสั่งสอนพรรคส้ม หากยังมีพฤติกรรมการหาเสียงที่ดูถูกดูแคลนผู้อื่น
เพราะสุดท้ายแล้ว บุคลากรในพรรคส้มล้วนไม่เหมาะกับงาน บางคนฉลาดแต่คิดไม่เป็น บางคนดูเหมือนถูกกดรีโมตคอนโทรล รับคำสั่งหันซ้าย หันขวา เดินหน้า ถอยหลัง ไม่อาจพลิกแพลง
ดูกรณี “หัวหน้าเท้ง” พูดถึงความรับผิดชอบกรณีพรรคเรามีเทาในการดีเบตเป็นตัวอย่าง ไปอบรมจริยธรรมการเมืองคนอื่นเขา
เจอ “จตุพร บุรุษพัฒน์” สวนกลับ ผู้รับผิดชอบสูงสุดเรื่องจริยธรรมคือหัวหน้าพรรค ถ้าลูกพรรคมันเฮงซวย หัวหน้าพรรคก็ต้องรับผิดชอบด้วย
ต้องลาออก!
ถูกสอนมวยจนคิดไม่ทัน เอาแต่นั่งหน้าจืด หน้าเจื่อน
แค่นี้ก็ไปไม่เป็น
ก็ไม่แปลกหรอกครับที่ในโซเชียลถึงได้ลงความเห็นแทบจะเป็นเอกฉันท์ว่า “หัวหน้าเท้ง” ยังไม่พร้อมที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี
เพราะความรู้ความสามารถ ปฏิภาณ ไหวพริบ ยังไม่ถึง
ความฉลาดยังมีไม่พอ
เรื่องที่โพลสำรวจกี่รอบต่อกี่รอบ ส้มก็มา ก็รับฟังไว้เป็นข้อมูล แต่ของจริงอยู่ในตลาดสด!
พ่อค้าแม่ค้าว่าไงก็ตามนั้นแหละครับ
เพราะคนกลุ่มนี้คือดัชนีชี้วัดเศรษฐกิจปากท้องของประชาชน
เลือกตั้งครั้งนี้ประชาชนรับรู้แล้วว่าหากได้เป็นรัฐบาลต่อ พรรคภูมิใจไทยเลือก “ศุภจี สุธรรมพันธุ์” เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
หาเงินเข้าประเทศ ปลุกชีพเศรษฐกิจที่หายใจรวยริน
ให้ “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” คุมการเงินการคลังของประเทศ
ให้ “สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว” ดูแลงานต่างประเทศ กอบกู้ศักดิ์ศรีของไทย ในยามที่โลกเต็มไปด้วยวิกฤตการเมืองและความมั่นคง
ทุกคนมาถูกที่ถูกเวลา
นี่คือกระแสที่พรรคภูมิใจไทยได้เปรียบพรรคการเมืองอื่นๆ อย่างมาก
และนับวันจะยิ่งชัดถึงความห่างชั้น
กลับกัน พรรคส้ม ที่ชนะทุกโพล ยังง่วนอยู่กับการแก้ปัญหาของตัวเอง
บุคลากรไม่เด่น กระแสตก คือสถานการณ์ที่แท้จริงของพรรคส้ม
มีกูรูออกมาฟันธงว่า พรรคภูมิใจไทยน่าจะชนะแบบแลนด์สไลด์ เกิน ๒๐๐ เสียง
ฟังหูไว้หู
อาจสะดุดหัวแม่ตีนตัวเองในโค้งสุดท้ายก็ได้ เพราะในยุค เอไอ ที่ทำได้ทุกเรื่องเช่นนี้ใครจะไปรู้
อย่างที่จั่วหัวไว้ ผลเลือกตั้งอาจสร้างความตกตะลึงครั้งใหญ่
ประชาชนไม่ได้อยากแก้รัฐธรรมนูญ ไม่อยากแก้ ม.๑๑๒ ไม่อยากด่าทหาร เบื่อพรรคการเมืองที่รังเกียจเทา แต่มีเทาถึงดำเต็มพรรค
เพราะประชาชนรู้ดีว่าการเมืองสลัดเทาออกยาก แต่การมีนักการเมืองที่รู้ปัญหาและพร้อมแก้ปัญหานั้นยากกว่า จำต้องล็อกตัวไว้
ของจริงอยู่ที่มือประชาชนในวันที่ ๘ กุมภาพันธ์
ที่แน่ๆ พรรคอันดับ ๑ กับพรรคอันดับ ๒ ไม่มีคำว่าสูสี
มีแต่ห่างเป็นทุ่ง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ในวิกฤตส้ม
อีกสิ่งที่พรรคส้มเปลี่ยนไป... คือกระแส ความแตกต่างระหว่างการเลือกตั้งปี ๒๕๖๖ กับปี ๒๕๖๙ ที่กำลังเกิดกับพรรคส้มคือกระแสที่แตกต่างกันสุดขั้ว
ยิ่งดีเบต ยิ่งตาย!
รู้สึกคล้ายๆ กันมั้ยครับ... ยิ่งดีเบต ยิ่งห่าง ห่างทั้งไอคิว และอีคิว ปรากฏการณ์ทางการเมืองขณะนี้เป็นเช่นนั้นจริงๆ
คิดแบบกาลกิณี
เป็นความวิบัติที่เกิดขึ้นซ้ำซ้อน จนต้องตั้งคำถามว่า จะอยู่กันอย่างนี้หรือ จากเหตุเครนหล่นทับรถไฟที่ สีคิ้ว นครราชสีมา มาถึงเครนถล่มทับรถที่ถนนพระราม ๒ มันเป็นเรื่องซ้ำซากที่พูดกันแล้วพูดกันอีก แต่ต้องพูดกันต่อไป
หรือจะรอให้เทายันเท้ง
ง่ายๆ ครับ...ไม่มีอะไรซับซ้อน เข้าไม่ถึงข้อมูล! ก็น่าเห็นใจ "หัวหน้าเท้ง" ครับ ขณะที่เดินหาเสียงในตลาดชูสโลแกนหาเสียง "มีเราไม่มีเทา" ผู้สมัคร สส.รายที่ ๒ โดนสอยด้วยข้อหาฟอกเงิน เว็บไซต์พนันออนไลน์
รัฐบาลน้ำเงิน-ฟ้า
จับชีพจรในโลกโซเชียลตั้งแต่วานซืน วานนี้ จนมาถึง วันนี้ กระแส รัฐบาลน้ำเงิน-ฟ้ามาแรงจริงๆ
ด้อยค่าทหารแผลบาดลึก
เป็นตุเป็นตะอีกแล้วครับทั่น... เรื่องรัฐมนตรีอาวุโสเขมรยังจบไม่ลง เพราะมันมีผลต่อการเลือกตั้งในไทย กระทบกับใคร กระทบด้านไหน ก็แล้วแต่เหลี่ยมคูของแต่ละพรรคการเมือง ว่ามองสิ่งที่รัฐมนตรีเขมรสื่อสารออกมาเป็นอย่างไร

