คุมเข้มชายแดน! สกัดเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติ

สตช.ยกระดับการรักษาความปลอดภัยตามแนวชายแดน สกัดกั้นเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติ

25 ก.พ.2569 - พล.ต.ต.จตุรภัทร์ ภิรมย์แก้ว ผู้บังคับการกองการต่างประเทศ ในฐานะรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า สืบเนื่องจากการยกระดับการกวาดล้างเครือข่ายหลอกลวงทางไซเบอร์ข้ามชาติอย่างหนักในประเทศเพื่อนบ้านเมื่อไม่นานมานี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติพบว่ามีความพยายามของชาวต่างชาติที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายเหล่านี้ในการลักลอบข้ามแดนเข้ามายังราชอาณาจักรไทยเพิ่มสูงขึ้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอย้ำจุดยืนตามนโยบาย “Zero Tolerance” ว่า ประเทศไทยจะไม่เป็นแหล่งกบดาน ฐานปฏิบัติการ หรือเส้นทางผ่านขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติโดยเด็ดขาด

ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา การปฏิบัติการบูรณาการร่วมกันระหว่าง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง, กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน, กองบังคับการตำรวจทางหลวง, ทหาร และหน่วยงานฝ่ายปกครองในพื้นที่ ได้นำไปสู่การสกัดจับกลุ่มเป้าหมายสำคัญได้หลายกรณี ตัวอย่างที่ชัดเจนคือการสกัดจับกลุ่มชาวจีนขณะลักลอบข้ามแม่น้ำเมยเข้ามายังฝั่งไทย โดยผู้ต้องหารับสารภาพว่าหลบหนีออกจากพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษชเวโก๊กโก่ ประเทศเมียนมา เนื่องจากไม่สามารถทนสภาพการถูกบังคับใช้แรงงานในแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และต้องการใช้ไทยเป็นเส้นทางผ่านเพื่อเดินทางกลับประเทศ ในขณะเดียวกันทางพรมแดนด้านตะวันออก เจ้าหน้าที่ได้จับกุมชาวจีน 6 คน ที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งพยายามหลบหนีเข้าเมืองทางช่องทางธรรมชาติบริเวณจุดผ่านแดนสอยดาว จังหวัดจันทบุรี โดยกลุ่มนี้ยอมรับว่าต้องการหลบหนีเข้ามาในไทยเพื่อหาเส้นทางไปยังประเทศที่สาม เนื่องจากถูกเจ้าหน้าที่ทางการกัมพูชากวาดล้างและกดดัน กรณีเหล่านี้เป็นเครื่องยืนยันอย่างชัดเจนว่า บุคคลเหล่านี้กำลังหลบหนีการปราบปรามอย่างหนักจากเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ตั้งฐานปฏิบัติการของตน และพยายามใช้ประเทศไทยเป็น "ทางผ่าน" (Transit Hub) เพื่อหลบหนีการจับกุมหรือย้ายฐานไปยังประเทศที่สาม

ภายใต้นโยบายและข้อสั่งการของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยตามแนวชายแดนขั้นสูงสุด โดยมีการจัดตั้งชุดปฏิบัติการร่วมเพื่อปิดกั้นช่องทางธรรมชาติ และตั้งจุดตรวจจุดสกัดอย่างเข้มงวดตามเส้นทางคมนาคมสายหลักและสายรองทั่วประเทศ มาตรการเหล่านี้ดำเนินการเพื่อให้มั่นใจว่า สมาชิกของเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติที่พยายามลักลอบเข้าประเทศจะถูกสกัดจับในทันที และถูกดำเนินคดีตามกฎหมายไทยอย่างถึงที่สุด

รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เน้นย้ำว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารเชิงลึกเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของเครือข่ายเหล่านี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติยังคงยึดมั่นในพันธกิจด้านการรักษาความมั่นคงในภูมิภาค และจะเดินหน้าขัดขวางพร้อมทลายเครือข่ายอาชญากรรมใดๆ ก็ตามที่พยายามใช้ประโยชน์จากอาณาเขตของประเทศไทย

สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอส่งสัญญาณเตือนอย่างเด็ดขาดไปยังกลุ่มอาชญากรข้ามชาติทุกกลุ่มว่า ความพยายามใดๆ ที่จะเข้ามาตั้งฐานปฏิบัติการหลอกลวงในประเทศไทย หรือใช้ดินแดนไทยเป็นทางผ่านสำหรับการกระทำผิดกฎหมาย จะต้องเผชิญกับการบังคับใช้กฎหมายที่รวดเร็ว เด็ดขาด และไม่มีการละเว้นใดๆ ทั้งสิ้น

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แนะ 3 วิธี ฉลอง 'วาเลนไทน์' ปลอดภัย ตัดวงจรแบล็กเมล์

พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนในช่วงเทศกาลวาเลนไทน์

ตำรวจเร่งล่า 7 กัมพูชาป่วนเมืองชลฯ

ตร.เร่งล่าชาวกัมพูชา 7 ราย พกระเบิด-อาวุธก่อก่วนชลบุรี หลังจับกุม 3 คน ลั่นต้องชดใช้สิ่งที่ทํา ชี้โทษหนักคุก 20 ปี ขึ้นแบล็คลิสต์ห้ามเข้าไทย

จับตา 'จีน' ส่งทูตพิเศษมาไกล่เกลี่ยปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา

'จีน'ส่งทูตพิเศษมา 'กัมพูชา-ไทย' ในวันนี้ เพื่อไกล่เกลี่ย คลี่คลายความตึงเครียดและบรรเทาสถานการณ์ความขัดแย้งตามแนวชายแดน