อ่วม! ศาลสั่งจำคุก 4 ปี มือเผาป่าเขาน้อย-เขาประดู่ พร้อมปรับ 133 ล้านบาท

ศาลพิพากษาคดีเผาป่า ขหล.เขาน้อย-เขาประดู่ จ.พิษณุโลก จำคุก 4 ปี ไม่รอลงอาญา ปรับ 133 ล้านบาท พร้อมสั่งให้จำเลยออกจากพื้นที่ป่าสงวนใน 30 วัน

7 มี.ค. 2568 – เพจเฟซบุ๊ก “สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ ที่ 11 (พิษณุโลก)” เปิดเผยว่า จากกรณ๊เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2567 พนักงานเจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาน้อย – เขาประดู่ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 (พิษณุโลก) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ทำการจับกุมผู้กระทำผิด 1 ราย ตรวจพบการแผ้วถาง ตัดฟันต้นไม้ จุดไฟเผาต้นไม้และใบไม้แห้ง ซึ่งเป็นป่าเบญจพรรณผสมเต็งรัง มีต้นไม้อยู่จำนวนมากบริเวณพื้นที่ป่าด้านทิศตะวันออกของหมู่บ้าน บ้านไร่สุขสมบูรณ์ หมู่ที่ 10 ต.บ้านยาง อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าและอยู่ภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าสองฝั่งลำน้ำแควน้อยและอยู่ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่า (ขหล.) เขาน้อย-เขาประดู่ เป็นเหตุให้เกิดเพลิงลุกไหม้เผาไหม้ป่าเป็นบริเวณกว้าง

เนื้อที่ที่ถูกทำลายเสื่อมสภาพก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพยากรธรรมชาติในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าสองฝั่งลำน้ำแควน้อยและเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาน้อย-เขาประดู่ จำนวน 2,166.02 ไร่ คิดมูลค่าความเสียหายทางสิ่งแวดล้อม เป็นเงิน 133,237,390 บาท (หนึ่งร้อยสามสิบสามล้านสองแสนสามหมื่นเจ็ดพันสามร้อยเก้าสิบบาทถ้วน) อันเป็นการทำอันตรายแก่สัตว์ป่า ทำให้เกิดการเสื่อมเสียแก่สภาพภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติและเขตห้ามล่าสัตว์ป่า พนักงานเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐานพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่

ต่อมาพนักงานอัยการจังหวัดพิษณุโลก ได้ยื่นฟ้องจำเลยต่อศาลจังหวัดพิษณุโลก เป็นคดีหมายเลขดำ ที่ สวอ 29/2567 เรื่อง ความผิดต่อพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 ความผิดต่อพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ 2507 ความผิดต่อพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562

คดีดังกล่าว ศาลจังหวัดพิษณุโลกได้พิพากษาตามคดีหมายเลขแดงที่ สวอ21/2567 เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2567 ที่ผ่านมา พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ 2484 มาตรา 54, 72 ตรี วรรคสอง พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ 2507 มาตรา 14 วรรคหนึ่ง, 31 วรรคสอง พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า 2562 มาตรา 67 (2), 103 วรรคหนึ่ง จำคุก 8 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 4 ปี

พิเคราะห์รายงานสืบเสาะและพินิจจำเลยแล้ว เห็นว่า แม้ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยได้โทษจำคุกมาก่อน แต่การกระทำผิดของจำเลยก่อให้เกิดความเสียหายเป็นวงกว้างต่อทรัพยากรธรรมชาติและทรัพยากรป่าไม้ของชาติ พฤติการณ์เป็นเรื่องร้ายแรง จึงไม่เห็นสมควรรอการลงโทษ ริบของกลางทั้งหมด ให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายตามมูลค่าทั้งหมดของทรัพยากรธรรมชาติที่ถูกทำลายหรือเสียหายเป็นเงิน 133,237,390 บาท (หนึ่งร้อยสามสิบสามล้านสองแสนสามหมื่นเจ็ดพันสามร้อยเก้าสิบบาทถ้วน) พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันที่ 6 พฤษภาคม 2567 เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จแก่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

ให้จำเลยและบริวารของจำเลย ออกไปจากเขตป่าสงวนแห่งชาติที่เกิดเหตุภายใน 30 วัน นับแต่คดีถึงที่สุด ค่าฤชาธรรมเนียมในคดีส่วนแพ่งให้เป็นพับ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกไม่มีผู้ใดอุทธรณ์ คดีถึงที่สุดแล้ว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'นันทิวัฒน์' ถามเขมร 'เผาหาพระแสง' หายใจเข้าออกมีแต่เงินเงินและเงิน

นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และอดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพส

'องอาจ' ถามเดินเกมจับขั้วตั้งรัฐบาล ประกาศผลเลือกตั้ง คำสั่งศาล จะเกิดอะไรก่อนกัน

ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ข้องใจการเดินเกมจับขั้วตั้งรัฐบาล ประกาศผลเลือกตั้ง คำสั่งศาล จะเกิดอะไรขึ้นก่อนกัน

ศาลนัดสืบพยาน 'กัลฟ์' ฟ้องหมิ่นประมาท 'ณัฐพงษ์' 100 ล้าน ต้นเดือนต.ค.69

ศาลนัดตรวจหลักฐานและสอบคำให้การจำเลยคดีดำอ.1035/2568ที่บริษัท กัลฟ์เจพี เอ็นเอส จำกัดเป็นโจทก์ฟ้องนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน

'ว่าที่ สส.พิษณุโลก' ควงเมีย อาบน้ำมนต์สะเดาะเคราห์

นายพงษ์มนู ทองหนัก ว่าที่ สส.พิษณุโลก เขต 3 พรรคภูมิใจไทย ซึ่งเพิ่งป้องกันแชมป์ในการเลือกตั้ง สส.เขตนี้ได้ เมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านม

สุดทน! 'ไตรรงค์' ฟ้องศาลพวกโจมตีการทำงานต่อเนื่อง ลั่นเป็นตร. 40ปี โดนด่าไม่เคยเอาผิดใคร

รองเจรตำรวจแห่งชาติ ฟ้องศาลเอาผิดพวกใส่ร้าย บอกเป็นตำรวจมากว่า 30–40 ปี ถูกด่ามานับไม่ถ้วน ไม่เคยคิดใช้สิทธิทางกฎหมาย