ขณะที่บทบาทการทำงานของ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในการบริหารจัดการเลือกตั้ง กำลังถูกวิจารณ์อย่างหนัก จน กกต.และเจ้าหน้าที่สำนักงาน กกต.ต้องแอ่นอกรับกระสุนตกจากทุกทิศทาง โดยมีงานสำคัญที่ต้องเคลียร์ให้จบตามไทม์ไลน์คือ การรับรองผลการเลือกตั้ง สส.เพื่อนำไปสู่การเปิดประชุมสภาฯ โหวตเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร และโหวตนายกรัฐมนตรี
แต่ระหว่างนี้มีฉากคั่นกลาง ที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงองคาพยพ ใน 7 เสือ กกต. ซึ่งจะเกิดขึ้นกลางสัปดาห์หน้า
เพราะวุฒิสภามีประชุมสมัยวิสามัญเป็นกรณีพิเศษ วันพฤหัสบดีที่ 26 ก.พ. โดยมีวาระสำคัญคือ
"ให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้ง"
จำนวน 2 คน ตามที่ผ่านการคัดเลือกจากคณะกรรมการสรรหาฯ คือ
“จิรุตม์ วิศาลจิตร อดีตอธิบดีกรมการขนส่งทางบกและประธานบอร์ดการรถไฟแห่งประเทศไทย” ที่เพิ่งเกษียณอายุราชการเมื่อกันยายน 2568 ที่ผ่านมา และ "มณฑล สุดประเสริฐ อดีตอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง-อดีตอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย-อดีตบอร์ดการรถไฟฯ" เพื่อไปแทน เลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ และฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ ตามลำดับ ซึ่งทั้ง 2 คนครบวาระการเป็น กกต.ตั้งแต่เมื่อ 4 ธ.ค.2568 แต่ขณะนี้อยู่รักษาการจนกว่าจะมี กกต.ใหม่มารับไม้ต่อ
สำหรับจิรุตม์-อดีตบิ๊กกระทรวงคมนาคม ที่แม้จะจบรัฐศาสตร์ จุฬาฯ แต่ไปเติบโตในชีวิตราชการที่กระทรวงคมนาคม หลังจบการศึกษาจากสหรัฐอเมริกา โดยก่อนเกษียณได้ผ่านตำแหน่งสำคัญมากมายในกระทรวงคมนาคม เช่น รองปลัดกระทรวงคมนาคม หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม อธิบดีกรมเจ้าท่า อธิบดีกรมขนส่งทางบก อดีตบอร์ดการท่าเรือแห่งประเทศไทย อดีตบอร์ดบริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์ จำกัด
โดยสื่อรายงานว่า เป็นที่รู้กันดีว่า สมัย ศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย น้องชายเนวิน ผู้ยิ่งใหญ่แห่งพรรคสีน้ำเงิน เป็น รมว.คมนาคม ยุครัฐบาลพลเอกประยุทธ์ ที่นั่งเป็น รมว.คมนาคมร่วม 4 ปี ก็เป็นคนผลักดันให้จิรุตม์ขยับออกจากรองปลัดกระทรวงคมนาคม ไปเป็นอธิบดีกรมการขนส่งทางบก ที่เป็นกรมใหญ่ของ ก.คมนาคม อีกทั้งยังผลักดันให้ไปรับตำแหน่งประธานบอร์ดการรถไฟฯ
ส่วนมณฑล อดีตอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง ถือเป็นอดีตบิ๊กข้าราชการคนดังที่มากด้วยคอนเน็กชันทางการเมืองและธุรกิจ โดยอยู่ในตำแหน่งอธิบดีกรมโยธาธิการฯ ยาวนานร่วม 7 ปี หลัง ครม.มีการต่ออายุให้ คือตั้งแต่ปี 2555-2563 โดยไม่เคยถูกเด้งหรือถูกย้ายไปเป็นรองปลัดกระทรวงมหาดไทยหรืออธิบดีกรมอื่นในกระทรวงมหาดไทย ทั้งในยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ ต่อเนื่องถึงยุครัฐบาลพลเอกประยุทธ์ ข่าวบอกว่า ช่วงรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่พรรคภูมิใจไทยดูแลกระทรวงมหาดไทย โดยมี ชวรัตน์ ชาญวีรกูล หรือปู่จิ้น เป็น มท.1 และมีศักดิ์สยามเป็นประธานคณะที่ปรึกษา นายมณฑลก็ได้รับการสนับสนุนให้ขึ้นมาเป็นรองอธิบดีกรมโยธาธิการฯ ก่อนจะขึ้นเป็นอธิบดีกรมโยธาฯ ยาวหลายปีติดต่อกัน จึงทำให้รู้จักกับคนในหลายแวดวง โดยหลังเกษียณ ไปเป็นประธานกรรมการบริษัท แอ๊บโซลูท คลีน เอ็นเนอร์จี้ จำกัด (มหาชน) เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม มีกระแสข่าวก่อนหน้านี้ลือกันในหมู่ สว.และที่ตึกสำนักงาน กกต. ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะว่า การโหวตเห็นชอบ กกต.ทั้ง 2 รายชื่อ อาจจะโหวตผ่านแค่ 1 รายชื่อ และไม่ผ่าน 1 ชื่อ
ลือกันว่า ชื่อที่อาจจะไม่ผ่านก็คือ นายมณฑล เพราะฝ่ายการเมืองที่คุมเสียง สว.สีน้ำเงิน ยังมีอะไรบางอย่างคาใจกับมณฑล
ทั้งนี้ หากนายมณฑลที่สมัครเป็น กกต.เพื่อมาแทน ฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ หากไม่ผ่านความเห็นชอบจะทำให้ ฐิติเชฏฐ์ ที่เคยเป็นอดีตที่ปรึกษา-หัวหน้าสำนักงาน นุรักษ์ มาประณีต องคมนตรี สมัยเป็นประธานศาลรัฐธรรมนูญ ได้ทำหน้าที่เป็น กกต.ต่อไปอีกอย่างน้อยก็ร่วม 4-5 เดือน เพราะต้องไปนับหนึ่งสมัครคัดเลือกใหม่ โดยเป็นที่รู้กันว่า ฐิติเชฏฐ์ ชื่อนี้ไม่ธรรมดากับการเป็นมิสเตอร์คอนเน็กชันแห่ง 7 เสือ กกต.
กระนั้นข้อมูลเรื่อง สว.สีน้ำเงินจะโหวตผ่าน กกต. 1 คน และไม่ผ่าน 1 คน เป็นข้อมูลที่ร่ำลือกันช่วงเดือนมกราคม ก่อนการเลือกตั้ง 8 ก.พ. และก่อนที่ทั้ง 2 คนจะเข้าไปตอบข้อซักถาม กมธ.สอบประวัติของวุฒิสภาเมื่อต้นเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา
ทำให้ไม่แน่ พอถึงวันโหวต 26 ก.พ. อาจมี "ข้อมูลใหม่" ที่อัปเดตมากขึ้น จนทำให้การโหวตของ สว.สีน้ำเงินเปลี่ยนแปลงไป คืออาจโหวตผ่าน 2 ชื่อก็ได้ ข่าวว่า สว.สีน้ำเงินกำลังรอสัญญาณสัปดาห์หน้า
อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า ในช่วงที่มีการตรวจสอบประวัติทาง "ลับ" ของคณะกรรมาธิการสามัญพิจารณาตรวจสอบประวัติวุฒิสภา ที่เข้าไปสอบประวัติทางลับของนายมณฑลและจิรุตม์ ที่มีการขอให้หน่วยงานรัฐ-องค์กรอิสระ ส่งข้อมูลมาให้ กมธ.สอบประวัติ เพื่อเป็นข้อมูลใส่ไว้ใน "เอกสารลับ" ที่จะพิจารณาใน "ที่ประชุมลับวุฒิสภา"
พลันก็มีข้อมูลเกี่ยวกับมติของ คณะกรรมการ ป.ป.ช. เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ที่ตั้งคณะกรรมการไต่สวน กรณีมีข้อกล่าวหาอดีตประธานบอร์ดและบอร์ดการรถไฟแห่งประเทศไทยในยุคหนึ่งที่ทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่
กรณีอนุญาตให้โครงการที่อยู่อาศัยที่เป็นโครงการคอนโดมิเนียมสุดหรูแห่งหนึ่งใจกลางกรุงเทพฯ เข้าใช้ประโยชน์ในที่ดินของการรถไฟฯ เป็นทางเข้า-ออกไปสู่ที่สาธารณะโดยมิชอบ
และล่าสุด ป.ป.ช.เรียกอดีตบอร์ดการรถไฟฯ ไปชี้แจงกลางเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา แพร่กระจายออกมา ที่อาจมีผลไปถึงการโหวต กกต.ของ สว.ในสัปดาห์หน้า เพราะพบว่าทั้ง 2 ชื่อเคยเป็นอดีตบอร์ดการรถไฟฯ แต่คนละช่วงเวลากัน และต่อมาพบว่าช่วงเกิดเหตุที่นำมาสู่การที่ ป.ป.ช.เข้าไต่สวน โยงถึงแค่ 1 คนเท่านั้น
จึงต้องรอติดตามว่า ในการประชุมลับของ สว.ก่อนโหวตเห็นชอบรายชื่อ กกต.จะมีเรื่องการไต่สวนของ ป.ป.ช.อยู่ในเอกสารลับ ผลการตรวจสอบประวัติด้วยหรือไม่ โดยหากว่ามีปรากฏ ก็ต้องติดตามว่า สว.ส่วนใหญ่มองอย่างไร โดยหากมองว่าบุคคลที่ถูกเสนอชื่อเป็น กกต.หากมีเรื่องถูกไต่สวนอยู่ที่ ป.ป.ช.เป็นเรื่องไม่เหมาะสม ก็อาจโหวตไม่เห็นชอบก็ได้!.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
9 เม.ย.ใช้ดาบDSI-คดีพิเศษ ลากตัวไอ้โม่ง เอาผิดตุนน้ำมัน
รอบสัปดาห์ที่ผ่านมา อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ปรับจังหวะรับมือวิกฤตน้ำมันแพงหลายรอบ เพื่อเรียกคะแนนนิยมรัฐบาลจากประชาชนกลับคืนมา อีกทั้งยังเป็นการเตรียมพร้อมรับมือกับศึกแถลงนโยบายรัฐบาล 9-10 เมษายนนี้ ที่ทุกฝ่ายเก็งข้อสอบการเมืองตรงกัน ศึกนี้ ปัญหาเรื่องการบริหารจัดการแก้วิกฤตน้ำมันขาดแคลน-น้ำมันแพง-การกักตุนน้ำมัน จะเป็นปมใหญ่ที่ฝ่ายค้านจะนำไปอภิปรายนโยบายรัฐบาล รวมถึงผลกระทบข้างเคียงที่ตามมากับระบบเศรษฐกิจ โดยเฉพาะปัญหาค่าครองชีพประชาชนเพิ่มสูงขึ้น ในลักษณะการอภิปรายว่ารัฐบาลอนุทินยังรับมือกับวิกฤตครั้งนี้ได้ไม่ดีพอ
ยุบพรรคส้มคืบ กกต.เรียก‘ศรี’ สอบLaser ID
หนาวอีกแล้ว! "สำนักงาน กกต." เรียกสอบผู้ร้องยุบพรรคประชาชน คดี “Laser ID- สเปกเตอร์ ซี” พร้อมพยานหลักฐาน ตลอดสัปดาห์ก่อนหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์
เวทีแถลงนโยบายรัฐบาล ลาก 'อนุทิน-พิพัฒน์' ขึ้นเขียง ถล่มหนัก-ซัดไม่ยั้ง
ในสัปดาห์นี้ รัฐบาล อนุทิน 2 มีคิวรับศึกหนักการอภิปราย คำแถลงนโยบายรัฐบาล ซึ่งที่ประชุมร่วมรัฐสภาทั้ง สส.และสมาชิกวุฒิสภา (สว.) จะประชุมร่วมกันในช่วงวันที่ 9-10 เม.ย.นี้
พรรคส้มระทึก! กกต.เรียก 'พี่ศรี' ให้ถ้อยคำปม Laser ID-Spectre C
นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน เปิดเผยว่า วันนี้ได้รับหนังสือ “ลับ” จากสำนัก
เปิด‘ทรัพย์สิน’ กกต.-อดีตสส. ฐานะสุดลํ่าซำ
เปิดทรัพย์สิน กกต.-นักการเมือง สุดอู้ฟู่ “อนันต์” รวย 60 ล้าน สะสมพระเลี่ยมทอง 19 องค์
เปิดกรุ 2 กกต. 'อนันต์' รวย 60 ล้าน 'สันทัด' มี 29 ล.
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) 2 คน ทั้งกรณีเข้ารับตำแหน่งใหม่ และกรณีพ้นจากตำแหน่งเดิม

