'น้ำเงิน' กุมสภาพการเมืองเบ็ดเสร็จ ศึกตะวันออกกลางพิสูจน์ฝีมือรบ.

“ปัจจุบันแม้รัฐบาลรักษาการจะประคองได้อยู่ แต่หากเหตุการณ์ยืดเยื้อ ผลกระทบจะยิ่งรุนแรงเพิ่มขึ้นตามลำดับ ครม.อนุทิน 1 ที่กำลังจะเปลี่ยนผ่านไป ครม.อนุทิน 2 จะรับมือไหวหรือไม่”

ชัดเจนจากปาก "เสี่ยหนู" อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ไม่ต้องการเป็นแกนนำรัฐบาลที่มีกว่า 300 เสียง!

ขณะเดียวกันยังบอก ไม่ชอบความรู้สึกนี้เลย แต่มันก็มีเหตุมีผลบางอย่าง มันฝืนไม่ได้ หลังถูกถามถึงกรณีคนเคยรัก (พรรคกล้าธรรม) ที่ต้องไปเป็นฝ่ายค้าน

เป็นครั้งแรกที่พูดชัดๆ ว่า รัฐบาลอนุทิน 2 ไม่มีพรรคกล้าธรรม อดีตพันธมิตรรัฐบาลเสียงข้างน้อย หลังปล่อยให้คิดเอาเองมานานนับตั้งแต่วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569

ในสถานการณ์ที่ไทม์ไลน์บีบบังคับให้ต้องพูด เนื่องจากวันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคมนี้ จะต้องมีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดแรก เพื่อเลือก "ประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ" และรองประธานสภาฯ อีก 2 คน เป็นปฐมบทก่อนจะเลือกนายกรัฐมนตรีกันอีกสัปดาห์ถัดไป

อย่างน้อยๆ พรรคการเมืองต่างๆ ที่ไม่ได้ร่วมรัฐนาวากว่า 290 เสียง จะได้รู้ว่าต้องโหวตประธานสภาฯ ที่ถือเป็นการแสดงเสียงของฝั่งรัฐบาลครั้งแรกอย่างเป็นทางการ ว่าจะไปทางไหน ไม่ต้องมีช็อตลองใจ วัดใจกันให้มาเสียหน้า เสียความรู้สึกกันภายหลัง 

สำหรับตัวประธานสภาฯ นอนมาตั้งแต่ต้น "ครูตุ๋ง" โสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทยหลายสมัย สายตรง "ครูใหญ่" เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ขณะที่รองประธานสภาฯ คนที่ 1 คือ "เปิ้ล" น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช สส.ลพบุรี พรรคภูมิใจไทย ส่วนรองประธานสภาฯ คนที่ 2 เกลี่ยให้พรรคร่วมอย่าง "เพื่อไทย" ที่ส่ง "เลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล" สส.เลย ซึ่งเป็นโควตาอีสาน

ขณะที่ความคืบหน้า "ครม.หนู 2" เหมือนจะสะเด็ดน้ำตั้งแต่ก่อนโหวตประธานสภาฯ เหมือนตั้งใจปล่อยออกมาให้เห็นว่าทุกอย่าง "นิ่ง" แล้วทุกตำแหน่ง ตั้งแต่ฝ่ายนิติบัญญัติหรือฝ่ายบริหาร

โผ ครม.รอบนี้ต้องยอมรับเรื่องยุทธศาสตร์การจัดวางของ 2 น. ที่ไม่ได้ยึดขนบธรรมเนียมเดิม แต่ผสมผสานเพื่อให้เข้ากับยุคสมัย ไม่ได้เห็นแล้วร้องยี้ทันที

ใช้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ, นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ และนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว "กรุ๊ปมืออาชีพ" เป็นตัวชูโรง มีดาวรุ่งในพรรค กลุ่มลูกบังเกิดเกล้า นำโดยนายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรค โชว์ความสดใหม่ แต่ยังให้เกียรติเหล่า "บ้านใหญ่" ที่ทำผลงานในสนามเลือกตั้งได้ดีปนอยู่ด้วย  

นอกจากผสมผสานได้ดี อีกจุดที่ต้องยอมรับคือ "ครูใหญ่" เอาอยู่ ขนาดโผ ครม.หลุดออกมาหลายครั้ง คนอกหักมีเพียบ แต่กลับไม่มีคลื่นใต้น้ำ หรือความพยายามในการรวมกลุ่มรวมก๊กเคลื่อนไหวต่อรองเหมือนการเมืองน้ำเน่าเก่าๆ 

เป็นการตอกย้ำแบรนด์ "บุรีรัมย์" พรรคการเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องความเป็น "เอกภาพ" ขนาดขยับไซซ์ได้เกือบ 200 ที่นั่ง แต่ยังเอาพวกเสือ สิงห์ กระทิง แรด อยู่หมัด

อย่างที่รู้กัน มาตรฐาน "ครูใหญ่" ที่ดึงดูดและมัดใจ "บ้านใหญ่" ให้เข้ามาในพรรคและอยู่กันได้นานคือเรื่อง "ความยุติธรรม" ใช้หลักคณิตศาสตร์การเมืองบริหารพรรค ใครทำมากได้มาก ยึดตัวเลขเป็นสำคัญ

อย่างไรก็ดี การไม่ต้องการเป็นรัฐบาลกว่า 300 เสียงของ ค่ายสีน้ำเงิน ครั้งนี้ถือว่ามีนัยสำคัญ เพราะปกติแล้วหลายรัฐบาลต้องการมีเสียงในสภาแบบมากที่สุดเท่าที่จะมากได้เข้าไว้ แต่การที่พรรคภูมิใจไทยเอาแค่นี้ย่อมต้องมีความมั่นใจแล้วว่าเกินพอ

ส่วนหนึ่งอาจเพราะต้องการเก็บเก้าอี้รัฐมนตรีไว้ให้กับคนในพรรคตัวเอง ซึ่งจะทำงานไปในทิศทางเดียวกันได้ง่ายกว่า ไม่เหมือนกับพรรคร่วมที่ต้องมีเส้นแบ่ง เส้นเกรงใจ

กับอีกส่วนหนึ่ง "ค่ายสีน้ำเงิน" มีความมั่นใจในองคาพยพของตัวเอง ที่ไม่ได้มีเพียง "สภาล่าง" สส. แต่รวมถึง "สภาสูง" อย่างวุฒิสภา ตลอดจน "องค์กรอิสระ"

วันนี้ทั้งสองสภา ทั้ง "สภาสูง-สภาล่าง" ถูกเคลือบไปด้วยสีน้ำเงิน "เสี่ยจ้อน" นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา และ "โสภณ" ว่าที่ประธานสภาฯ ต่างเป็น "สายตรงบุรีรัมย์" ทั้งสิ้น  

ขณะที่ "องค์กรอิสระ" ห้วงไม่กี่ปีมานี้ หลายคนที่ได้เข้าไปดำรงตำแหน่งถูกเชื่อมโยงว่ามีความสัมพันธ์ทางใดทางหนึ่งที่โยงไปถึง "สีน้ำเงิน" แทบจะทั้งหมด 

"รัฐบาลอนุทิน 2" เป็นรัฐบาลที่แข็งแกร่งมากในรอบหลายปี เป็นรองเพียงรัฐบาล คสช.ในอดีตที่มีมาตรา 44 เท่านั้น นอกจากนั้นแทบจะเบ็ดเสร็จเหมือนกันหมด 

จึงไม่แปลกที่วันนี้ "ภูมิใจไทย" กล้าตัด "กล้าธรรม" ทั้งที่ก่อนหน้านี้หลายฝ่ายคิดว่าการทำอย่างนั้นเสี่ยงจะถูก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคสีเขียวล้างแค้นจนอาจทำให้พังกันทั้งหมด

ในช่วงที่มีข่าวว่าพรรคกล้าธรรมจะถูกผลักไปเป็นฝ่ายค้าน มีข่าวลือมากมายว่าจะมีคลิปลับ คลิปเสียง ภาพหลุด สารพัดออกมา เพื่อหยุดความอหังการของ "ค่ายสีน้ำเงิน" แต่จนถึงตอนนี้กลับยังไม่มี

อาจจะมีข่าวปล่อยออกมาบ้าง เช่น อ้างว่าคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลางชุดที่ 26 ซึ่งเป็นคณะทำงานร่วมระหว่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เสนอให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหา 229 ในคดีฮั้ว สว.ที่เกี่ยวพันกับตัว "อนุทิน" และบิ๊กการเมืองในพรรคภูมิใจไทย เสมือนต้องการจะสกัดหรือแผลงฤทธิ์ให้เห็น 

แต่ไม่ทันข้ามวัน มีรายงานข่าวว่า คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 ของ กกต. กลับมีมติ 5 ต่อ 2 เห็นว่าผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 คนไม่มีมูลความผิดใดๆ 

หรือการที่ดีเอสไอส่งตัว "ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว" สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม ไปฝากขังต่อศาลคดีในเว็บพนัน พร้อมทั้งยังคัดค้านการประกันตัว 

มันเหมือนเป็นการแสดงพลังให้เห็นว่า นาทีนี้ใครถือไพ่เหนือกว่าใคร และเป็นเหตุผลว่าทำไม "ค่ายสีน้ำเงิน" ถึงกล้าสลัด "ค่ายสีเขียว" โดยไม่กลัวโดนตลบหลัง

นาทีนี้ "ค่ายสีน้ำเงิน" กุมสภาพได้ทั้งหมด เรื่องการเมืองจึงไม่ใช่โจทย์ที่ต้องกังวล 

สิ่งที่น่าห่วงคือ สถานการณ์สู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบต่อประเทศไทยโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นด้านพลังงาน ราคาสินค้า ที่วันนี้เริ่มเห็นผลกระทบมากขึ้นเรื่อยๆ 

ปัจจุบันแม้ "รัฐบาลรักษาการ" จะประคองได้อยู่ แต่หากเหตุการณ์ยืดเยื้อ ผลกระทบจะยิ่งรุนแรงเพิ่มขึ้นตามลำดับ "ครม.อนุทิน 1" ที่กำลังจะเปลี่ยนผ่านไป "ครม.อนุทิน 2" จะรับมือไหวหรือไม่ 

เรื่องสถานการณ์วิกฤติถือเป็น จุดอ่อน ของพรรคภูมิใจไทยมาตั้งแต่สมัยโควิด ซึ่งมี "อนุทิน" เป็น รมว.สาธารณสุข ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา 

มีการขุดคำพูดเรื่องโควิดกระจอก ราคาแมสก์ที่แพงทะลุในช่วงนั้นมาโทษว่าเป็นเพราะ รมว.สาธารณสุขในตอนนั้น แม้กระทั่งวันนี้ที่มีเรื่องราคาพลังงาน ที่ "อนุทิน" ยืนยันว่ามีน้ำมันสำรอง คนก็ไม่มั่นใจ เพราะมีบาดแผลในอดีต 

ดังนั้น หาก "ครม.อนุทิน" สามารถรับมือกับสถานการณ์วิกฤตินีได้ดี มันจะช่วยลบภาพในอดีตของตัวเองและพรรคภูมิใจไทยได้ 

ไม่เพียงเท่านั้น ยังจะเป็นการสร้างผลงานประเดิมรัฐบาลใหม่โดยใช้เวลาไม่นานอีกด้วย 

แต่หากออกมาตรงกันข้าม มันจะไม่ใช่แค่ "อนุทิน" แต่รวมถึง "มืออาชีพ" ในรัฐบาลที่จะโดนหางเลขไปด้วย เพราะก่อนหน้านี้ถูกยกย่องเอาไว้อย่างมาก

วิกฤตสงครามตะวันออกกลางจึงเป็นงานแรกที่จะวัดฝีมือรัฐบาลว่า จะเริ่มต้นสวย หรือแค่เริ่มต้นก็เหนื่อย ต้องรอดู.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สหรัฐตั้งค่าหัว ล่าผู้นำอิหร่าน

วอชิงตันประกาศรางวัล 10 ล้านดอลลาร์สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับที่อยู่ของโมจตาบา คาเมเนอี สหรัฐจะเพิ่มการโจมตีทางอากาศต่ออิหร่าน พร้อมส่งนาวิกโยธินและเรือรบจำนวนมาก

นายกฯ ถก 'เอกนิติ' สถานการณ์ราคาน้ำมัน มาตรการช่วยเหลือประชาชน

ภายหลังรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินในรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ได้เชิญนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ

'อรรถวิชช์' ลั่นเข้าสภาฯรอบนี้ เตรียมดำเนินคดีกองทุนน้ำมัน ใช้เงินคนไทยอุ้มกำไรโรงกลั่นเกินควร

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวถึงวิกฤตการณ์ขาดแคลนน้ำมันจากผลกระทบสงครามตะวันออกกลาง โดยระบุว่า รัฐบาลบริหาร ”ผิดที่ผิดเวลา“ ใช้เงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงชดเชยกำไรให้โรงกลั่น ทั้งที่เป็นราคาต้นทุนน้ำมันดิบล็อตเก่าเมื่อ 3 เดือนที่แล้ว หากจะต้องชดเชยควรเป็นล็อตต่อไปที่นำเข้าจากแหล่งอื่น