9 เม.ย.ใช้ดาบDSI-คดีพิเศษ ลากตัวไอ้โม่ง เอาผิดตุนน้ำมัน

รอบสัปดาห์ที่ผ่านมา อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ปรับจังหวะรับมือวิกฤตน้ำมันแพงหลายรอบ เพื่อเรียกคะแนนนิยมรัฐบาลจากประชาชนกลับคืนมา อีกทั้งยังเป็นการเตรียมพร้อมรับมือกับศึกแถลงนโยบายรัฐบาล 9-10 เมษายนนี้ ที่ทุกฝ่ายเก็งข้อสอบการเมืองตรงกัน ศึกนี้ ปัญหาเรื่องการบริหารจัดการแก้วิกฤตน้ำมันขาดแคลน-น้ำมันแพง-การกักตุนน้ำมัน จะเป็นปมใหญ่ที่ฝ่ายค้านจะนำไปอภิปรายนโยบายรัฐบาล รวมถึงผลกระทบข้างเคียงที่ตามมากับระบบเศรษฐกิจ โดยเฉพาะปัญหาค่าครองชีพประชาชนเพิ่มสูงขึ้น ในลักษณะการอภิปรายว่ารัฐบาลอนุทินยังรับมือกับวิกฤตครั้งนี้ได้ไม่ดีพอ

การปรับจังหวะดังกล่าวมีให้เห็นกันตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการ ยกเครื่อง การแถลงข่าว-การให้ข้อมูลข่าวสารของรัฐบาลผ่าน ศูนย์บริหารสถานการณ์พลังงาน (ศบก.) ที่ดึง โบว์-ณัฏฐา มหัทธนา อดีตนักเคลื่อนไหวทางการเมือง ผู้ดำเนินรายการวิเคราะห์ข่าวทางโซเชียลมีเดียทำหน้าที่โฆษก ศบก.เพื่อหวังปรับรูปแบบการสื่อสารให้เข้าใจมากขึ้น

ขณะเดียวกัน จากกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่า “โครงสร้างราคาน้ำมัน-ค่าการกลั่นน้ำมัน” ของไทย ควรมีการรื้อ-ทบทวนได้แล้ว เพราะสูตรที่ใช้ปัจจุบันทำให้ราคาน้ำมันประเทศไทยสูงเกินความเป็นจริง เช่น มีการจัดเก็บค่าต่างๆ มากเกินไป และบางตัว เช่น ภาษีสรรพสามิตควรเก็บให้น้อยลง เพื่อทำให้ราคาน้ำมันถูกลง กระแสดังกล่าวทำให้อนุทินไม่นิ่งนอนใจ จึงตั้ง คณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง หรือ (คตร.) ที่มี เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.การคลัง เป็นประธาน โดยกรรมการบางคนเสนอให้ปรับโครงสร้างการคิดค่าการกลั่นใหม่เพื่อทำให้ราคาน้ำมันถูกลง ที่ก็สร้างเสียงตอบรับตามมามากมาย และต้องการให้เห็นบทสรุปโดยเร็ว

นอกจากนี้ก็ยังมีการเตรียมรับมือกับช่วงเทศกาลสงกรานต์ ที่ประชาชนจำนวนมากจะเดินทางกลับภูมิลำเนา และมีการเล่นน้ำสงกรานต์กันทุกจังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งหากช่วงสงกรานต์ ประชาชนไม่สามารถเติมน้ำมันได้ตามปกติ รัฐบาลโดนเฉ่งยับแน่ ทำให้ต้องเตรียมพร้อมแต่เนิ่นๆ เลยมีการตั้ง คณะกรรมการบริหารการจัดส่งน้ำมันเชื้อเพลิง ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2569 ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่ออํานวยความสะดวกประชาชนในการเดินทางช่วงสงกรานต์ โดยมี พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม เป็นประธาน ซึ่งหากภารกิจนี้ พิพัฒน์ไม่สามารถบริหารจัดการได้ จะยิ่งทำให้โดนวิจารณ์หนักมากขึ้นไปอีก เพราะแค่ตอนเป็น ผอ.ศบก.ก็อ่วมอรทัย โดยหากช่วงสงกรานต์ ประชาชนหาน้ำมันเติมได้ตามปกติ พิพัฒน์ก็แค่เสมอตัว แต่หากเจอปัญหา ก็โดนถล่มหนักเป็น 2 เท่า!

และที่น่าสนใจก็คือ ช่วงหลังอนุทิน-ศบก.เล่นบทขึงขัง กับการระบุว่า จากผลการสืบสวนสอบสวนของ 2 หน่วยงานสำคัญคือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมสอบสวนคดีพิเศษ พบว่า ช่วงที่ผ่านมาโดยเฉพาะช่วงที่ประชาชนหลายจังหวัดทั่วประเทศประสบปัญหาหาน้ำมันเติมไม่ได้เหมือนปกติ มีข้อมูลเชื่อได้ว่ามี ความผิดปกติเกิดขึ้นในระบบกลไกการจำหน่ายน้ำมัน ที่มีลักษณะกักตุนเพื่อเก็งกำไร มีการปฏิเสธการจ่ายน้ำมันจากคลังน้ำมันขนาดใหญ่ไปยังสถานีบริการน้ำมัน รวมถึงมีการลักลอบขนน้ำมันไปขายในประเทศเพื่อนบ้าน อันเป็นการกระทำที่สร้างความเสียหายให้กับประเทศ จึงจะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด

 และมีรายงานต่อมาว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษจะมีการเอาผลการสอบสวน-ตรวจสอบ  คลังน้ำมันรายใหญ่บางแห่งที่สุราษฎร์ธานี ที่พบว่ามีพฤติการณ์เข้าข่ายกักตุนน้ำมันดีเซล ในช่วงก่อนปรับราคา โดยมีน้ำมันหายไป 57 ล้านลิตร ระหว่างขนส่งจากโรงกลั่นไปที่คลังเก็บน้ำมัน โดยออกมาจากโรงกลั่น 217 ล้านลิตร แต่ไปถึงปลายทางเพียง 160 ล้านลิตร และมีรายงานว่า จากการตรวจสอบเอกสารบัญชีการรับเข้า-ขายออก ของเดือน ก.พ.-มี.ค.2569 พบว่าบางคลังมีน้ำมันค้างสต๊อกสูงถึง 2 ล้านลิตร จึงเชื่อได้ว่ามีการประวิงการขายและชะลอการขนส่งเพื่อเก็งกำไรช่วงราคาผันผวน โดยขณะนี้ดีเอสไอเตรียมส่งเรื่องเข้าที่ประชุมบอร์ดคณะกรรมการคดีพิเศษ เพื่อให้รับเรื่องเป็นคดีพิเศษ จะได้มีการสอบสวนขยายผลเอาผิดกับเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง

เมื่อข้อมูล-หลักฐานปรากฏชัดเช่นนี้ ทำให้อนุทิน-รัฐบาลจึงต้องแสดงออกแบบขึงขังว่า รัฐบาลจะสอบสวนขยายผลเอาผิดเครือข่ายที่มีการกักตุนน้ำมันและลักลอบนำน้ำมันไปขายต่างประเทศให้ถึงที่สุด เพื่อเรียกความเชื่อมั่นจากประชาชนกลับคืนมา และแน่นอนว่า ในอีกทางหนึ่ง มันคือการเตรียมรับมือกับศึกแถลงนโยบายรัฐบาล เพราะหากโดนถล่มกลางห้องประชุมรัฐสภา อนุทินก็จะได้โต้ว่า รัฐบาลได้ทำอะไรไปแล้วบ้าง โดยเฉพาะกับการสอบสวนเอาผิด "ไอ้โม่ง" ที่อยู่เบื้องหลังทำให้คนไทยเจอปัญหาหาน้ำมันเติมไม่ได้ในช่วงก่อนหน้านี้ โดยจะให้ดีเอสไอเข้ามามีบทบาทในการกระชากหน้ากากไอ้โม่ง-ตุนน้ำมันออกมา

 โดยมีการเสนอข่าวว่าดีเอสไอจะประมวลข้อมูลทั้งหมดและดูข้อกฎหมายต่างๆ เช่น พ.ร.บ.ว่าด้วยสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 เพื่อเสนอบอร์ดคดีพิเศษให้มีมติรับเป็นคดีพิเศษ สอบสวนเอาผิดกลุ่มเครือข่ายกักตุนน้ำมัน

ซึ่งล่าสุดมีรายงานว่า มีการแจ้งบอร์ดคดีพิเศษอย่างไม่เป็นทางการแล้วว่าจะขอนัดประชุมบอร์ดคดีพิเศษ 9 เม.ย.นี้ เพื่อหารือและลงมติว่าจะรับเรื่องคดีการกักตุนน้ำมันไว้เป็นคดีพิเศษหรือไม่

ข่าวที่ได้มาพบว่า บอร์ดคดีพิเศษบางส่วนบอกกับเราว่า จะฟังการชี้แจงจาก พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีดีเอสไอก่อนว่า ดีเอสไอมีอำนาจตามกฎหมายเข้าไปสอบสวนเรื่องน้ำมันได้หรือไม่ และมีความจำเป็นเรื่องด่วนอย่างไร ซึ่งหากชี้แจงเคลียร์ ก็พร้อมลงมติให้เป็นคดีพิเศษ พร้อมกับมองว่า เหตุที่ฝ่ายการเมืองเร่งให้ดีเอสไอเข้าไปสอบสวนเรื่องนี้ก็เพราะกระทบกับคะแนนนิยมรัฐบาล และเป็นการรับมือกับศึกแถลงนโยบายรัฐบาลในช่วง 9-10 เม.ย.นี้.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดร่างนโยบายหนู โวไทยตั้งตัวได้/เลิกMOU44/เกษตรกรคนละครึ่ง

เปิดร่างนโยบายรัฐบาล “อนุทิน” แบ่งเป็น 5 ด้าน “เศรษฐกิจ-ต่างประเทศ-สังคม-ภัยพิบัติ-บริหารภาครัฐ” นายกฯ ลุยบูรณาการแบบคลัสเตอร์ เดินหน้ายุคดิจิทัล 

'ปุ๊3บาท' หนุนรื้อสูตรค่าการกลั่น ชี้โครงสร้างราคาน้ำมันไทยเพี้ยน เก็บภาษีหลายตัวเกิน

นักพลังงาน ปุ๊ 3 บาท หนุนรื้อสูตรค่าการกลั่น ชี้โครงสร้างราคาน้ำมันไทย เพี้ยน เก็บภาษีหลายตัวเกิน เชื่อหากดีลกับโรงกลั่น คุยกันได้ก็จบ

'อดีตรองอธิการบดีมธ.' แนะรัฐเลิกเก็บภาษีสรรพสามิต น้ำมันจะลดได้ถึง 6-7 บาท/ลิตร

รัฐบาลควรพิจารณาอย่างยิ่งเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน คือการลดภาษีสรรพสามิต และไม่ควรลดเพียงบาทสองบาท แต่ควรลดมากกว่านั้น

ชาวบ้านกระอัก! รถพุ่มพวงจำใจเฉือนปริมาณสินค้า

โคราชประชาชนอวกน้ำมันพ่นพิษดีเซลพุ่งลิตรละ 50 บาท กระทบหนัก “รถพุ่มพวง” ต้นทุนพุ่งวันละพัน แม่ค้าหั่นปริมาณสินค้า วอนรัฐเร่งแก้ก่อนราคาของกินขยับ

คลิปหลุด! 'ทรัมป์' ทำสงครามจะเอาน้ำมันอิหร่าน ทุ่มงบฯจนไม่เหลือเงินดูแลเด็กและเฮลท์แคร์ ถ้าเป็น 'กษัตริย์' จบไปแล้ว

สยามทาวน์ยูเอส สื่อภาษาไทยในลอสแอนเจลิส รายงานว่าทำเนียบขาวพลาดใหญ่หลวง อัปโหลดคลิปคำปราศรัยของทรัมป์กับ “คนวงใน” ในงานเลี้ยงที่ไม่ให้สื่อเข้าร่วม เห็นภาพ “วิกฤตภายใน” จากน้ำมือทรัมป์ชัดเจน