โฆษกรัฐบาลเผยสถานการณ์เศรษฐกิจของแต่ละภูมิภาคเดือนมีนาคม 2566 และแนวโน้มภาวะเศรษฐกิจไทย คาดจีดีพีครึ่งปีหลังจะขยายตัวได้มากกว่าครึ่งปีแรกมากกว่า 4%
10 พ.ค.2566 - นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงสถานการณ์เศรษฐกิจของแต่ละภูมิภาคเดือนมีนาคม 2566 ว่าเติบโตทั่วประเทศ โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการบริโภคภาคเอกชน ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คาดการณ์แนวโน้มภาวะเศรษฐกิจไทย โดยจีดีพีในครึ่งปีหลังจะขยายตัวได้มากกว่าครึ่งปีแรกที่มากกว่า 4% และทั้งปี 2566 จีดีพีไทยจะขยายตัว 3.6%
โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวต่อว่า สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยรายงานสถานการณ์เศรษฐกิจของแต่ละภูมิภาคเดือน มี.ค.2566 โดยเศรษฐกิจภูมิภาคส่วนใหญ่ ล้วนได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการบริโภคภาคเอกชน และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเพิ่มขึ้นทุกภาค รวมถึงเครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการบริโภคภาคเอกชน สะท้อนจากการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ราคาคงที่ของภาคเหนือขยายตัว 8.5% ต่อปี ภาคใต้ขยายตัว 23.7% ต่อปี ด้าน กทม. และปริมณฑลขยายตัว 4.7%ต่อปี ภาคตะวันตกขยายตัว 20% ต่อปี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือขยายตัว 2.9% ต่อปี ส่วนภาคกลาง และภาคตะวันออก ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการบริโภคภาคเอกชนในหมวดสินค้าคงทน รวมถึงรายได้เกษตรกรมีการขยายตัว
สำหรับแนวโน้มภาวะเศรษฐกิจไทยปี 2566 จากข้อมูลของ ธปท.พบว่า เศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวดีขึ้น จากปัจจัยด้านการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว และการส่งออกไทยจะดีขึ้นในครึ่งหลังของปี 2566 โดยการส่งออกผ่านจุดต่ำสุดแล้ว เศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าคาดว่าจะทยอยปรับตัวดีขึ้นในช่วงปลายปีนี้ ทำให้การส่งออกขยายตัวดีขึ้น รวมทั้งจีดีพีในครึ่งปีหลังจะขยายตัวได้มากกว่าครึ่งปีแรก ซึ่งครึ่งปีแรกจะขยายตัว 2.9-3% และในครึ่งปีหลังจะขยายตัวได้มากกว่า 4% ส่งผลให้ปี 2566 จีดีพีของไทยจะขยายตัว 3.6% สำหรับสถานการณ์เงินเฟ้อ ในช่วงครึ่งปีแรกยังสูงที่ 3.3% แต่ในช่วงครึ่งหลังเงินเฟ้อทั่วไปจะต่ำกว่ากรอบอยู่ที่ 2.5% โดยยังต้องติดตามภาวะเศรษฐกิจโลกในเวลานี้ที่ยังมีความไม่แน่นอน
“เศรษฐกิจไทยในปี 2566 ในภาพรวมยังเป็นไปในเชิงบวก ซึ่งการบริโภคและการท่องเที่ยวจะเป็นปัจจัยหลักที่ทำเศรษฐกิจไทยขยายตัวต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี รัฐบาลยังคงติดตามสภาวะเศรษฐกิจโลกอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมรับมือและดำเนินนโยบายให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลง รวมทั้งเพิ่มศักยภาพเพื่อการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในระยะยาวอย่างยั่งยืน”นายอนุชากล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘แบงก์ชาติ’เคาะจีดีพีปีนี้โต2.2% อานิสงส์ส่งออก/จับตาบาทแข็ง!
‘แบงก์ชาติ’ ให้เลยจีดีพีปี 68 โตแน่ 2.2% ชี้เศรษฐกิจเดือน พ.ย. ยังขยายตัว อานิสงส์ส่งออก-รายรับภาคท่องเที่ยวฟื้น พร้อมจับตาสถานการณ์เงินบาทแข็งแข็งค่า
เริ่มแล้ว! ไทย- UNODC จัดประชุมระดับโลกปราบสแกมเมอร์
เริ่มแล้ววันนี้! การประชุมระดับโลกปราบสแกมเมอร์ ไทยเป็นเจ้าภาพร่วมกับ UNODC พร้อมผนึกกำลังกับ 39 ประเทศ สร้างความร่วมมือระดับโลกรับมือปัญหาอาชญากรรมออนไลน์
รัฐบาลเตือนผู้รับสิทธิ์คนละครึ่งพลัสกว่า 14 ล้านรีบใช้สิทธิให้หมดในสิ้นปี!
รัฐบาลย้ำเตือนได้รับสิทธิ์ 'คนละครึ่งพลัส' กว่า 14 ล้านคน รีบใช้สิทธิใช้จ่ายเงินผ่านโครงการฯ ให้หมดภายใน 31 ธ.ค. นี้ เชิญชวนร้านค้าถุงเงินในโครงการคนละครึ่งพลัส รีบพัฒนาทักษะสำเร็จ ภายใน 19 ธ.ค.นี้
ธปท.-สมาคมแบงก์ออกมาตรการเพิ่มเติม ช่วยลูกหนี้น้ำท่วมใต้
‘ธปท.’ และ ‘สมาคมธนาคารไทย’ ร่วมผลักดันมาตรการเพิ่มเติมเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบรุนแรงจากเหตุการณ์น้ำท่วมภาคใต้ ชูพักชำระเงินต้น-ยกเว้นดอกเบี้ย ไม่เกิน 12 เดือน ในพื้นที่สาธารณภัยร้ายแรง (ระดับ4)
สั่งแบงก์เข้มธุรกรรมขายเงินตราร้านทอง
‘แบงก์ชาติ’ เอาจริง! สั่งสถาบันการเงินเข้มงวดธุรกรรมขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าของร้านทอง กำชับต้องเรียกตรวจหลักฐานการขาย-เอกสารเรียกเก็บเงิน-ใบขนกับคู่ค้าต่างประเทศ เพื่อลดผลกระทบต่อค่าเงินบาท พร้อมเตรียมเปิดรับฟังความเห็นปรับเกณฑ์ควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน บี้ผู้ค้าทองรายใหญ่ต้องรายงานข้อมูลธรรมที่เกี่ยวข้องให้รับทราบ

