
31 พฤษภาคม 2566 – นายปิติ ดิษยทัต ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่าคณะกรรมการฯ มีมติเอกฉันท์ให้ขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ 0.25% ต่อปี จาก 1.75% เป็น 2.00% ต่อปี มีผลทันที เนื่องจากเศรษฐกิจมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง จากภาคการท่องเที่ยวและการบริโภคภาคเอกชนเป็นสำคัญ
ขณะที่การส่งออกสินค้ามีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ด้านอัตราเงินเฟ้อทั่วไปปรับลดลง แต่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานยังทรงตัวในระดับสูง ทั้งนี้ อัตราเงินเฟ้อยังมีความเสี่ยงจากแรงกดดันด้านอุปสงค์ในบริบทที่เศรษฐกิจขยายตัวดี รวมทั้งการส่งผ่านต้นทุนผู้ประกอบการอาจปรับสูงขึ้นจากแรงกดดันด้านอุปทาน คณะกรรมการฯ เห็นว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างต่อเนื่องยังเหมาะสมกับแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ จึงเห็นควรให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายร้อยละ 0.25 ต่อปี ในการประชุมครั้งนี้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘เลขา กนง.’ชี้ลดดบ.ไม่ใช่แค่ประคองศก. แต่ส่งสัญญาณต่อเป้าหมายเงินเฟ้อ
‘เลขา กนง.’ แจงลดดอกเบี้ย ไม่ใช่แค่เพียงช่วยประคองเศรษฐกิจไทยที่ยังขยายตัวต่ำ แต่ยังมีอีกเป้าหมายสำคัญเพื่อยึดเหนี่ยวคาดการณ์ระยะปานกลางต่อ ‘เป้าหมายเงินเฟ้อ’
กนง.หั่นดอกเบี้ย0.25% หุ้นเด้งรับพุ่ง25.61จุด
"กนง." เซอร์ไพรส์ตลาด มีมติ 4 ต่อ 2 เสียง ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% เหลือ 1.00% ต่อปี
ย้ำ 1 มีนาคมนี้กำหนดวงเงินซื้อ-ขายทองคำบนแพลตฟอร์มชำระเงินบาท
เริ่ม 1 มี.ค.69 ธปท.กำหนดวงเงินซื้อขายทองคำบนแพลตฟอร์มชำระเงินบาท ยกระดับความโปร่งใส ลดผลกระทบค่าเงินบาท
'มาร์ค' หนุนแบงก์ชาติคุมเข้มเงินสดสกัด 'ทุนเทา-ซื้อเสียง'
'อภิสิทธิ์' นำประชาธิปัตย์ ขอคะแนนชาวยานนาวา-บางคอแหลม หนุน แบงก์ชาติคุมเข้มเงินสดสกัด 'ทุนเทา-ซื้อเสียง'
‘แบงก์ชาติ’แจงดราม่ายอดถอนเงินสดก.ย.68สูงผิดปกติ
‘แบงก์ชาติ’ แจงดราม่าเดือน ก.ย. 68 ยอดเบิกถอนเงินสดสูงผิดปกติ ยันเหตุจากประชาชนแห่ถอนเงินสุดตอนไว้ใช้แทนการทำธุรกรรมผ่านบัญชีออนไลน์ หลังกังวลผลมาตรการอายัดบัญชีม้า พร้อมติดตามดูแลปริมาณเงินสดที่อาจเพิ่มขึ้นปกติในช่วงเลือกตั้งอย่างใกล้ชิด

