
‘ปลัดคลัง’ ยันยกเครื่อง พ.ร.ก. ไซเบอร์ ไม้แข็งช่วยปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์-มิจฉาชีพ มั่นใจปีนี้เห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจน แจงช่วยกระทุ้งแบงก์-เครือข่ายมือถือเพิ่มความเข้มงวดมากขึ้น หลังกฎหมายเคาะเพิ่มโทษและความรับผิดชอบกรณีเกิดความเสียหาย
29 ม.ค. 2568 – นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวถึงกรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบการแก้ไขพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ อาชญากรรมไซเบอร์ ว่า การแก้ไขกฎหมายดังกล่าวได้มีการเพิ่มโทษสถาบันการเงินและเครือข่ายมือถือด้วย ดังนั้นหลังจากนี้สถาบันการเงินจะต้องไปเร่งดำเนินการตามขั้นตอนต่าง ๆ ที่กฎหมายกำหนด ทั้งการทำงาน รวมถึงความรับผิดชอบต่าง ๆ ทั้งหมด
ทั้งนี้ ยืนยันว่าการดำเนินการในส่วนนี้จะเป็นหนึ่งในมาตรการที่เข้ามาช่วยเหลือ คุ้มครองและดูแลประชาชน ซึ่งหลังจากนี้เชื่อว่ารัฐบาลจะเร่งผลักดันอีกหลายมาตรการออกมา โดยภายในปีนี้น่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน จากความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งตำรวจ ผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือ และสถาบันการเงิน ซึ่งแต่ละส่วนตต้องเอาเครื่องไม้เครื่องมือที่อยู่ในความรับผิดชอบออกมาใช้ เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาเรื่องนี้อย่างจริงจัง และเป็นไปตามนโยบายของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก และรัฐบาลต้องการแก้ไขปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และมิจฉาชีพให้หมดไป ดังนั้นทุกส่วนราชการที่ได้รับนโยบายเรื่องนี้มา ก็จะเร่งดำเนินการและมีการรายงานความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง
“เรื่องที่ให้สถาบันการเงินมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบกรณีที่เกิดปัญหานั้น มองว่าเป็นเรื่องปกติ ดังนั้นสถาบันการเงินจะต้องเพิ่มความเข้มงวดและระมัดระวังมากขึ้น รวมไปถึงการชดเชยต่าง ๆ ก็จะต้องให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดไว้ นั่นหมายความว่าจากนี้อาจจะเห็นสถาบันการเงินเข้มงวดเรื่องการตรวจสอบ การยืนยันตัวตน (KYC) ลูกค้ามากขึ้น จากนี้คงไม่ง่าย และไม่เสรีที่จะเห็นคนหนึ่งจะมี 20-30 หรือ 100 บัญชี คงเป็นอย่างนั้นไม่ได้อีกแล้ว สถาบันการเงินจะต้องเข้มงวดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายในมิติต่าง ๆ ตามมา เพราะหากมีความเสียหายเกิดขึ้น สถาบันการเงินก็จะต้องมีส่วนรับผิดชอบด้วย” ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รัฐบาลตีปี๊บจับคดีทำผิดกฎหมายสรรพสามิตเพิ่ม 6.57%
รัฐบาลเผย 5 เดือนแรก ปีงบฯ 69 ปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมายสรรพสามิต จับกุม 15,827 คดี สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 6.57% ประมาณการค่าปรับรวม 1,578.31 ล้านบาท
รัฐบาลเตือนประชาชนทำบุญอย่างมีสติ ไม่ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ ย้ำระวังมุขหลอกทำบุญออนไลน์
นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วันมาฆบูชาเป็นอีกวันหนึ่งที่มีความสำคัญของชาวไทยพุทธ
EXIM BANK ออกมาตรการหนุนผู้ประกอบการไทยรับมือสถานการณ์ตะวันออกกลาง
EXIM BANK ออกมาตรการเร่งด่วน ขยายระยะเวลาชำระหนี้ 365 วัน ลดดอกเบี้ย พร้อมให้คำปรึกษา หนุนผู้ประกอบการไทยรับมือสถานการณ์ตะวันออกกลาง
'เอกนิติ' ชี้ผลกระทบ 5 ข้อ สงครามตะวันออกกลาง ยันมีเวลาพอหาตลาดน้ำมันใหม่
"เอกนิติ" เผยผลกระทบ 5 ช่องทางจากสงครามตะวันออกกลาง ระบุมีเวลาเพียงพอหาตลาดน้ำมันใหม่ พร้อมใช้โอกาสการสางตัวเป็นกลางดึงนักท่องเที่ยว - การลงทุนสู่ไทย

