ทอท.อัดมาตรการหนุนอุตฯการบินรับไฮซีซั่น

บอร์ด ทอท.ไฟเขียวมาตรการส่งเสริมตลาดการบิน 6 สนามบินหลัก ลดค่าบริการ–ให้สิทธิประโยชน์สายการบินทดแทนสล็อต เริ่ม 1 ม.ค.–28 มี.ค. 69 หวังกระตุ้นเที่ยวบินระหว่างประเทศ เพิ่มผู้โดยสารช่วงไฮซีซัน พร้อมโชว์ผลงานปีงบฯ 68 รายได้–กำไรเติบโตต่อเนื่อง

12 ม.ค. 2569 -นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ รักษาการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เปิดเผยว่า ทอท.ได้ศึกษามาตรการเพิ่มจำนวนเที่ยวบินจากต่างประเทศที่เดินทางผ่านท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งในความรับผิดชอบ ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ดอนเมือง เชียงใหม่ แม่ฟ้าหลวง เชียงราย ภูเก็ต และหาดใหญ่ เพื่อกระตุ้นการฟื้นตัวของภาคการบินและการท่องเที่ยวไทยอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้จากการศึกษาดังกล่าว ทอท.จึงได้จัดทำมาตรการส่งเสริมตลาดด้านการบิน โดยให้ส่วนลดค่าบริการด้านการบินและสนับสนุนสิทธิประโยชน์ (Incentive) แก่สายการบินที่ทำการบินทดแทนเที่ยวบินที่มีการคืนตารางการบิน (Slot) เพื่อจูงใจให้สายการบินตัดสินใจกลับมาทำการบินมายังประเทศไทยได้เร็วขึ้น ลดการสูญเสียรายได้จากการยกเลิกตารางการบิน และเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดด้านการบินของ ทอท.

สำหรับ มาตรการดังกล่าวได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริษัท ทอท. ในการประชุมครั้งที่ 19/2568 เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2568 และกำหนดระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึงวันที่ 28 มีนาคม 2569 ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซันของการท่องเที่ยว โดยคาดว่าจะช่วยเพิ่มจำนวนเที่ยวบินและผู้โดยสารระหว่างประเทศเข้าสู่ท่าอากาศยานของ ทอท.อย่างมีนัยสำคัญ

นางสาวปวีณา กล่าวว่า มาตรการนี้ไม่เพียงช่วยดึงเที่ยวบินและผู้โดยสารกลับมาเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างความยั่งยืนด้านตารางการบิน เสริมความแข็งแกร่งให้โครงสร้างตลาดการบิน และวางรากฐานที่มั่นคงให้กับอุตสาหกรรมการบินในอนาคต ซึ่งจะส่งผลบวกต่อการท่องเที่ยว การจ้างงาน และรายได้ของประเทศ ตอกย้ำบทบาทของ ทอท.ในฐานะองค์กรหลักที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยผ่านอุตสาหกรรมการบินอย่างยั่งยืน

สำหรับผลการดำเนินงานในปีงบประมาณ 2568 (ระหว่างเดือนตุลาคม 2567 – กันยายน 2568) ทอท.มีรายได้จากกิจการการบินรวม 33,047.30 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 2,046.83 ล้านบาท หรือคิดเป็น 6.6% ขณะที่รายได้รวมทั้งหมดอยู่ที่ 68,586.38 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.12% และมีกำไรสุทธิ 18,125.20 ล้านบาท ด้านปริมาณการจราจรทางอากาศ ณ ท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่ง พบว่ามีเที่ยวบินรวม 788,095 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 7.56% จากปีก่อน แบ่งเป็นเที่ยวบินระหว่างประเทศ 444,944 เที่ยวบิน และเที่ยวบินภายในประเทศ 343,151 เที่ยวบิน

ขณะเดียวกัน มีผู้โดยสารใช้บริการรวมทั้งสิ้น 125,989,505 คน เพิ่มขึ้น 5.61% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แบ่งเป็นผู้โดยสารระหว่างประเทศ 76,636,387 คน และผู้โดยสารภายในประเทศ 49,353,118 คน สะท้อนถึงการเติบโตที่สอดคล้องกับการเร่งพัฒนาขีดความสามารถของท่าอากาศยานในสังกัด ทอท. โดยเฉพาะท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งปัจจุบันรองรับผู้โดยสารมากกว่า 62 ล้านคนต่อปี

นอกจากนี้ ทอท.ยังมุ่งยกระดับการพัฒนาท่าอากาศยานในทุกมิติ ทั้งด้านบริการ เทคโนโลยี ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม ภายใต้แนวคิด “World Class Hospitality” เพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางที่ดีที่สุดแก่ผู้โดยสาร โดยเฉพาะการปรับปรุงการบริหารจัดการพื้นที่ภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิให้กระบวนการเข้า–ออกมีความคล่องตัวยิ่งขึ้น อาทิ การเพิ่มจุดลงทะเบียนใบหน้าผ่านระบบ Biometric สำหรับผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ เพื่อลดขั้นตอนการแสดงเอกสาร รวมถึงการขยายจุดติดตั้ง Auto Channel บริเวณด่านตรวจคนเข้าเมืองทั้งขาเข้าและขาออก ซึ่งช่วยเพิ่มความรวดเร็วและประสิทธิภาพในการให้บริการรองรับการเติบโตของผู้โดยสารในอนาคตอย่างยั่งยืน.

 

เพิ่มเพื่อน