รฟท. เปิดตัวเลขเงินเยียวยาผู้เสียชีวิตเหยื่อเครนถล่ม รายละ 1.69 ล้านบาท

รฟท.อัพเดทเหตุเครนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงถล่มทับขบวนรถไฟ เสียชีวิต 30 ราย บาดเจ็บ 69 ราย กลับบ้านได้แล้ว 52 ราย รักษาตัว 17 ราย พร้อมดูแลอย่างใกล้ชิด ยืนยันการจ่ายเงินเยียวยาผู้เสียชีวิตเบื้องต้นรวมรายละ 1.69 ล้านบาท ส่วนพื้นที่เกิดเหตุถูกปิดเพื่อรื้อย้ายโครงสร้าง

19 ม.ค.2569-รายงานข่าวจากการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการสูญเสียจากเหตุการณ์เครนก่อสร้างของโครงการรถไฟความเร็วสูงถล่มทับขบวนรถโดยสาร เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ การรถไฟแห่งประเทศไทย ขอแสดงความอาลัยต่อครอบครัวผู้สูญเสีย และขอแสดงความห่วงใยและกำลังใจแก่ผู้ได้รับบาดเจ็บทุกท่าน พร้อมยืนยันความมุ่งมั่นในการดูแลช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบข้อมูล ณ จุดเกิดเหตุ ขบวนรถไฟที่ประสบเหตุมีผู้โดยสารและเจ้าหน้าที่ รวมทั้งสิ้น 161 คน แบ่งเป็นผู้ที่อยู่บนขบวนรถไฟ 157 คน และพนักงานของบริษัทผู้รับจ้าง 4 คน มีผู้เสียชีวิตรวม 30 ราย แบ่งเป็นผู้โดยสารรถไฟ 29 ราย และพนักงานของบริษัทผู้รับจ้าง 1 ราย โดยสามารถยืนยันอัตลักษณ์ผู้เสียชีวิตได้ครบทั้ง 30 รายแล้ว ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บมีจำนวนรวม 69 ราย ในจำนวนนี้แพทย์อนุญาตให้เดินทางกลับบ้านได้แล้ว 52 ราย และยังคงมีผู้พักรักษาตัวอยู่ในสถานพยาบาลอีก 17 ราย ซึ่งการรถไฟแห่งประเทศไทยได้ติดตามและดูแลอย่างใกล้ชิด

สำหรับการช่วยเหลือและเยียวยาการรถไฟฯ ยืนยันความพร้อมในการดูแลและช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างเต็มที่ โดยมีการจ่ายเงินเยียวยากรณีผู้เสียชีวิตในเบื้องต้น รวมเป็นจำนวน 1,690,000 บาทต่อราย ประกอบด้วย เงินช่วยเหลือจากการรถไฟแห่งประเทศไทย จำนวน 340,000 บาท , เงินตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญา จำนวน 200,000 บาท,เงินค่าสินไหมจากบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) จำนวน 1,000,000 บาทและเงินช่วยเหลือจากบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) จำนวน 150,000 บาท

 นอกจากนี้ เงินช่วยเหลือเพิ่มเติมจากหน่วยงานภาครัฐและภาคีเครือข่ายอื่น ๆ ซึ่งอยู่ระหว่างขั้นตอนการประสานงานและดำเนินการขอรับความช่วยเหลือตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง โดยการรถไฟแห่งประเทศไทย จะติดตามเพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างครอบคลุมและเป็นธรรม ส่วนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บฯ ได้มอบกระเช้าเยี่ยมและเงินเยียวยาเบื้องต้น พร้อมทั้งอำนวยความสะดวกด้านการรักษาพยาบาลอย่างต่อเนื่อง และในกรณีที่ทรัพย์สินของผู้โดยสารได้รับความเสียหายหรือสูญหาย ผู้ได้รับผลกระทบสามารถยื่นคำร้องต่อการรถไฟแห่งประเทศไทย เพื่อพิจารณาชดใช้ค่าเสียหายเป็นรายกรณีต่อไป

ส่วนการอำนวยความสะดวกด้านการเดินทางเพื่อความปลอดภัย การรถไฟฯ ได้ปรับเปลี่ยนเส้นทางการเดินรถสายอุบลราชธานีเป็นการชั่วคราว โดยใช้เส้นทาง ชุมทางแก่งคอย – ชุมทางบัวใหญ่ – นครราชสีมา แทน ทั้งนี้ ผู้โดยสารที่ถือตั๋วโดยสารและมีกำหนดเดินทางระหว่างวันที่ 14 – 19 มกราคม 2569 หากไม่ประสงค์จะเดินทาง สามารถติดต่อขอคืนเงินค่าตั๋วได้ ณ สถานีรถไฟทุกแห่งทั่วประเทศ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ โทรศัพท์หมายเลข 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง

สำหรับการดูแลหน้างานและมาตรการความปลอดภัยภายหลังเกิดเหตุ การรถไฟฯ ได้สั่งปิดพื้นที่และหยุดการปฏิบัติงานในบริเวณที่เกิดเหตุทันที พร้อมทั้งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน เพื่อดำเนินการรื้อย้ายโครงสร้างอย่างปลอดภัยภายใต้มาตรฐานด้านความปลอดภัยสูงสุด และจะไม่เปิดพื้นที่จนกว่าจะมีการยืนยันความมั่นคงและความปลอดภัยอย่างครบถ้วน

ทั้งนี้ ในระยะต่อไป การรถไฟฯ จะนำข้อเท็จจริงและผลการตรวจสอบไปใช้ในการทบทวนและยกระดับมาตรการด้านความปลอดภัยในทุกโครงการอย่างจริงจัง  และขอยืนยันว่าความปลอดภัยของผู้โดยสาร พนักงาน และประชาชน เป็นสิ่งสำคัญสูงสุด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุในลักษณะเดียวกันขึ้นอีก พร้อมรายงานความคืบหน้าให้สาธารณชนได้รับทราบอย่างต่อเนื่อง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ซํ้าซากที่‘พระราม2’

เครนมรณะจุดเกิดเหตุโคราช ครบกำหนด 3 วันยังไม่จบการรื้อถอน คืบหน้าแค่ส่วนเดียว กระทบเปิดเส้นทางรถไฟล่าช้า ขณะที่รอง ผบช.ภ.3 จี้พนักงานสืบสวนสอบสวนเร่งรัด

โคราชคืบหน้าเครนมรณะ ครบกำหนด 3 วันรื้อไม่เสร็จ เปิดทางรถไฟยังล่าช้า

การรื้อถอนเครนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงจุดเกิดเหตุเครนถล่มทับขบวนรถไฟในพื้นที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ยังไม่แล้วเสร็จตามกรอบเวลา ส่งผลกระทบการเปิดเส้นทางเ