ซีไอเอ็มบีไทยกำไรปี68ที่ 2,257 ล้านบาท

ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประกาศกำไรสุทธิ ปี 2568 จำนวน 2,257.3 ล้านบาทลดลง 20.9% มีปัจจัยมาจากการชะลอตัวของสินเชื่อและรายได้ค่าธรรมเนียม

20 ม.ค. 2569 - นายวุธว์ ธนิตติราภรณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย  เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของกลุ่มธนาคารสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568 มีกำไรสุทธิจำนวน 2,257.3 ล้านบาท ลดลงจำนวน 594.8 ล้านบาท หรือ 20.9%  เมื่อเทียบกับผลกำไรสุทธิของปี 2567  กำไรก่อนภาษีเงินได้จำนวน 2,830.4 ล้านบาท ลดลงจำนวน 728.8 ล้านบาทหรือ 20.5% สาเหตุหลักเกิดจากการลดลงของรายได้จากการดำเนินงาน 8.8%  และการเพิ่มขึ้นของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น 34.3%  สุทธิกับการลดลงของค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงาน 17.2%   

เมื่อเปรียบเทียบผลการดำเนินงานสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568 และ 2567 รายได้จากการดำเนินงานปี 2568 จำนวน 13,771.5 ล้านบาท ลดลงจากปี 2567 จำนวน 1,331.0 ล้านบาท หรือ 8.8%  การลดลงดังกล่าว    เป็นผลมาจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลงจำนวน 1,178.0 ล้านบาท หรือ 12.4 % จากการลดลงของสินเชื่อและการลดลงของส่วนต่างดอกเบี้ยในระหว่างปี   รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิลดลงจำนวน  106.2 ล้านบาท หรือ7.4  %เกิดจากการลดลงของค่าธรรมเนียมจากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ประกันภัย      รายได้จากการดำเนินงานอื่นลดลงจำนวน 46.8 ล้านบาท หรือ 1.1%  สาเหตุหลักมาจากการลดลงของกำไรสุทธิจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุน   หนี้สูญรับคืนและกำไรสุทธิจากการขายสินเชื่อด้อยคุณภาพ สุทธิกับการเพิ่มขึ้นของกำไรสุทธิจากเงินลงทุน

ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568 เปรียบเทียบกับงวดเดียวกันปี 2567 ลดลงจำนวน 1,522.6 ล้านบาทหรือ 17.2%  สาเหตุหลักมาจากการลดลงของค่าเผื่อการด้อยค่าของทรัพย์สินรอการขาย  และค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานและการลดลงของค่าภาษีธุรกิจเฉพาะเป็นผลมาจากรายได้ดอกเบี้ยที่ลดลง  ทำให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานต่อรายได้จากการดำเนินงานสำหรับปี 2568 อยู่ที่  53.3%  ปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปี 2567 อยู่ที่ 58.7%

อัตราส่วนรายได้ดอกเบี้ยสุทธิต่อสินทรัพย์เฉลี่ย (Net Interest Margin – NIM) สำหรับปี 2568 อยู่ที่ 1.9 %ลดลงจากงวดเดียวกันปี 2567 อยู่ที่ 2.2 %เป็นผลจากการลดลงของ Yield on Earning Asset

อย่างไรก็ตามวันที่ 31 ธันวาคม 2568 เงินให้สินเชื่อสุทธิจากรายได้รอตัดบัญชี (รวมเงินให้สินเชื่อซึ่งค้ำประกันโดยธนาคารอื่นและเงินให้สินเชื่อแก่สถาบันการเงิน) ของกลุ่มธนาคารอยู่ที่ 232.8 พันล้านบาท ลดลง7.6 % เมื่อเทียบกับเงินให้สินเชื่อ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567   กลุ่มธนาคารมีเงินฝาก (รวมตั๋วแลกเงิน หุ้นกู้ และผลิตภัณฑ์ทางการเงินบางประเภท) จำนวน 301.5 พันล้านบาท ลดลง 6.9% จากสิ้นปี 2567 ซึ่งมีจำนวน 324.0 พันล้านบาท อัตราส่วนสินเชื่อต่อเงินฝาก (the Modified Loan to Deposit Ratio)   ของกลุ่มธนาคารลดลงเป็น 77.2%  จาก 77.8%  ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567

ขณะที่สินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPLs) อยู่ที่ 5.2 พันล้านบาท อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพต่อเงินให้สินเชื่อทั้งสิ้น อยู่ที่ 2.2% ลดลงเมื่อเทียบกับ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567 อยู่ที่ 2.6%    สาเหตุเกิดจากการขายสินเชื่อด้อยคุณภาพในระหว่างปี 2568   การบริหารจัดการความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ การปรับปรุงการบริหารคุณภาพสินทรัพย์ และกระบวนการในการเก็บหนี้

และ อัตราส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 อยู่ที่ 171.5%   เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2567 ซึ่งอยู่ที่ 149.0%   ค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นของกลุ่มธนาคารอยู่ที่จำนวน 8.8 พันล้านบาท   ซึ่งเป็นเงินสำรองส่วนเกินตามเกณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทยจำนวน 1.5 พันล้านบาท.

 

เพิ่มเพื่อน