
‘จิระพงศ์’ นั่งหัวโต๊ะสอบข้อเท็จจริง เร่งสรุปเชิงลึก ปม ‘เครนหล่นทับรถไฟ–โครงเหล็กถนนพระราม 2’ คาดได้ข้อยุติภายใน 45 วัน พร้อมเสนอแนวทางป้องกันเหตุซ้ำ คมนาคมเล็งยกระดับความปลอดภัย ปิดจราจร 100% ระหว่างก่อสร้าง–เพิ่มเงื่อนไขบอกเลิกสัญญาใน TOR
21 ม.ค.2569-นายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม หัวหน้ากลุ่มภารกิจการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านทางหลวง เปิดเผยภายหลังเป็นประธานคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีเครนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง สัญญาที่ 3-4 ช่วงลำตะคอง-สีคิ้ว และช่วงกุดจิก-โคกกรวด โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร-นครราชสีมา ตกทับขบวนรถไฟ และกรณีโครงเหล็กติดตั้งสะพานร่วงหล่นในโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) หมายเลข 82 (M82) ช่วงเอกชัย-บ้านแพ้ว (ตอน 7) บริเวณ กม.30 ถนนพระราม 2 เปิดเผยว่า การประชุมเมื่อวันที่ 20 ม.ค. 2569คณะกรรมการฯ ซึ่งประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รายงานผลการลงพื้นที่ เพื่อรวบรวมหลักฐานและข้อมูล นำมาวิเคราะห์หาสาเหตุเชิงวิศวกรรมที่แท้จริงของเหตุการณ์อย่างรอบคอบ และครอบคลุมในทุกมิติว่า เหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นได้อย่างไร
ทั้งนี้ จากการรายงานของคณะกรรมการฯ เบื้องต้น ระบุว่า แนวทางการเกิดเหตุการณ์ทั้งเครนหล่นทับขบวนรถไฟ และโครงเหล็กหล่นทับรถยนต์บนถนนพระราม 2 มี 2-3 ประเด็นในแต่ละเหตุการณ์ แต่ยังไม่สามารถแจ้งและฟันธงได้ในวันนี้ จึงได้นัดคณะกรรมการฯ ให้มีการประชุมอีกครั้ง เพื่อพิจารณารายละเอียดข้อเท็จจริงในวันที่ 22 ม.ค. 2569 เพื่อสรุปผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง และรายงานไปยังนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ก่อนจะแถลงต่อสาธารณชนให้รับทราบในวันที่ 23 ม.ค. 2569 เวลา 09.00 น. ต่อไป
“ย้ำว่าการทำงานของคณะกรรมการฯจะยึดหลักข้อเท็จจริงที่สามารถพิสูจน์ได้เท่านั้น เพื่อหลีกเลี่ยงการคาดเดาหรือการสรุปก่อนข้อมูลครบถ้วน โดยเฉพาะในช่วง 7 วันแรก จะยังไม่ชี้ว่าใครเป็นผู้กระทำหรือผู้รับผิดชอบ แต่จะมุ่งอธิบายกลไกทางวิศวกรรมที่นำไปสู่อุบัติเหตุ เพื่อให้สังคมได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและชัดเจน ทั้งนี้จากการรวบรวมข้อมูลเบื้องต้น คณะกรรมการได้ลงพื้นที่มีความคืบหน้าในการเก็บหลักฐานจากหน้างานเกือบครบถ้วนแล้ว ทำให้สามารถตั้งสมมติฐานเบื้องต้นเกี่ยวกับสาเหตุที่เป็นไปได้ในแต่ละพื้นที่ไว้ 2–3 ประเด็น ซึ่งคณะกรรมการฯจะให้ข้อมูลเฉพาะที่มีหลักฐานเชิงประจักษ์รองรับเท่านั้น”นายจิระพงศ์ กล่าว
นอกจากนี้ ในที่ประชุมยังมีการหยิบยกข้อสงสัยเกี่ยวกับคุณภาพอุปกรณ์ โดยเฉพาะเหล็กชิ้นส่วนของเครน ซึ่งทีมผู้เชี่ยวชาญจากวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.)ได้ดำเนินการทดสอบแล้ว เบื้องต้นยังไม่พบว่ามีปัญหาเรื่องการรับน้ำหนักของเครน อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการยังอยู่ระหว่างรอเอกสารยืนยันอย่างเป็นทางการก่อนจะสรุปผลในประเด็นดังกล่าว ขณะเดียวกัน ในพื้นที่ก่อสร้างถนนพระราม 2 ทีมวิศวกรรมของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยได้ตั้งข้อสังเกตว่า อาจมีการวางฐานของโครงสร้างบนแผ่นพื้นที่มีความบาง ซึ่งไม่ใช่จุดที่ออกแบบมาเพื่อรองรับน้ำหนักโดยตรง และจะต้องนำไปวิเคราะห์เชิงลึกต่อไป
นายจิระพงศ์ กล่าวต่อว่า ส่วนหลังจากนี้ จะเข้าสู่ขั้นตอนลงรายละเอียด รวมถึงเรียกผู้ที่เกี่ยวข้อง และผู้ประกอบการเอกชนมาสอบปากคำ โดยจะมีการประชุมทุกๆ 2 สัปดาห์ คาดว่า จะต้องได้ข้อสรุปภายใน 45 วัน อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้กำชับว่า คณะกรรมการฯ จะต้องดำเนินการตามข้อเท็จจริงที่เป็นหลักฐานเป็นประจักษ์ นอกจากนี้ ในที่ประชุมยังมีข้อเสนอแนะ เพื่อกำหนดแนวทางการป้องกันการเกิดเหตุการณ์ในอนาคต เช่น การปิดการจราจร 100% ในเส้นทางที่มีการก่อสร้างที่มีทางยกระดับอยู่ด้านบน และเพิ่มเงื่อนไขในการประมูลโครงการก่อสร้างหลังจากนี้ลงไปในขอบเขตงาน (TOR) โดยกำหนดว่า หากเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงในระหว่างการก่อสร้างจนมีผู้เสียชีวิต เจ้าของสัญญาสามารถบอกเลิกสัญญาได้ เป็นต้น

