'ไดกิ้น' วางหมากปี 2569 ยกระดับ HVAC จากตลาดสินค้า สู่ธุรกิจโซลูชันด้านอากาศอัจฉริยะแบบครบวงจร

‘ไดกิ้น’ ประกาศวิสัยทัศน์เชิงรุกปี 2569 ตอกย้ำบทบาทผู้นำอุตสาหกรรม ด้วยการยกระดับจากผู้ผลิตเครื่องปรับอากาศ สู่การเป็น Solution Provider ด้านระบบอากาศอัจฉริยะครบวงจร ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี AI ควบคู่เป้าหมายความยั่งยืนในระยะยาว ภายใต้แนวคิด ‘The Unlimited Air Possibilities’

26 ม.ค. 2568 – นายทาคาโยชิ มิกิ ประธานบริษัท สยามไดกิ้นเซลส์ จำกัด เปิดเผยว่า ในโลกที่เทคโนโลยีและความยั่งยืนกลายเป็นหัวใจของทุกอุตสาหกรรม อากาศไม่ควรถูกมองเป็นเพียงทรัพยากรพื้นฐานอีกต่อไป แต่คือองค์ประกอบสำคัญของคุณภาพชีวิต สุขภาพ และประสิทธิภาพการใช้พลังงาน วิสัยทัศน์ของไดกิ้น คือการพัฒนาโซลูชันที่ทำให้อากาศสามารถปรับตัว เรียนรู้ และตอบสนองต่อผู้ใช้งานและสิ่งแวดล้อมได้อย่างชาญฉลาด เพื่อสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนในระยะยาว

สำหรับการยกระดับสู่การเป็น Solution Provider ในปี 2569 ของไดกิ้น ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มฟังก์ชันของผลิตภัณฑ์ แต่คือการปรับโมเดลธุรกิจ ให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและลูกค้าที่เกิดขึ้นจริง โดยหนึ่งในแกนสำคัญคือการสร้าง Carbon Neutrality Solutions หรือโซลูชันเพื่อความเป็นกลางทางคาร์บอน หลังจากที่ผ่านมา ไดกิ้นได้รับความสนใจจากหลายองค์กรที่ขับเคลื่อนตามทิศทางดังกล่าว พร้อมได้ลงนามความร่วมมือ (MOU) กับภาคเอกชนและมหาวิทยาลัยหลายแห่ง และอยู่ระหว่างการร่วมทดสอบและยืนยันผลกับพันธมิตรอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกันบริษัทคาดว่าความต้องการของลูกค้าจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในมิติที่ไกลกว่าเครื่องปรับอากาศ โดยเฉพาะโซลูชันด้านการบริหารจัดการพลังงานของระบบปรับอากาศ (Energy management) และการบริหารจัดการสารทำความเย็น (Refrigerant management) เพื่อให้ภาคธุรกิจสามารถมีส่วนร่วมกับเป้าหมาย Carbon Neutrality ได้อย่างเป็นรูปธรรม

นายทาคาโยชิ ระบุว่า ไดกิ้นมีความพร้อมเฉพาะตัวในการนำเสนอ Total Solutions นี้ให้ครอบคลุมตั้งแต่เครื่องปรับอากาศที่พักอาศัยและเชิงพาณิชย์ รวมถึงระบบขนาดใหญ่ (Applied Products) ตลอดจนการผลิตและจัดการสารทำความเย็น ซึ่งเป็นการออกแบบโซลูชันได้ทั้งระบบ นอกจากนี้ ไดกิ้นยังมุ่งมั่นขยายเครือข่ายเชื่อมโยงและสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า (Customer-Connected Solutions) เพื่อพัฒนาความร่วมมือระยะยาวกับลูกค้าที่มีเป้าหมายร่วมกันในการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน เพื่อร่วมเติบโตและสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนไปด้วยกัน ตลอดจนยกระดับบทบาทขององค์กรสู่ “Solution Provider” อย่างจริงจัง

หัวใจสำคัญของวิสัยทัศน์ปี 2026 คือการเปลี่ยนบทบาทของไดกิ้นจากการแข่งขันด้านสินค้า ไปสู่การแข่งขันด้าน โซลูชันอัจฉริยะแบบครบวงจร ที่ผสานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ากับการออกแบบ การควบคุม และการบริหารจัดการพลังงาน เพื่อยกระดับคุณภาพอากาศ คุณภาพชีวิต และประสิทธิภาพการใช้พลังงานอย่างเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ ไดกิ้นเตรียมเปิดตัวนวัตกรรมและไลน์อัปผลิตภัณฑ์ใหม่ประจำปี 2026 ครอบคลุมทุกกลุ่มตลาดหลัก ทั้ง

กลุ่มระบบปรับอากาศสำหรับที่อยู่อาศัย (Residential)

ไดกิ้นเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ภายใต้แบรนด์ AIR CREATOR ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ มาพร้อมฟีเจอร์ “Air Card” ที่ผู้ใช้งานสามารถปรับการทำงานของทั้งเครื่องปรับอากาศและเครื่องฟอกอากาศให้สอดคล้องกับหลากหลายไลฟ์สไตล์ด้วยตนเอง อีกทั้งดีไซน์ยังได้รับรางวัล Good Design Award 2025 ด้วยตัวเครื่องบางและโค้งมน ทำให้เข้ากับการตกแต่งภายในของทุกห้องอย่างลงตัว

กลุ่มระบบปรับอากาศเชิงพาณิชย์ SKYAIR และ VRV

ไฮไลท์ของ VRV ในปีนี้ คือการเปิดตัว VRV 7 Series ที่เป็น VRV รุ่นแรกใน อาเซียน โอเชียเนีย ที่ใช้สารทำความเย็น R32 ได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพการใช้พลังงานที่สูงขึ้นอย่างชัดเจน โดยมีค่า COP เพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 21% เมื่อเทียบกับรุ่นเดิม อีกทั้งยังสามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality)

กลุ่มระบบปรับอากาศขนาดใหญ่ Applied Products

สำหรับกลุ่มเครื่องปรับอากาศขนาดใหญ่ ไดกิ้นนำเสนอ Marutto P Series โซลูชันบริหารอาคารแบบครบวงจร ที่ครอบคลุมทั้งระบบปรับอากาศ การจัดการพลังงาน ระบบส่องสว่าง ระบบรักษาความปลอดภัย และระบบสาธารณูปโภคต่าง ๆขณะเดียวกัน ไดกิ้นยังพัฒนาโซลูชันสำหรับ Data Center เพื่อตอบรับการเติบโตของเทคโนโลยี AI โดยเฉพาะ ประกอบด้วยเครื่องทำน้ำเย็นและระบบส่งลมเย็นสำหรับเซิร์ฟเวอร์ ที่เน้นเสถียรภาพสูงและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต

นายวรพงศ์ กียปัจจ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามไดกิ้นเซลส์ จำกัด กล่าวว่า ในปี 2569 คือจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรม จากการแข่งขันด้านผลิตภัณฑ์ ไปสู่การแข่งขันด้านโซลูชัน ไดกิ้นประเทศไทยมุ่งยกระดับบทบาทสู่การเป็นพันธมิตรทางเทคโนโลยี ที่ช่วยให้ลูกค้าและภาคธุรกิจสามารถบริหารจัดการพลังงาน คุณภาพอากาศ และความยั่งยืนได้อย่างเป็นรูปธรรม

โดยไดกิ้นมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทั้งหมดขับเคลื่อนภายใต้ 2 แกนกลยุทธ์สำคัญ ได้แก่

Superior Efficiency (AI & Energy Consumption) การยกระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ด้วยการนำ AI เข้ามาวิเคราะห์และควบคุมการทำงานของระบบแบบเรียลไทม์ ลดการใช้พลังงานที่ไม่จำเป็น เพิ่มความแม่นยำในการจัดการอากาศ และช่วยลดต้นทุนพลังงานในระยะยาว

Sustainability for All Needs การพัฒนาโซลูชันที่ตอบโจทย์ความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับความต้องการที่หลากหลายของผู้ใช้งาน ทั้งภาคครัวเรือน ภาคธุรกิจ และโครงการขนาดใหญ่ สอดรับกับทิศทาง ESG และมาตรฐานสากลด้านสิ่งแวดล้อม

การจัดงาน Daikin Product Convention 2026: The Unlimited Air Possibilities จึงไม่ใช่เพียงเวทีเปิดตัวสินค้าใหม่เท่านั้น แต่ยังเป็นการประกาศทิศทางและตอกย้ำบทบาทการเป็นผู้นำของไดกิ้น ในฐานะ “Solution Provider” ที่พร้อมจะเป็นทุกคำตอบให้กับทุกความต้องการ พร้อมเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “Perfecting the Air” การพัฒนาอากาศที่ดีที่สุด เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นอย่างยั่งยืน

บริษัท สยามไดกิ้นเซลส์ จำกัด จัดงาน Daikin Product Convention 2026: The Unlimited Air Possibilities เพื่อประกาศทิศทางเชิงกลยุทธ์ขององค์กร ถ่ายทอดวิสัยทัศน์การพัฒนาอุตสาหกรรม HVAC ไทยให้สอดรับกับเทรนด์โลก ทั้งด้านพลังงาน เทคโนโลยีดิจิทัล และสิ่งแวดล้อม ท่ามกลางพันธมิตร ผู้แทนจำหน่าย และดีลเลอร์จากทั่วประเทศกว่า 1,000 ราย

ในงานครั้งนี้ ไดกิ้นสะท้อนภาพการเปลี่ยนผ่านของตลาดเครื่องปรับอากาศไทยที่กำลังเริ่มก้าวเข้าสู่สภาวะ ‘อิ่มตัว’ ในขณะที่การแข่งขันในตลาดมีความเข้มข้นมากยิ่งขึ้น จากการขยายตัวของผู้เล่นที่ใช้ ‘ราคา’ เป็นจุดแข็ง ตลอดจนบทบาทของช่องทางอีคอมเมิร์ซที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง และกระทบต่อโมเดลร้านเครื่องปรับอากาศแบบดั้งเดิมในตลาดครัวเรือน ขณะเดียวกัน ไดกิ้นมองว่า “โอกาสใหม่” กำลังเกิดขึ้นพร้อมกัน โดยเฉพาะการเร่งโรดแมปและนโยบาย Carbon Neutrality ของไทยที่มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050 ซึ่งกำลังผลักดันให้ความต้องการของตลาดขยับจากสินค้า ไปสู่ “โซลูชัน” ที่ตอบโจทย์การใช้พลังงานและความยั่งยืนอย่างจริงจัง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

TACC ตั้งเป้ารายได้ปี 69 เติบโต 10%

TACC ประกาศปี 2569 รายได้โตต่อเนื่อง 10% พร้อมเดินหน้าขยายธุรกิจหลัก ควบคู่การสร้างการเติบโตระยะยาว ผ่าน 2 กลุ่มธุรกิจหลัก พร้อมมองหาโอกาส M&A และ JV ผลักดัน New S-Curve ใหม่สามารถต่อยอดกับธุรกิจเดิมได้อย่างมีประสิทธิภาพ