สอน.จ่อหาทางเยียวยาชาวไร่อ้อยในพื้นที่สงคราม รับต้องประเมินอย่างละเอียด

สอน.ลุยหาทางเยียวยาชาวไร่อ้อยในพื้นที่สงคราม รับต้องประเมินอย่างละเอียดให้สอดคล้องกับพืชชนิดอื่น ๆ ชงใช้งบกลางช่วย เผยทราบพื้นที่สีแดงแล้วประมาณ 5,000 ไร่ พร้อมเปิดผลประเมินโรงงานน้ำตาล Sugar Ecolabel ไปได้สวยพร้อมเปิดรับ 58 รง. ทั่วประเทศเข้าร่วม

15 ก.พ. 2569 – นายใบน้อย สุวรรณชาตรี เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) เปิดเผยว่า  สอน.อยู่ระหว่างเร่งการช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่ชายแดนที่ได้รับผลกระทบจากภัยสงครามและข้อจำกัดด้านความมั่นคง โดยกระทรวงอุตสาหกรรมทำงานร่วมกับฝ่ายความมั่นคงดูแลพื้นที่ 5 จังหวัด จากเดิม 1 จังหวัด อาทิ สุรินทร์ และสระแก้ว โดยบางพื้นที่ถูกกำหนดเป็น “พื้นที่สีแดง” ห้ามเข้า เนื่องจากมีวัตถุระเบิดที่ยังไม่ระเบิดตกค้าง ทำให้เกษตรกรไม่สามารถเข้าไปเก็บเกี่ยวอ้อยได้ ในบางกรณี หากฝ่ายความมั่นคงอนุญาต อาจต้องใช้วิธีเผาอ้อยเพื่อให้มองเห็นตำแหน่งระเบิดก่อนเข้าจัดการพื้นที่

ขณะนี้พบว่า มีอ้อยยืนต้นตายในจังหวัดสุรินทร์ประมาณ 20,000 ไร่ และในสระแก้วอีกประมาณ 20,000–30,000 ไร่ ขณะที่พื้นที่ที่ประเมินว่าเข้าไม่ได้แน่นอน (พื้นที่สีแดง) มีประมาณ 5,000 ไร่ โดยสอน.อยู่ระหว่างจัดทำรายละเอียดเสนอขอใช้งบกลางรัฐบาลเพื่อเยียวยา โดยจะคำนวณจากผลผลิตเฉลี่ย 10 ตันต่อไร่ อิงราคาอ้อยขั้นต้นปีนี้ประมาณ 800-900 กว่าบาทที่ 10 ค่าความหวาน (CCS) และพิจารณาค่าความหวาน (CCS) ซึ่งในพื้นที่ดังกล่าวเฉลี่ยสูงถึง 12-13 CCS จากอากาศหนาว ทำให้ได้ราคาเพิ่มอีกตันละกว่า 100 บาท

“ประเด็นสำคัญคือ อ้อยเป็นพืชที่ปลูกครั้งเดียวสามารถเก็บเกี่ยวได้หลายรอบ หรือที่เรียกว่าอ้อยตอ ปกติให้ผลผลิต 2-3 ครั้ง หากเกษตรกรเข้าไปเก็บเกี่ยวไม่ได้ จะไม่เพียงสูญเสียรายได้ปีปัจจุบัน แต่อาจกระทบต่อเนื่องถึงผลผลิตปีหน้าและปีถัดไป เพราะไม่สามารถดูแลอ้อยตอได้ ดังนั้น การคำนวณวงเงินเยียวยาจะต้องนำผลกระทบหลายรอบตอมาคิดรวม เพื่อสะท้อนความเสียหายที่แท้จริง ระยะเวลาการชดเชยจะพิจารณาจ่ายเป็นรายปี ตามจำนวนรอบการงอกของอ้อยตอ เพื่อให้เท่าเทียมกับเกณฑ์เยียวยาพืชชนิดอื่นใน 5 จังหวัดชายแดน”นายใบน้อย กล่าว

อย่างไรก็ตาม จะสรุปยอดพื้นที่เสียหายชัดเจนอีกครั้งหลังสิ้นสุดฤดูกาลหีบอ้อย เพื่อให้การเยียวยาครอบคลุมและเหมาะสม เนื่องจากอ้อยเป็นพืชที่ต้องประเมินความเสียหายต่อเนื่องถึงผลผลิตในปีถัดไป

นอกจากนี้ ที่ผ่านมา สอน. ได้ดำเนินโครงการพัฒนาแนวทางการรับรองฉลากสิ่งแวดล้อมในระบบอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย (Sugar Ecolabel) เพื่อเป็นกลไกที่จะยกระดับกระบวนการผลิตอ้อยและน้ำตาลของประเทศให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดการเผาอ้อย ลดฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 และส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และได้ดำเนินการนำร่องตรวจประเมินโรงงานน้ำตาลภาคสมัครใจ จำนวน 5 แห่ง ได้แก่ 1.บริษัท น้ำตาลมิตรผล จำกัด 2. บริษัท น้ำตาลราชบุรี จำกัด 3.บริษัท น้ำตาลสิงห์บุรี จำกัด 4. บริษัท น้ำตาลราชบุรี (กาญจนบุรี) 5. บริษัท น้ำตาลสระบุรี จำกัด

ผลจากการตรวจประเมินโรงงานต้นแบบ ทั้ง 5 แห่ง พบว่ากระบวนการตรวจประเมินสามารถนำไปใช้ได้จริง และสะท้อนระดับการดำเนินงานของโรงงานอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งได้รับข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติเพื่อปรับปรุงรายละเอียดเกณฑ์ให้สอดคล้องกับบริบทการดำเนินงานของโรงงานมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ แนวทางการประเมินยังถูกออกแบบให้สามารถ แบ่งระดับฉลากออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ระดับดีเด่น (Gold) ระดับดี (Silver) และระดับชมเชย (Bronze) เพื่อสร้างแรงจูงใจให้โรงงานสามารถพัฒนาและยกระดับกระบวนการผลิตได้อย่างต่อเนื่อง

โดย สอน. มีเป้าหมายที่จะนำผลจากการดำเนินโครงการและการนำร่องตรวจประเมินในครั้งนี้ ไปใช้ในการปรับปรุงและพัฒนาการจัดทำ Sugar Ecolabel ให้มีความสมบูรณ์ พร้อมขยายผลสู่การเปิดรับสมัครโรงงานน้ำตาลภาคสมัครใจในวงกว้างต่อไป เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 และยกระดับอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายไทยสู่ความยั่งยืนต่อไป และในปีหน้าเตรียมเปิดรับสมัครโรงงานน้ำตาลทั้ง 58 โรงทั่วประเทศเข้าร่วมโครงการ เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมทั้งระบบ

“ความท้าทายสำคัญคือเกษตรกรบางส่วนยังขาดเครื่องมือและองค์ความรู้ในการเพิ่มผลผลิตและคุณภาพอ้อย รัฐบาลจึงเตรียมมาตรการรองรับเชิงระบบ ปีที่ผ่านมา กระทรวงอุตสาหกรรมออกประกาศในช่วงเดือนพ.ย. 2568 ซึ่งเป็นช่วงเริ่มฤดูหีบอ้อย ทำให้เกษตรกรปรับตัวไม่ทัน ปีนี้จะประกาศหลักเกณฑ์ล่วงหน้า เพื่อให้เกษตรกรเตรียมแปลงปลูกให้เหมาะสมกับการใช้เครื่องจักร เช่น เครื่องตัดอ้อย เครื่องสางใบ และเครื่องเก็บเกี่ยว”นายใบน้อย กล่าว

ด้านงบประมาณ รัฐบาลเตรียมวงเงินรวม 6,000 ล้านบาท แบ่งปีละ 2,000 ล้านบาท เป็นเวลา 3 ปี สำหรับโครงการปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำ ให้เกษตรกรและโรงงานนำไปจัดซื้อเครื่องจักรและอุปกรณ์เตรียมแปลงสมัยใหม่ ปัจจุบันมีการรวมกลุ่มเกษตรกรใช้เครื่องจักรร่วมกัน โดย สอน.มีเครื่องสางใบอ้อยประมาณ 180–182 เครื่องให้ยืม แม้ยังไม่เพียงพอกับพื้นที่ปลูกอ้อยทั่วประเทศกว่า 10 ล้านไร่ แต่ช่วยบรรเทาปัญหาได้ระดับหนึ่ง

“มาตรการนี้ต้องการให้เกษตรกรเตรียมความพร้อมตั้งแต่การเตรียมดิน เพื่อทำไร่อ้อยคุณภาพดี ลดการเผาอ้อยอย่างยั่งยืน” นายใบน้อย กล่าว

เพิ่มเพื่อน