บอร์ด รฟท.ไฟเขียวจัดหารถจักรบำรุงทาง23คัน ทดแทนรถเก่าใช้งานกว่า40ปี

บอร์ด รฟท.อนุมัติจัดหารถจักรบำรุงทาง 23 คัน วงเงิน 2,850 ล้านบาท ทดแทนรถเดิมใช้งานมากว่า 40 ปี เพิ่มศักยภาพงานซ่อมบำรุงทางรถไฟ รองรับรถไฟทางคู่-สายใหม่ ปักธงทยอยเปิดให้บริการทั่วประเทศ ใช้เวลาจัดหารถ 2 ปี ได้ไม่เกินปี 71

19 ก.พ.2569-นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) รักษาการผู้ว่า รฟท. เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการ(บอร์ด) รฟท. ว่า ที่ประชุมมีมติอนุมัติซื้องานจัดหารถจักรบำรุงทาง รวม 23 คัน วงเงิน 2,850 ล้านบาท ประกอบด้วย 1.รถลากจูง (Utility Track Vehicle) จำนวน 10 คัน เพื่อทดแทนรถเก่าสำหรับอัดหิน 6 คัน และรองรับภารกิจใหม่สำหรับหน่วยรถเจียรราง 4 คัน 2.รถอัดหินต่อเนื่อง 32 ใบอัด (Continuous Tamping Machine) จำนวน 4 คัน เพื่อทดแทนรถเดิมที่ใช้งานมากว่า 40 ปี เพิ่มความรวดเร็วจากเดิม 2 เท่า และความแม่นยำในการอัดหินรองทาง

3.รถเกลี่ยหิน (Ballast Regulator) จำนวน 2 คัน และรถสั่นหิน (Ballast Stabilizer Machine) จำนวน 5 คัน เข้ามาทดแทนรถเดิมที่สภาพทรุดโทรม เพื่อให้การปรับสภาพหินโรยทางมีความมั่นคงแข็งแรงตามมาตรฐานของ รฟท. และเสริมด้วยการใช้รถสั่นหินในการช่วยให้หินโรยทางมีเสถียรภาพมากขึ้น และ 4.รถล้างหิน (Ballast Cleaner) จำนวน 2 คัน ทดแทนรถเดิมอายุ 40 ปี โดยรถรุ่นใหม่จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถงานทำความสะอาด และคัดแยกหินโรยทางได้ระยะทางมากกว่าเดิมถึง 2 เท่า

สำหรับการจัดหารถดังกล่าว เพื่อนำมาทดแทนรถจักรบำรุงทางเดิม และเพิ่มขีดความสามารถในการปฏิบัติงาน ให้สอดคล้องกับแผนวิสาหกิจการรถไฟฯ (แผนฟื้นฟู) และภารกิจที่เพิ่มขึ้นจากการก่อสร้างรถไฟทางคู่และทางสายใหม่ทั่วประเทศ ซึ่งจะทยอยแล้วเสร็จ และเปิดบริการตั้งแต่ปี 2570-2572 อย่างไรก็ตามการจัดหารถดังกล่าว ได้มีการคัดเลือกผู้รับจ้าง โดยวิธีคัดเลือกเสร็จเรียบร้อยแล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้ รฟท. ได้เชิญชวนผู้ประกอบการที่ผลิตรถในประเทศทุกราย รวมทั้งตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้งจากโรงงานผลิตรถเข้าร่วมการประมูลแล้ว เบื้องต้นคาดว่าจะลงนามสัญญากับผู้รับจ้างได้ประมาณเดือน มี.ค.2569 ใช้ระยะเวลาดำเนินการ 730 วัน หรือประมาณ 2 ปี คาดว่าจะได้รับรถดังกล่าวไม่เกินปี 2571

ทั้งนี้ ในส่วนของรถอัดหิน อนุมัติซื้องานจากบริษัท บรอดแคส ดีพอท (ไทยแลนด์) จำกัด วงเงินประมาณ 896 ล้านบาท, รถเกลี่ยหิน อนุมัติซื้องานจากกิจการค้าร่วม ซีเอบี บริษัท บรอดแคส ดีพอท (ไทยแลนด์) จำกัด และบริษัท ชี.เอ..อินโฟ มีเดีย จำกัด) วงเงิน 109 ล้านบาท, รถสั่นหิน กิจการค้าร่วม ซีเอบี วงเงิน 693 ล้านบาท, รถล้างหิน อนุมัติซื้องานจาก บริษัท บรอดแคส ดีพอท (ไทยแลนด์) จำกัด วงเงิน 553 ล้านบาท และรถลากจูง อนุมัติซื้องานจากบริษัท โรลลิงค์สต๊อก โซลูชั่น จำกัด วงเงิน 598 ล้านบาท

นายอนันต์ กล่าวว่า ปัจจุบัน รฟท. ประสบปัญหาข้อจำกัดด้านเครื่องจักรกลบำรุงทางอย่างมาก เนื่องจากเครื่องจักรหลักที่ใช้งานอยู่ในหน่วยงานบำรุงทางหนักทั่วประเทศ (กรุงเทพ, ตะพานหิน, แก่งคอย, นครราชสีมา, ชุมพร และชุมทางหาดใหญ่) มีสภาพชำรุดทรุดโทรมจากการใช้งานมาอย่างยาวนาน โดยมีอายุการใช้งาน 20 – 40 ปี ส่งผลให้ประสิทธิภาพการทำงานบำรุงรักษาทางลดลง ไม่สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้ต้นทุนการซ่อมบำรุงรถจักรสูงขึ้น มีการชำรุดขณะทำงาน ในขณะที่ภาระงานดูแลเส้นทางรถไฟมีปริมาณเพิ่มขึ้นจากการขยายโครงข่ายทางคู่ จึงจำเป็นต้องเร่งเติมเครื่องจักรใหม่เข้ามาทดแทนทันที เพื่อรักษามาตรฐานด้านการเดินรถให้มีความปลอดภัย ตรงต่อเวลา

สำหรับความคืบหน้าการจัดหารถโดยสารใหม่นั้น ขณะนี้ รฟท. ยังอยู่ระหว่างทบทวนรายละเอียด โดยเฉพาะประเด็นการให้ใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศ ตามนโยบายกระทรวงคมนาคม และกรมการขนส่งทางราง(ขร.) ซึ่งอยู่ระหว่างหารือกับ ขร. และสถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง(องค์การมหาชน) หรือ สทร.ว่าจะกำหนดในสัดส่วนเท่าใด คาดว่าจะได้ข้อสรุปที่ชัดเจนภายในเดือน ก.พ.-มี.ค.นี้ ก่อนเสนอกระทรวงคมนาคม และครม.ชุดใหม่พิจารณา ซึ่งการจัดหารถต้องใช้เวลา 2-3 ปี จึงต้องเร่งดำเนินการ เพื่อให้ทันรองรับการเปิดรถไฟทางคู่ และรถไฟสายใหม่.

เพิ่มเพื่อน