30 ปีสถาบันอาหาร พลิกบทบาทจากหน่วยงานสนับสนุนทางเทคนิค สู่ Next-Gen Accelerator เปิดตัว “NFI FoodNEXT Platform” ปิดช่องว่างวิจัยสู่ตลาดโลกหวังช่วยดันส่งออกอาหารปี 2569 แตะ 1.55 ล้านล้านบาท
26 ก.พ. 2569 - นางสาวไปยดา หาญชัยสุขสกุล ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร เปิดเผยว่า โอกาสครบรอบ 30 ปีจะเดินหน้าพลิกบทบาทจากการเป็นหน่วยงานสนับสนุนทางเทคนิค ไปสู่การทำหน้าที่เสมือน Integrated Food Innovation Incubator เชื่อมต่อการวิจัย มาตรฐาน กฎระเบียบ โรงงานต้นแบบ ตลาด และเงินทุนให้เป็นระบบเดียวกัน เพื่อผลักดันประเทศสู่การเป็น National Food Innovation Platform และเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจอาหารไทยในระยะยาว ภายใต้ยุทธศาสตร์หลัก 3 แกน ได้แก่ การสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยนวัตกรรมและอาหารมูลค่าสูง การยกระดับความเชื่อมั่นและการปฏิบัติตามมาตรฐานสากล และการผลักดันแบรนด์อาหารไทยสู่ระดับโลก
นอกจากนี้ได้เปิดตัว NFI FoodNEXT Platform แพลตฟอร์มขับเคลื่อนนวัตกรรมอาหารแบบ End-to-End ภายใต้แนวคิด “Ease of Doing Innovation” ซึ่งได้ถูกวางให้เป็นโครงการหลักปี 2569 เพื่อปิดช่องว่าง ระหว่างงานวิจัยกับการผลิตเชิงพาณิชย์ ผ่านระบบนิเวศนวัตกรรมอาหารแบบ One-Stop Food Innovation Ecosystem โดยเชื่อม 5 กลไกสำคัญ ได้แก่ การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ การวางระบบมาตรฐานและกฎระเบียบ โรงงานผลิตนำร่อง การเข้าถึงตลาดในและต่างประเทศ และการเชื่อมต่อแหล่งทุนและการลงทุน ผลลัพธ์ที่คาดหวังคือผู้ประกอบการสามารถพัฒนานวัตกรรมได้เร็วขึ้น 30–40% พร้อมลดต้นทุน R&D ได้ 20–50% ซึ่งเป็นความได้เปรียบเชิงแข่งขันที่สำคัญในตลาดที่เคลื่อนไหวเร็ว
อย่างไรก็ตามแพลตฟอร์มดังกล่าวยังทำงานบนฐานความร่วมมือกับเครือข่ายพันธมิตรภาครัฐและเอกชน อาทิ กรมทรัพย์สินทางปัญญา, กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ, เมืองนวัตกรรมอาหาร , อุทยานวิทยาศาสตร์ , สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.), สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ,สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ,สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ,TED Fund ,สมาคมไทยผู้ประกอบธุรกิจเงินร่วมลงทุน (TVCA) และ SME Bank สะท้อนแนวร่วมที่พร้อมหนุนการยกระดับระบบนิเวศนวัตกรรมอาหารไทยให้เดินหน้าได้จริง
นางสาวไปยดา กล่าวว่าปัจจุบันอุตสาหกรรมอาหารแปรรูปและเครื่องดื่มของไทยกําลังอยู่ในช่วงเวลาสําคัญ คาดปี 2569 มูลค่าการส่งออกมีโอกาสแตะ 1.55 ล้านล้านบาท เติบโต 2.6% จากโอกาสในตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ เช่น ยุโรปตะวันออก กลุ่ม CIS เอเชียใต้ และแอฟริกา อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการต้องเผชิญความท้าทายของยุค Green Compliance ที่มาตรฐานความยั่งยืนกลายเป็นเงื่อนไขทางการค้าภาคบังคับ ขณะเดียวกัน โอกาสยังเปิดกว้างในตลาดดาวรุ่งอย่าง Personalized & Precision Nutrition ที่ใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพ ตลาด Silver Economy ในจีนและญี่ปุ่น และ Halal Focus ในอาเซียนและตะวันออกกลาง
เพื่อตอบโจทย์เกมการแข่งขันใหม่ สถาบันอาหารจึงเน้นการยกระดับความพร้อมของผู้ประกอบการผ่านการวางระบบ Food Safety และ Traceability ตั้งแต่ต้นน้ำ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือที่ตลาดโลกยอมรับ โดยมี NFI FoodNEXT Platform เป็นแกนกลางเชื่อมต่อทุกภาคส่วน สู่ 3 เป้าหมายหลัก คือ Speed to Market เร่งนวัตกรรมอาหารมูลค่าสูงให้ทันความต้องการโลก Cost Efficiency ลดต้นทุน R&D ด้วยเครือข่ายโรงงานต้นแบบและผู้เชี่ยวชาญ และ Trust & Reliability สร้างความเชื่อถือระดับสากลด้วยระบบความปลอดภัยอาหารและการตรวจสอบย้อนกลับ
“ภารกิจในทศวรรษใหม่ของสถาบันอาหารไม่ใช่เพียงทำให้สินค้าไทย ‘ขายได้’ แต่ต้องทำให้ ‘ขายดี’ ด้วยความน่าเชื่อถือและมูลค่าที่เหนือกว่า เราพร้อมเป็น Next-Generation Food Accelerator ที่จะพาผู้ประกอบการไทยไปปักหมุดในเวทีโลกอย่างแข็งแรงและยั่งยืน” นางสาวไปยดา กล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘ไซมิส แอสเสท’ ลุยพลังงานสะอาดมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero
‘ไซมิส แอสเสท’ ลุยพลังงานสะอาด ขยายการลงทุนผ่านการติดตั้ง Solar System มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zeroช่วยลดค่าไฟฟ้า-ลดคาร์บอน ตอกย้ำแผนเติบโตยั่งยืน
'ดร.เชน' ปลื้ม! หลังได้รับโปรดเกล้าฯเป็นรองนายกฯ-รมว.อว. เล็งใช้นวัตกรรมแก้ PM 2.5
ที่รัฐสภา นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็นรองนา
SACITอัปเกรดหัตถกรรมไทยสร้างมูลค่าเพิ่มขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย
SACIT เดินหน้ายกระดับวงการงานคราฟต์ โชว์ความสำเร็จ SACIT Craft Collection 2026 พร้อมลุยเครื่องเดินหน้ารับรองผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมอย่าง มั่นใจสร้างมูลค่าเพิ่ม ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน และดันยอดส่งออกปี 2569 ให้พุ่งทะลุเป้า

