
‘คลัง’ กางยอดจัดเก็บรายได้ 4 เดือน ปีงบ 69 อยู่ที่ 8.68 ล้านบาท สูงกว่าเป้า 9.5 พันล้านบาท ‘ศุลกากร’ โอด FTA ทุบผลงานวูบเฉียด 3 พันล้าน
2 มี.ค. 2569 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงการคลังได้รายงานผลการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลสุทธิในช่วง 4 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 (ต.ค.ค-ม.ค.69) ว่า รัฐบาลสามารถจัดเก็บรายได้สุทธิ จำนวน 868,623 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 9,560 ล้านบาท หรือ 1.1% เนื่องจากการนำส่งเงินส่วนเกินจากการจำหน่ายพันธบัตรจากการกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุล และการนำส่งรายได้เหลื่อมมาจากปีก่อนของรัฐวิสาหกิจบางแห่ง รวมถึงการปรับเพิ่มอัตราภาษีน้ำมันเบนซิน และดีเซล 1 บาทต่อลิตร
สำหรับภาพรวมการจัดเก็บรายได้สุทธิช่วง 4 เดือน ของ 3 กรมภาษี ได้แก่ กรมสรรพากร กรมสรรพสามิต และกรมศุลกากร จัดเก็บรายได้รวม 890,339 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 6,353 ล้านบาท หรือ 0.7% โดยกรมสรรพากร จัดเก็บรายได้รวม 660,978 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 953 ล้านบาท หรือ 0.1%, กรมสรรพสามิต จัดเก็บรายได้รวม 191,290 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 8,329 ล้านบาท หรือ 4.6% ขณะที่กรมศุลกากร จัดเก็บรายได้รวม อยู่ที่ 38,071 ล้านบาท ต่ำกว่าประมาณการ 2,929 ล้านบาท คิดเป็น 7.1%
ทั้งนี้ ข้อมูลฐานะการคลังของรัฐบาลตามระบบกระแสเงินสดในช่วง 4 เดือนแรก ของปีงบประมาณ 2569 (ต.ค.68-ม.ค.69) รัฐบาลมีรายได้นำส่งคลัง ทั้งสิ้น 868,748 ล้านบาท ในขณะที่มีการเบิกจ่ายเงินงบประมาณ 1,695,195 ล้านบาท โดยรัฐบาลได้กู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุล 474,992 ล้านบาท ส่งผลให้เงินคงคลัง ณ สิ้นเดือน ม.ค. 2569 มีจำนวน 277,997 ล้านบาท
นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร ระบุว่า การจัดเก็บรายได้ที่ต่ำกว่าเป้ามาจากข้อตกลงเขตการค้าเสรี (FTA) ที่ส่งผลให้มีการยกเว้นหรือลดหย่อนภาษีนำเข้าเป็นศูนย์หรือลดลงอย่างมาก ทำให้รายได้จากภาษีศุลกากรจริงไม่เป็นไปตามเป้าหมาย โดยปัจจุบันกรมฯ จัดเก็บภาษีจาก 5 สินค้าหลัก คิดเป็น 33% ของเป้าหมายการจัดเก็บรายได้ในปีงบประมาณ 2569 ที่ 1.2 แสนล้านบาท ได้แก่ รถยนต์, ชิ้นส่วนรถยนต์, ยารักษาโรค, กระเป๋า และเครื่องสำอาง โดยสินค้าดังกล่าวอยู่ภายใต้เงื่อนไข FTA อยู่แล้ว

