
ช่วงหาเสียงเลือกตั้งเดือนที่แล้ว หลายพรรคและนักการเมืองหลายคนใช้กระแส “รักชาติ” เป็นประเด็นหาเสียง เน้นที่จะต่อสู้ผู้รุกรานเพื่อรักษาแผ่นดินไทยและอธิปไตยของชาติเอาไว้ ซึ่งสำคัญต้องทําและไม่มีใครปฏิเสธ แต่การรักชาติมีมากกว่านั้น อีกมิติของการรักชาติคือการปกป้องดูแลรักษาสิ่งที่ประเทศชาติมี คือ เอกลักษณ์ความเป็นชาติ ทรัพย์สิน วัฒนธรรม ภาษา และสังคมที่แน่นแฟ้นเข้มแข็ง เพื่อส่งต่อให้กับคนไทยรุ่นต่อไป นี่คือ “สมบัติ” ของประเทศ ที่คนรุ่นปัจจุบันต้องร่วมกันปกป้องรักษาเพื่อคนรุ่นต่อไป ไม่ใช่กอบโกยหรือตักตวงเพื่อประโยชน์ตัวเอง เป็นประเด็นสําคัญและเป็นจุดอ่อนของสังคมไทยขณะนี้ที่นักการเมืองไม่พูดถึง และนี่คือประเด็นที่จะเขียนวันนี้
ความรักชาติมีในทุกสังคมเพราะชาติคือความเป็นตัวตนที่ทุกคนต้องการ ในทางปฏิบัติ ความรักชาติจะถูกพูดถึงในสองมิติ มิติแรกคือ ความเป็นชาติทางกฏหมายที่มาจากการมีอธิปไตยในพื้นที่ที่อาศัยอยู่ พื้นที่มีขอบเขตชัดเจน คนในพื้นที่มีอํานาจควบคุมและเป็นที่ยอมรับทางสากล อีกมิติคือมิติด้านวัฒนธรรม สังคม และความเป็นชาติ ซึ่งลึกกว่า เพราะเกี่ยวกับความเป็นสังคมที่มีความเป็นตัวตนร่วมกัน แน่นแฟ้นด้วย ภาษา วัฒนธรรม ใช้โครงสร้างเศรษฐกิจร่วมกัน แชร์การบริหารและผลทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นระหว่างกัน เป็นมิติที่วางตำแหน่งความเป็นชาติในบริบทของอารยธรรมโลก มิติเเรกพูดถึง พื้นที่ ใครอยู่ตรงไหน มิติที่สองพูดถึงคนที่อยู่ว่าคือใคร ทําอะไร ทำอย่างไร
ดังนั้น ความเป็นชาติจึงต้องสมบูรณ์ในทั้งสองมิติ และเพื่อรักษาชาติให้อยู่รอดประเทศก็ต้องเข็มแข็งในทั้งสองมิติเช่นกัน คือ ถ้าประเทศเข้มแข็งเฉพาะเรื่องอธิปไตยและการรักษาพื้นที่ แต่สังคมในประเทศอ่อนแอ แตกแยก ชนชั้นที่มีอำนาจไม่เคารพกฏหมาย ไม่เคารพสิ่งที่เป็นสาธารณะ มุ่งแต่จะกอบโกยหาประโยชน์ ถลุงของหลวง โกงกิน ไม่ปกป้องรักษาสมบัติชาติ จนประชาชนย้ายไปอยู่ประเทศอื่น ความเป็นชาติก็จะถูกบั่นทอน เปิดโอกาสให้คนจากข้างนอกเข้าแทรกแซงและในที่สุดก็อาจยึดประเทศไปได้แม้แผ่นดินอยู่ครบ เพราะไม่มีมิติที่สองที่จะป้องกัน ประเด็นนี้ยิ่งสำคัญในโลกขณะนี้ที่อํานาจเป็นใหญ่ การอพยพเข้าออกของผู้คนข้ามพรมแดนทําได้ง่าย และประเทศใหญ่ชอบที่จะใช้อำนาจตามอําเภอใจ
ในโลกนี้เรามีตัวอย่างมากมายที่ชี้ว่า ประเทศชาติต้องเข้มแข็งในทั้งสองมิติเพื่ออยู่รอด คือสามารถรักษาอธิปไตยในพื้นที่ได้ และสังคมแน่นแฟ้น ซึ่งประเด็นหลังมาจากการบริหารจัดการที่ดีเพื่อส่วนรวม ผู้นําไม่กอบโกยโกงกิน ทำให้สังคมเข้มแข็ง นี่คือความเข้มแข็งที่ต้องมีเพื่อให้ชาติไปรอด ยืนระยะได้แม้ในโลกที่มีสงครามหรืออํานาจเป็นใหญ่ ตัวอย่างเช่น ญี่ปุ่น สวิสเซอร์แลนด์ และสิงค์โปร์
ญี่ปุ่นมีพื้นที่ขอบเขตชัดเจน มีอธิปไตยที่เข้มแข็ง เป็นที่ยอมรับ สังคมญี่ปุ่นแน่นแฟ้นและวัฒนธรรมสังคมเน้นความรับผิดชอบร่วมกันและการดูแลปกป้องรักษาสมบัติชาติเพื่อคนญี่ปุ่นรุ่นต่อไป และแม้เป็นสังคมสูงวัยที่ขาดแรงงาน ญี่ปุ่นก็ระมัดระวังเรื่องการนําเข้าคนต่างชาติเพราะกลัวจะเข้ากับคนญี่ปุ่นไม่ได้และทําลายความแน่นแฟ้นของสังคมญี่ปุ่น ความเข้มแข็งของชาติญี่ปุ่นในทั้งสองมิติทำให้ญี่ปุ่นสามารถรักษาอธิปไตยและความเป็นชาติของญี่ปุ่นไว้ได้แม้เป็นประเทศที่แพ้สงคราม
สวิสเซอร์แลนด์ก็เช่นกันมีอธิปไตยเข้มแข็ง คนสวิสมีความรับผิดชอบในฐานะพลเมืองสูง ให้ความไว้วางใจระบบการเมืองของประเทศ ระมัดระวังเรื่องการใช้จ่าย และมองการปกป้องรักษาสมบัติชาติเพื่อคนรุ่นต่อไปว่าเป็นหน้าที่ สำหรับ สิงค์โปร์แม้เป็นประเทศใหม่ แต่ผู้นําให้ความสำคัญมากกับการอยู่รอดของประเทศและทั้งสองมิติของความเป็นชาติ ขอบเขตประเทศชัดเจน เน้นการวางแผนระยะยาว และส่งต่อสมบัติของชาติให้กับคนรุ่นต่อไป ไม่ใช่เฉพาะความมั่งคั่งที่ประเทศมี แต่รวมถึงความเป็นตัวตนของคนสิงคโปร์ ระบบการศึกษา และระบบธรรมาภิบาลในภาครัฐและเอกชน สิงค์โปร์เป็นตัวอย่างว่าความเข้มแข็งในมิติที่สองเป็นสิ่งที่สามารถสร้างได้โดยนโยบายรัฐ
อีกกลุ่มคือประเทศที่เข้มแข็งในมิติแรกเรื่องอธิปไตย แต่อ่อนแอในมิติที่สองคือการรักษาปกป้องสมบัติชาติ ในประเทศเหล่านี้ ความเป็นประเทศและพื้นที่มีอยู่ตามกฏหมาย แต่สถาบันภาครัฐที่บริหารประเทศอ่อนแอ ส่วนใหญ่เป็นผลจากภายใน คือ ระบบอุปถัมภ์ การทุจริตคอรัปชั่น ชนชั้นนําใช้อํานาจรัฐหาประโยชน์เพื่อตนเอง ไม่มีการมองระยะยาวเพื่อประเทศ ทุกอย่างเน้นระยะสั้นเพื่อตักตวงผลประโยชน์ ผลคือ สังคมอ่อนแอ แตกแยก ไม่มีใครรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่มีการปกป้องรักษาสมบัติชาติเพื่อคนรุ่นต่อไป ตัวอย่างเช่น เวเนซุเอลา ไนจีเรีย
กรณีเวเนซุเอลา อํานาจอธิปไตยเหนือแผ่นดินมีครบ แต่สถาบันภาครัฐ ทั้งในภาคราชการ ภาคการเมือง หน่วยงานปกครอง ระบบยุติธรรม อ่อนแอ ทําให้ไม่มีสถาบันรัฐที่จะปกป้องดูแลรักษา สมบัติของชาติให้กับคนรุ่นต่อไป ทรัพยากรที่ประเทศมี คือ นํ้ามัน แต่ถูกถลุง ถูกสูบโดยไม่สนใจเรื่องความยั่งยืน ประชาชนไม่ไว้วางใจและหมดศรัทธาในรัฐบาลของตนเอง ประเทศไนจีเรียก็คล้ายกัน อธิปไตยของชาติเป็นที่ยอมรับ มีทรัพยกรนํ้ามันมาก แต่ความล้มเหลวของระบบธรรมาภิบาล และการเมืองที่ขับเคลื่อนโดยระบบเส้นสาย ทําให้เศรษฐกิจและสังคมอ่อนแอ นำไปสู่การมุ่งหาประโยชน์ระยะสั้นโดยนักการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐ ขณะที่การปกป้องรักษาสมบัติชาติให้กับคนรุ่นต่อไปไม่มีใครสนใจ
ความเข้มแข็งด้านอธิปไตยแต่อ่อนแอเรื่องสังคมเพราะการไม่ทำหน้าที่ขององค์กรภาครัฐ พูดได้ว่าเป็นลักษณะทั่วไปของประเทศที่การเติบโตของเศรษฐกิจถูกฉุดรั้งโดยความอ่อนแอเรื่องธรรมาภิบาล คือ อธิปไตยมี แต่ความสามารถและความอยู่รอดของชาติถูกเซาะกร่อนโดยความล้มเหลวเรื่องธรรมาภิบาล ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าประเทศไทยก็มีลักษณะเช่นนี้ คือ มิติที่หนึ่งเข้มแข็งแต่มิติที่สองอ่อนแอ ดังนั้น ถ้าเราจะรักษาความเป็นชาติไว้ได้อย่างเข้มแข็ง จําเป็นที่เราต้องทําให้มิติที่สองของประเทศเราเข้มแข็งเช่นกัน ซึ่งตัวอย่างสิงคโปร์ชี้ชัดว่าเป็นเรื่องที่นโยบายรัฐสามารถทําให้เกิดขึ้นได้ กรณีประเทศเรา สิ่งที่ต้องทําเพื่อให้ความเป็นชาติของเราเข้มแข้งต่อไปถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน คือ
หนึ่ง กู้คืนศรัทธาและความไว้วางใจที่ประชาชนมีต่อภาครัฐ กระบวนการยุติธรรม และระบบราชการ เรื่องนี้สำคัญเพราะเป็นประเด็นที่จะเป็นจุดเริ่มต้นของความร้าวฉานในสังคม ในอดีตความไว้วางใจของสังคมมีสูง แต่ปัจจุบันลดลงมาก ผลสำรวจต่าง ๆ ก็ล้วนชี้ว่าความไว้วางใจของประชาชนมีน้อยลง
สอง การบังคับใช้กฏหมาย เรื่องนี้เป็นความรู้สึกของประชาชนว่าไม่เท่าเทียม ในกระบวนการยุติธรรม ตั้งแต่ต้นนํ้าถึงปลายน้ำ ประชาชนรู้สึกถึงความไม่สอดคล้อง ไม่คงเส้นคงวา ขาดบรรทัดฐาน ทําให้เกิดความไม่เป็นธรรม สาม ความไม่โปร่งใสและความไม่รับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้นของเจ้าหน้าที่รัฐ ที่เห็นมากขึ้นในทุกระดับรวมถึงองค์กรอิสระ ทําให้การแก้ปัญหาของประเทศ เช่น การทุจริตคอรัปชั่น ไม่สามารถเดินหน้าได้ เหมือนอยู่คนละโลกระหว่างสิ่งที่ควรเกิดขึ้นตามหน้าที่กับสิ่งที่เกิดขึ้นจริง
นี่คือสิ่งที่ต้องแก้ไขเพื่อให้ความเป็นชาติของประเทศอยู่รอด ไม่สูญเสียหรือสิ้นไปเพราะคนที่มีหน้าที่ปกป้องรักษาสมบัติชาติกลับทําลายเสียเอง เป็นประเด็นที่นักการเมืองควรใช้หาเสียงเดือนที่แล้วในกระเเสความรักชาติ แต่ไม่มีและคงไม่ทํา การ”รักชาติ”ที่ไม่ครบถ้วนจึงอันตราย
เขียนให้คิด
ดร. บัณฑิต นิจถาวร
ประธานมูลนิธินโยบายสาธารณะเพื่อสังคมและธรรมาภิบาล

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
🔴 LIVE ครบมุมข่าว กับ..นิธินาฏ ราชนิยม | 2 รุม 1 สมรภูมิสะเทือนโลก
ครบมุมข่าว กับนิธินาฏ ราชนิยม : วันจันทร์ที่ 2 มีนาคม 2569

