ระส่ำสงครามกดดันราคาน้ำมันพุ่ง ไทยยันยังไหวอีก95วันเร่งประสานทุกหน่วยงานหาทางออก!

ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ที่ทวีความตึงเครียดและเริ่มส่งผลกระทบวงกว้างสู่ระดับโลก ประเทศไทยในฐานะประเทศที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศ ย่อมหนีไม่พ้นที่จะได้รับผลกระทบทั้งในเชิงเศรษฐกิจและต้นทุนการดำรงชีวิต แต่จากที่ทั้งหน่วยงานและผู้เกี่ยวข้องยังยืนยันอย่างเต็มที่ว่าพลังงานไทยจะไม่ขาดแคลนและเศรษฐกิจไทยจะยังมีทางออก

ความพร้อมของประเทศไทย

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ยืนยันว่าไทยมีการบริหารจัดการน้ำมันอย่างเป็นระบบ โดยปัจจุบันมีน้ำมันสำรองใช้ได้นานถึง 65 วัน แม้ในกรณีที่ไม่มีการนำเข้าเลย และได้มีการเจรจาหาแหล่งนำเข้าสำรองนอกพื้นที่ตะวันออกกลางเพิ่มเติม ซึ่งจะช่วยขยายระยะเวลาสำรองออกไปอีก 30 วัน ซึ่งรวมเป็น 95 วัน โดยเป็นการคอนเฟิร์มถึงช่วงเดือน เม.ย.นี้ และการนำเข้าน้ำมันในช่วง พ.ค.ของปีนี้กำลังทยอยคอนเฟิร์มจากอีกหลายๆ แหล่ง ซึ่งเป็นการยืนยันได้ว่าประเทศไทยจะมีน้ำมันใช้แน่นอนหากครบ 65 วันที่กล่าวไปข้างต้น

พร้อมสั่งการให้ผู้ค้าน้ำมันเพิ่มสัดส่วนสำรองน้ำมันจาก 1% เป็น 3% เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน สำหรับมาตรการระงับการส่งออกน้ำมัน จะยกเว้นให้กับ สปป.ลาว และเมียนมาเท่านั้น เนื่องจากเป็นประเทศที่มีการพึ่งพาพลังงานระหว่างกัน ส่วนปัญหาการขาดแคลนน้ำมันในสถานีบริการบางพื้นที่เกิดจากความกังวลของประชาชน จึงได้กำชับให้กรมธุรกิจพลังงาน (ธพ.) และ สำนักงานพลังงานจังหวัด ทั่วประเทศ ส่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบป้องกันไม่ให้มีการกักตุน และจะเร่งจัดส่งน้ำมันให้เพียงพอโดยเร็ว

ด้านมาตรการลดภาระค่าครองชีพ รัฐบาลจะใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงตรึงราคาดีเซล 15 วัน (ถึงวันที่ 17 มี.ค.2569) หากสถานการณ์ยืดเยื้อ จะพิจารณาเรื่องการชดเชยอีกครั้ง นอกจากนั้น มีแผนที่จะนำน้ำมันดีเซล B100 ที่ผลิตได้เองภายในประเทศมาใช้ เพิ่มสัดส่วนการผสมลงในเนื้อน้ำมันดีเซล โดยจะมีสัดส่วน 5%, 7% หรือ 10% ต้องมีการพิจารณากันต่อไป และอาจพิจารณานำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปที่มีมาตรฐานรองลงมา เนื่องจากมีราคาถูกกว่า

“กระทรวงพลังงานขอยืนยันอีกครั้งว่า ณ วันนี้มีปริมาณน้ำมันสำรองใช้ได้รวม 95 วัน และยังคงจัดหาอย่างต่อเนื่องจากทุกแหล่งที่มีศักยภาพ นอกจากนี้ ยังมีแผนสำรองหากเหตุการณ์ยืดเยื้อ ทั้งการนำ B100 มาช่วยเสริม การปรับลดสเปกน้ำมันนำเข้าให้สอดคล้องกับสถานการณ์ รวมทั้งภาคไฟฟ้าก็จะจัดหา LNG และใช้เชื้อเพลิงชนิดต่างๆ เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่าประเทศไทยจะไม่มีไฟดับ และจะใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงดูแลด้านราคาน้ำมันอย่างเต็มที่ ขอให้ประชาชนมั่นใจว่าเรามีพลังงานเพียงพอและจะบริหารจัดการอย่างสุดความสามารถในสถานการณ์ความไม่สงบในครั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด” นายอรรถพล กล่าว

ในส่วนของก๊าซธรรมชาติ (LNG) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการผลิตไฟฟ้าของประเทศ นายพูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ โฆษกสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ระบุว่าได้มีการปรับแผนจัดหา Spot LNG เพิ่มเติมอีก 3 เที่ยวเรือ เพื่อรองรับความต้องการในช่วงเดือน มี.ค.-เม.ย.นี้ และพร้อมจะดึงก๊าซจากอ่าวไทยรวมถึงนำเข้าจากลาวและเมียนมามาเสริมทัพเพื่อให้ระบบไฟฟ้ามีความมั่นคงสูงสุด

“ภายหลัง กกพ.ได้หารือร่วมกับชิปเปอร์เกี่ยวกับการจัดหา LNG เพิ่มเติม พบว่าแหล่งก๊าซบางส่วนอยู่ในพื้นที่เสี่ยงและเส้นทางขนส่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ดังนั้นเพื่อให้มั่นใจว่าประเทศไทยจะมี LNG เพียงพอสำหรับการผลิตไฟฟ้า สร้างความมั่นใจให้กับประชาชนและภาคธุรกิจ รวมทั้งสนับสนุนนโยบายรัฐบาลในการแสวงหาแหล่ง LNG เพิ่มเติมหรือทดแทนแหล่งเดิมในพื้นที่เสี่ยง กกพ.จึงได้มอบหมายให้ชิปเปอร์ดำเนินการจัดหา LNG เพิ่มเติมให้เพียงพอต่อความต้องการของประเทศ” นายพูลพัฒน์ กล่าว

มาตรการดูแลค่าใช้จ่ายประชาชน

แม้ราคาน้ำมันโลกจะผันผวน แต่ภาครัฐและผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่อย่าง บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR และรวมถึง บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ต่างขานรับนโยบายช่วยบรรเทาภาระประชาชน โดยยืนยันจะยังไม่ปรับขึ้นราคาน้ำมันขายปลีกในช่วงนี้ เพื่อเป็นการบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของผู้บริโภค โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อประชาชนและผู้ใช้พลังงานเป็นสำคัญ พร้อมบริหารจัดการด้านการจัดหาและต้นทุนอย่างรอบคอบ รวมทั้งติดตามความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ตลาดโลกอย่างใกล้ชิด ควบคู่กับการประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับภาพรวมของประเทศ

สิ่งที่ประชาชนทำได้ในขณะนี้คือ​ไม่ต้องตื่นตระหนก ไม่จำเป็นต้องกักตุนน้ำมัน เพราะปริมาณสำรองมีเพียงพอ และ​ร่วมมือใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่า ใช้หลัก “5 ป.” (ปลด, ปิด, ปรับ, เปลี่ยน, ปลูก) ตามคำแนะนำของ กกพ. เพื่อลดภาระค่าไฟฟ้าในครัวเรือน รวมถึงติดตามข่าวสารที่เชื่อถือได้ เพื่อวางแผนการใช้จ่ายท่ามกลางความผันผวนของสถานการณ์โลก

เตือนประชาชนเลิกกักตุน หวั่นผิดกฎหมาย!

นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน (ธพ.) ขอความร่วมมือประชาชนอย่าตื่นตระหนกและงดการกักตุนน้ำมันเชื้อเพลิง เนื่องจากการกักตุนในปริมาณมากอาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมาย และเสี่ยงเกิดอันตรายจากการจัดเก็บที่ไม่ถูกวิธี ทั้งนี้ควรเติมน้ำมันลงในยานพาหนะเท่านั้น ไม่ควรนำภาชนะบรรจุไปเติมน้ำมันในสถานีบริการ เพื่อความปลอดภัย และไม่ต้องการให้เกิดการกักตุน

สำหรับ กรณีเกษตรกรหรือผู้ประกอบอาชีพอื่นที่มีความจำเป็นต้องนำภาชนะบรรจุไปเติมเพื่อการประกอบอาชีพ ก็สามารถดำเนินการได้ ภายใต้การบริหารจัดการของผู้ค้าน้ำมัน (สถานีบริการ) อย่างเหมาะสม ทั้งนี้ ธพ.ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และขอความร่วมมือผู้ค้าน้ำมันเชื้อเพลิงเร่งจัดหาและกระจายน้ำมันให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชนอย่างต่อเนื่อง พร้อมยืนยันว่าปริมาณสำรองน้ำมันภายในประเทศยังคงเพียงพอ

มุมมองภาคธุรกิจและการเติบโตของ GDP

อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อย่อมส่งผลต่อภาพรวมเศรษฐกิจ นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ในนามประธานการประชุม คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.)เผยว่า ราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่อยู่ในระดับสูงจะกลายเป็นต้นทุนสำคัญของธุรกิจและครัวเรือน โดยสภาพัฒน์คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2569 อาจเติบโตเหลือเพียง 1.3-1.6% ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายเดิม และต่ำกว่าประมาณการเดิมของ กกร. ที่ 1.6-2.0% โดย กกร.จะมีการทบทวนต่อไป เนื่องจากกระทบทั้งภาคการส่งออกและการท่องเที่ยวจากปัญหาเส้นทางการบินที่ผ่านตะวันออกกลาง

ทั้งนี้ กกร.ให้ความสำคัญในการเตรียมแนวทางรับมือจากผลกระทบที่เกิดขึ้นร่วมกับภาครัฐอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 2 มี.ค.ที่ผ่านมา กกร.ได้ร่วมประชุมหารือกับภาครัฐแต่ละหน่วยงาน โดยมีนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธาน ณ ทำเนียบรัฐบาล เพื่อประเมินสถานการณ์และเตรียมการรับมือ รวมถึงการสร้างโอกาสจากการที่ประเทศไทยมีความสัมพันธ์ด้านการต่างประเทศที่ดี ในการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศและการส่งออก เช่น ด้านความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) และบริการด้านสุขภาพ (Medical Hub) เป็นต้น

โดยภาพรวมหน่วยงานภาครัฐได้กำหนดมาตรการรับมือแต่ละมิติอย่างครอบคลุม อาทิ การประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจ การช่วยเหลือประชาชนและแรงงานไทย การบริหารจัดการเพื่อป้องกันและแก้ไขภาวะขาดแคลนน้ำมัน ตลอดจนการบริหารต้นทุนค่าขนส่ง เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบแก่ภาคธุรกิจและประชาชนอย่างเร่งด่วน

“กกร.ยินดีสนับสนุนการดำเนินงานด้านต่างๆ ของภาครัฐ พร้อมทั้งช่วยสื่อสารข้อมูลและข้อเท็จจริงจากภาครัฐไปยังภาคธุรกิจและภาคประชาชน ตลอดจนผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและสามารถวางแผนรับมือสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ” นายเกรียงไกร กล่าว

ในวิกฤตครั้งนี้ประเทศไทยไม่ได้เผชิญปัญหาเพียงลำพัง แต่มีการบูรณาการร่วมกันระหว่างภาครัฐโดยกระทรวงพลังงาน กกพ. และภาคเอกชน ทั้ง กกร. OR และบางจาก เพื่อวางแผนรับมืออย่างเป็นรูปธรรม แม้ราคาน้ำมันโลกจะเป็นปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ แต่การบริหารจัดการน้ำมันสำรองที่เพียงพอและการตรึงราคาช่วยซื้อเวลาให้ภาคเศรษฐกิจได้ปรับตัว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘เด็จพี่’ เตือนวิกฤตพลังงานโลก แนะรัฐหาแหล่งนำเข้าน้ำมันใหม่

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอล กับอิหร่าน รวมถึงความตึงเครียดบริเวณช่องแคบฮอร์มุช กำลังสร้างความกังวลต่อเสถียรภาพด้านพลังงานของโลก ทั้งก๊าซธรรมชาติและน้ำมันดิบ

สั่งสำรองน้ำมันเพิ่ม อนุทินผุดศบก.พร้อมออกประกาศ/69คนไทยกลับ7มี.ค.

นายกฯ ลงนามตั้ง “ศบก.” ติดตามสถานการณ์ตะวันออกกลาง รับห่วงทุกด้าน หวังให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุด “อนุทิน” ออกประกาศมาตรการป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง มีผลบังคับใช้แล้ว