‘การบินไทย’ รับปรับราคาตั๋วเพิ่ม 10–15% รับต้นทุนน้ำมันพุ่ง

‘การบินไทย’ เผยเริ่มปรับราคาตั๋วโดยสารบางเส้นทาง 10–15% สะท้อนต้นทุนน้ำมันจากวิกฤตตะวันออกกลาง ยันยังไม่กระทบดีมานด์เดินทาง เส้นทางยุโรปเข้าไทยยังมีอัตราบรรทุกผู้โดยสารสูง พร้อมเดินหน้าขยายฝูงบิน-เปิดเส้นทางบินใหม่ทั้งยุโรป เอเชีย และโอเชียเนีย

12 มี.ค. 2569-นางเฉิดโฉม เทอดสถีรศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายการเงินและบัญชี บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทได้เริ่มปรับราคาตั๋วโดยสารเพิ่มขึ้นประมาณ 10–15% เพื่อสะท้อนต้นทุนราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยปกติแล้วสายการบินมีกลไกในการปรับราคาผ่านค่าธรรมเนียมน้ำมันเชื้อเพลิง (Fuel Surcharge) ซึ่งต้องกำหนดเพดานร่วมกับสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.)ปัจจุบันเพดานค่าธรรมเนียมดังกล่าวยังอยู่ในระดับที่บริษัทสามารถบริหารจัดการได้ อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ต้นทุนน้ำมันมีความผันผวนมากขึ้น บริษัทสามารถหารือกับหน่วยงานกำกับดูแลเพื่อปรับเพดานค่าธรรมเนียมดังกล่าวได้ตามความจำเป็น

นางเฉิดโฉม กล่าวว่าแม้จะมีแรงกดดันด้านต้นทุนจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง แต่บริษัทระบุว่ายังไม่เห็นสัญญาณการชะลอตัวของความต้องการเดินทาง และยังไม่มีการยกเลิกเที่ยวบินจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยยอดจองตั๋วล่วงหน้าในเดือนมีนาคมยังอยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะเส้นทางบินตรงจากยุโรปเข้าสู่ประเทศไทย ซึ่งมีอัตราบรรทุกผู้โดยสาร (Cabin Factor) สูงถึงประมาณ 80–90%

นอกจากนี้ ในช่วงประมาณ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่าตั๋วเครื่องบินในหลายเส้นทางเริ่มหายากมาก ไม่เฉพาะเส้นทางยุโรปเท่านั้น แต่รวมถึงเส้นทางอื่น ๆ ด้วย เนื่องจากความต้องการเดินทางที่ยังอยู่ในระดับสูง ขณะเดียวกันพบว่าผู้โดยสารบางส่วนเริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมมาเลือกใช้บริการสายการบินที่ให้บริการเที่ยวบินตรง (Direct Flight) มากขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงจากการต่อเครื่องในสนามบินศูนย์กลางการบิน (Hub) ในตะวันออกกลาง

“ในด้านการปฏิบัติการ บริษัทได้มีการปรับเปลี่ยนเส้นทางบินบางส่วนเพื่อหลีกเลี่ยงพื้นที่ความขัดแย้ง เช่น การบินอ้อมประเทศอิหร่าน ซึ่งอาจทำให้มีการใช้น้ำมันเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ยังไม่ถือเป็นปัจจัยที่มีนัยสำคัญต่อการดำเนินงานโดยรวมของสายการบิน บริษัทมองว่ายังเร็วเกินไปที่จะประเมินผลกระทบในระยะถัดไป โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสที่ 2 หรือไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ เนื่องจากผู้โดยสารและตลาดยังคงรอดูพัฒนาการของสถานการณ์อย่างใกล้ชิด”นางเฉิดโฉม กล่าว

อย่างไรก็ตาม ในปีนี้การบินไทยมีแผนรับมอบเครื่องบินเข้าฝูงบินจำนวนมาก ทั้งเครื่องบินลำตัวกว้างและลำตัวแคบ ควบคู่กับการเปิดเส้นทางบินใหม่ การฟื้นเส้นทางบินเดิมในอดีต และการเพิ่มความถี่เที่ยวบินในเส้นทางที่มีความต้องการสูง ซึ่งคาดว่าจะช่วยสนับสนุนให้ผลประกอบการของบริษัทปรับตัวดีขึ้น ขณะที่ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลก บริษัทจะให้ความสำคัญกับการบริหารสภาพคล่องทางการเงินเป็นหลัก โดยขณะนี้ยังไม่มีแผนจัดหาเงินกู้ใหม่เพิ่มเติม ขณะเดียวกันการขอจัดอันดับความน่าเชื่อถือทางเครดิต (Credit Rating) ยังอยู่ระหว่างขั้นตอนการพิจารณาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

นายรัฐ รักสำรวจ ผู้อำนวยการฝ่ายการเงินองค์กร บริษัท การบินไทย กล่าวว่า บริษัทมีแผนเพิ่มจำนวนเครื่องบินในฝูงบินจากปัจจุบันประมาณ 80 ลำ เป็น 102 ลำภายในปี 2569 โดยแบ่งเป็นเครื่องบินลำตัวกว้างจำนวน 67 ลำ และเครื่องบินลำตัวแคบจำนวน 35 ลำ โดยในปีนี้ บริษัทจะรับมอบเครื่องบินรุ่นใหม่เพิ่มเติม ได้แก่ เครื่องบินลำตัวกว้างรุ่น Boeing 787-9 จำนวน 14 ลำ และเครื่องบินลำตัวแคบรุ่น Airbus A321neo จำนวน 14 ลำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการและรองรับการขยายเส้นทางบิน

นอกจากนี้ บริษัทมีแผนเพิ่มจำนวนเครื่องบินในฝูงบินอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าภายในปี 2570 และปี 2571 จำนวนเครื่องบินจะเพิ่มเป็น 112 ลำ และ 129 ลำ ตามลำดับ พร้อมตั้งเป้าสัดส่วนเครื่องบินลำตัวกว้างต่อเครื่องบินลำตัวแคบในอัตรา 2 ต่อ 1 เพื่อสนับสนุนกลยุทธ์การพัฒนาไทยให้เป็นศูนย์กลางการบิน (Hub) ที่สามารถดึงผู้โดยสารจากทั่วโลกเข้ามาต่อเครื่องในประเทศไทยเพื่อเดินทางต่อไปยังจุดหมายปลายทางต่าง ๆ ในภูมิภาค

อย่างไรก็ตาม ในปี 2569 การบินไทยมีแผนเปิดเส้นทางบินใหม่และขยายเครือข่ายการบินเพิ่มเติม โดยในยุโรปเตรียมเปิดเส้นทางกรุงเทพฯ–อัมสเตอร์ดัมในไตรมาสที่ 3 และเส้นทางกรุงเทพฯ–โอ๊คแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ ในช่วงไตรมาสเดียวกัน ขณะที่ในภูมิภาคเอเชียจะเน้นเพิ่มจุดบินในประเทศจีนด้วยเครื่องบินลำตัวแคบ เช่น ฉางชา เซี่ยเหมิน และฉงชิ่ง ในช่วงไตรมาสที่ 2 ถึงไตรมาสที่ 3 รวมถึงเปิดเส้นทางสู่เมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ ในไตรมาสที่ 2 และเมืองดานัง ประเทศเวียดนาม ในไตรมาสที่ 4

นายรัฐ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในระยะสั้นสถานการณ์ที่ศูนย์กลางการบินในตะวันออกกลางได้รับผลกระทบ ส่งผลให้ผู้โดยสารบางส่วนหันมาเลือกใช้เที่ยวบินตรงมากขึ้น ซึ่งถือเป็นปัจจัยบวกต่อสายการบินที่ให้บริการบินตรง อย่างไรก็ตาม บริษัทมองว่าผลกระทบดังกล่าวอาจเป็นเพียงระยะสั้น ขณะเดียวกันบริษัทได้ติดตามตัวเลขการจองตั๋วล่วงหน้า (Booking) อย่างใกล้ชิด โดยในเดือนมีนาคมยังพบว่ายอดจองตั๋วเติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (Year on Year) และยังคงเห็นสัญญาณเชิงบวกต่อเนื่อง แต่หากในอนาคตเริ่มเห็นสัญญาณเชิงลบ บริษัทก็พร้อมปรับแผนการดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป

เพิ่มเพื่อน