
‘ธอส.’ เดินเครื่องกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการปล่อยสินเชื่อเข้าระบบ ลุยอัด 4 สินเชื่อ ‘ต่อเติม-ซ่อมแซม-ปรับปรุงที่อยู่อาศัย-ซื้ออุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวก’ ชูดอกเบี้ยเริ่มต้น 1% ต่อปี ผ่อนนานสูงสุด 40 ปี ชำระเงินงวดเริ่มต้นเพียงเดือนละ 300 บาท
9 เม.ย. 2569 – นายมหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ธอส. พร้อมร่วมกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการปล่อยสินเชื่อเข้าสู่ระบบอย่างต่อเนื่อง ผ่าน 1. สินเชื่อซ่อม – แต่ง และสินเชื่อซ่อม – แต่ง Plus สำหรับลูกค้าเดิมที่ต้องการต่อเติม ซ่อมแซม ซื้ออุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวเนื่องเพื่อประโยชน์ในการอยู่อาศัย วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาทต่อราย โดยวงเงิน 100,000 บาทแรก อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นเพียง 1.00% ต่อปี ผ่านสินเชื่อซ่อม – แต่ง ผ่อนชำระเงินงวดเพียง 2,900 บาท และอัตราดอกเบี้ย 1.99% ต่อปี ในวงเงิน 200,000 บาทถัดมา ผ่านสินเชื่อซ่อม – แต่ง Plus ระยะเวลากู้สูงสุดไม่เกิน 5 ปี ผ่อนชำระเงินงวดเริ่มต้นเพียงเดือนละ 3,600 บาท
2. สินเชื่อบ้านเติมเต็ม สำหรับผู้ที่ต้องการต่อเติม ซ่อมแซมที่อยู่อาศัย หรือซื้ออุปกรณ์เพื่อประโยชน์ในการอยู่อาศัย อัตราดอกเบี้ยปีที่ 1 เท่ากับ 2.60% ต่อปี ปีที่ 2 – 3 เท่ากับ 3.65% ต่อปี และตั้งแต่ปีที่ 4 จนถึงตลอดอายุสัญญา กรณีลูกค้าสวัสดิการเท่ากับ MRR -1.00% ต่อปี กรณีลูกค้ารายย่อยเท่ากับ MRR -0.50% ต่อปี และกรณีสินเชื่อเพื่ออุปกรณ์เท่ากับ MRR (อัตราดอกเบี้ย MRR ของ ธอส. ปัจจุบันอยู่ที่ 6.145% ต่อปี) ระยะเวลากู้สูงสุดไม่เกิน 40 ปี ผ่อนชำระเงินงวดเริ่มต้นเพียงเดือนละ 300 บาท
3. สินเชื่อพร้อมใช้ สำหรับลูกค้าปัจจุบันหรือลูกค้าเดิมที่ต้องการซื้ออุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อประโยชน์ในการอยู่อาศัย โดยวงเงินดังกล่าวสามารถหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ได้เมื่อมีการผ่อนชำระเงินต้นคืน อัตราดอกเบี้ย ปีที่ 1 – 3 เท่ากับ MRR-2.345% ต่อปี และปีที่ 4 จนถึงตลอดอายุสัญญา เท่ากับ MRR ระยะเวลากู้สูงสุดไม่เกิน 40 ปี ผ่อนชำระเงินงวดเริ่มต้นเพียงเดือนละ 500 บาท 4. สินเชื่อบ้านเพิ่มสุข สำหรับผู้ที่ต้องการกู้เพิ่มเพื่อชำระหนี้ที่เกี่ยวกับที่อยู่อาศัย อัตราดอกเบี้ย 5 ปีแรกเท่ากับ MRR -1.545% ต่อปี และตั้งแต่ปีที่ 6 เป็นต้นไป เท่ากับ MRR ระยะเวลากู้สูงสุดไม่เกิน 40 ปี ผ่อนชำระเงินงวดเริ่มต้นเพียงเดือนละ 600 บาท
“สินเชื่อดังกล่าวเป็นการเพิ่มโอกาสให้ประชาชนสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น ในวงเงินไม่สูงมาก และมีอัตราดอกเบี้ยต่ำ ซึ่งสามารถช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายได้ในระยะยาว อีกทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์” นายมหัทธนะ กล่าว

