24 พ.ย.2564 - น.ส.ณิชชา บุญลือ สมาชิกพรรคไทยสร้างไทย กล่าวว่า หลังจากสภาพัฒน์เปิดเผยตัวเลขภาวะสังคมไทยไตรมาส 3 ปี มีจำนวนคนตกงาน 8.7 แสนคน เพิ่มขึ้นสูงสุดนับตั้งแต่มีการระบาดของโควิด-19 คิดเป็นอัตราการว่างงานที่ 2.25% โดยกลุ่มที่จบปริญญาตรี ตกงานมากที่สุด รองลงมาเป็น ปวส. ส่วนใหญ่จบในสาขาบริหารธุรกิจ การตลาด ซึ่งมีแนวโน้มที่จะตกงานยาวนาน เนื่องจากเศรษฐกิจยังขยายตัวอย่างจำกัด ทำให้ผู้ประกอบการจำเป็นต้องเลิกจ้างแรงงานเพิ่มขึ้น และชะลอการรับแรงงานใหม่ ขณะเดียวกันประเทศไทยกำลังอยู่ท่ามกลางวิกฤตการระบาดของโคโรน่าไวรัส (COVID-19) ระลอกสาม ที่ยังไม่มีตัวเลขใดๆที่จะให้ความมั่นใจกับประชาชนว่าสถานการณ์จะดีขึ้นในเร็ววันหรือไม่ หากมองภาพของนโยบายฟื้นฟู หรือการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ อาจจะเป็นเรื่องไกลตัว แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับแรงงานไทย รวมถึงการปรับโครงสร้างอย่างรวดเร็วของภาคธุรกิจที่ส่งผลต่อตลาดแรงงานโลก ทำให้ไม่สามารถชะลอการแก้ปัญหานี้ออกไปได้
“สถานการณ์โควิด-19 สร้างผลกระทบรุนแรงต่อตลาดแรงงาน ทำให้มีแรงงานตกงาน เป็นอัตราที่สูงที่สุดในรอบ 11 ปี และยังมีแรงงานที่ต้องหยุดงานชั่วคราวสูงถึง 2.5 ล้านคน ซึ่งเป็นยอดตัวเลขที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยเฉพาะตลาดแรงงานไทยที่มีความอ่อนแอ ตั้งแต่ก่อนวิกฤตโควิด จากทั้งจำนวนผู้มีงานทำ และจำนวนชั่วโมงทำงานเฉลี่ยที่มีแนวโน้มลดลงมาตลอดช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เป็นผลมาจากทั้งอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัว การใช้เทคโนโลยีทดแทนแรงงาน และการออกจากแรงงานตามแนวโน้มการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่า รายได้จากการทำงานของคนไทยในภาพรวมไม่ได้เพิ่มขึ้นมากนัก ซึ่งในปัจจัยหลายๆอย่างได้บ่งบอกว่า ลูกจ้างในระบบที่ตกงานมีการย้ายไปสู่การเป็นแรงงานนอกระบบมากขึ้น เช่น อาชีพอิสระ งานรับจ้าง หรือธุรกิจส่วนตัว ซึ่งอาจมีรายได้น้อยกว่า แต่ได้งานทำอย่างอิสระ” นส.ณิชชา กล่าว
น.ส.ณิชชากล่าวอีกว่า ในสภาวะแบบนี้รัฐบาลต้องรีบเข้ามาแก้ไขปัญหา เพราะเป็นสภาวะที่ไม่ปกติในตลาดแรงงาน ซึ่งจะส่งผลกระทบระยะยาวในระดับโครงสร้างประเทศไทย ดังนั้นการแก้ไขปัญหาดังกล่าว รัฐบาลต้องมีความจริงใจในการแก้ไขปัญหาให้ถูกจุด ไม่ใช่การทำประชานิยมเหมือนที่ผ่านมา ซึ่งจะต้องมีการปรับเพิ่มฝีมือแรงงานให้สอดคล้องกับโลกสมัยใหม่ รวมถึงการแก้กฎระเบียบที่ไม่เอื้อต่อการทำมาหากินของคนตัวเล็ก เพื่อให้ประชาชนคนตัวเล็กสามารถอยู่รอดในสังคมได้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
แรงงานต่างด้าว สิทธิเป็นบอร์ดประกันสังคม ความจริงสองหน้าของพรรคส้ม
ประกันสังคมมีปัญหาจริง ไม่ใช่เรื่องกล่าวหา และไม่ใช่เรื่องที่ต้องถกเถียงให้เสียเวลา ทั้งการบริหารที่ไม่โปร่งใส การลงทุนที่ผู้ประกันตนไม่เค
สว.ชินโชติ ฟาดผู้นำจิตวิญญาณสีส้มไม่ยุติธรรม รณรงค์หาเสียงให้ทีมประกันสังคมก้าวหน้า
สว. ขอความเป็นธรรม หลังถูกวิจารณ์ยับปรับสูตรเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ชี้ยังอยู่ระหว่างรับฟังความเห็น แนะ สปส. ชะลอปรับสูตรเลือกตั้ง
‘ลลิล’รุกตลาดอีอีซีรับท่องเที่ยว-อุตฯบูม
ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ ชี้โซนตะวันออกยังมีทิศทางแข็งแกร่ง จากดีมานด์ที่อยู่อาศัย ล่าสุดเปิด “ลลิล ทาวน์ พัทยา-นาจอมเทียน”รับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและภาคแรงงานอุตสาหกรรม
“สปส.” ห่วงแรงงานพลาดสิทธิคุ้มครอง “กองทุนเงินทดแทน”ภัยที่ทำงาน เตือนนายจ้างป้องสิทธิรักษาพยาบาลลูกจ้างหลังเกิดภัยภายใน 15วัน
นางสาวกาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) กล่าวว่า ในทุกสถานประกอบการอาจซ่อนความเสี่ยงที่ไม่มีใครคาดคิดไว้เสมอและเมื่อเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการช่วยชีวิตและการใช้สิทธิอย่างถูกต้องและทันเวลา
ราชกิจจาฯ ประกาศปรับฐานค่าจ้างคำนวณเงินสมทบประกันสังคม ม.33 เริ่ม 1 ม.ค. 2569
กฎกระทรวงใหม่กำหนดค่าจ้างขั้นต่ำ-ขั้นสูง ใช้เป็นฐานคำนวณเงินสมทบผู้ประกันตนมาตรา 33 โดยปรับเพดานสูงสุดเป็นลำดับ จาก 17,500 บาท เพิ่มเป็น 23,000 บาทในระยะถัดไป มีผลตั้งแต่ต้นปี 2569

