ศปช. ถอดบทเรียนน้ำท่วมเชียงใหม่ - เชียงราย ยกเป็นโมเดลป้องกันน้ำท่วม บอก ไม่ใช่การบริหารผิดพลาด แต่เป็นเหตุไม่เคยเกิดขึ้นหนักขนาดนี้มาก่อน สั่ง ก.เกษตรฯทำแผนฟื้นฟูพืชผลครอบคลุมทั้งปี
8 ต.ค.2567 - เมื่อเวลา 16.35 น. ที่ห้องประชุม 108 สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศปช.) แถลงผลการประชุมว่าที่ประชุมมีการประมวลวิเคราะห์สถานการณ์ร่วมกัน เพื่อแก้ไขให้เกิดความคืบหน้ามากที่สุด โดยมีการประชุมร่วมกับศูนย์บัญชาการส่วนหน้าเชียงราย และเชียงใหม่ ทางออนไลน์ด้วย ซึ่งได้แจ้งประเด็นต่างๆ 5 ข้อสำคัญ คือ
1.ได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบว่าน้ำท่วมอำเภอเมืองเชียงใหม่ครั้งนี้ เกิดขึ้นจากมีฝนตกหนักในวันที่ 3 และ 4 ตุลาคม ในพื้นที่อำเภอเชียงดาว อำเภอแม่ริม ซึ่งฝนตกมากที่สุด ตามสถิติถือว่าหลายร้อยปีจะเกิดขึ้นครั้งหนึ่ง ซึ่งครั้งนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน รวมถึงเหตุอุทกภัยที่ อ.แม่สาย ก็ไม่เคยเกิดดินโคลนถล่มครั้งนี้ถือว่าเหตุการณ์ใหญ่มาก ดังนั้น เหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้จึงเป็นสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ไม่ใช่ความผิดพลาดของหน่วยราชการหรือการบริหารจัดการใดๆทั้งสิ้น ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่เคยอยู่ในวิถีที่ควรจะเกิด แต่เกิดจากสภาวะโลกร้อน และหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้องจึงต้องรับไว้เป็นบทเรียน โดยเราต้องสร้าง 2 โมเดล คือ โมเดลที่เชียงใหม่ และโมเดลที่เชียงราย ซึ่งอยากให้สื่อเข้าใจจุดนี้เพื่อติดตามสถานการณ์ และประเมินร่วมกันไปกับเรา
2.จากเหตุการณ์น้ำล้นตลิ่งเมื่อน้ำมาถึงอำเภอเมืองเชียงใหม่ ชี้ให้เห็นว่าจำเป็นต้องสร้างระบบป้องกันเมืองด้วยเขื่อนขนาดเล็ก โดยขอให้กระทรวงมหาดไทย และจังหวัดเชียงใหม่ไปดูเรื่องนี้
3.น้ำจากอำเภอเชียงดาวมาถึงอำเภอเมืองจังหวัดเชียงใหม่ใช้เวลา 30 ชั่วโมง อำเภอแม่แตง 16 ชั่วโมง และอำเภอแม่ริม 6 ชั่วโมง ซึ่งการเดินทางของน้ำค่อนข้างยาว และเมื่อประมาณระดับน้ำที่แตกต่างกันแสดงให้เห็นว่าลำน้ำปิงตื้นเขินคดเคี้ยวมาก เกิดจากธรรมชาติ และการบุกรุก จึงสั่งให้กรมโยธาธิการ กรมเจ้าท่า และกรมปกครองส่วนท้องถิ่น ศึกษาหาทางแก้ไขเรื่องเส้นทางน้ำเพื่อให้เกิดความสะดวกในการระบายมากขึ้น
4.ฝนที่ตกถึง 5 วันในลุ่มน้ำปิง และพื้นที่ป่าของอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า รวม 14 แห่ง ในฐานะที่เป็นลุ่มน้ำชั้น 1A ชั้น 1B แต่ไม่สามารถซับน้ำได้ดีเหมือนในอดีต และปรากฏว่ามีการทำกินในพื้นที่ซึ่งไม่ถูกต้องถึง 5% จึงอยากให้กรมอุทยานฯ และกระทรวงมหาดไทย ได้ฟื้นฟูป่าต้นน้ำอย่างจริงจัง
และ 5.เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็นกึ่งเชิงวิชาการหลายแขนง เป็นเรื่องที่ต้องเข้าใจภูมิประเทศตลอดจนโครงสร้างสังคมของผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด จึงขอให้นายปลอดประสพ สุรัสวดี ที่ปรึกษาศปช. พิจารณาศึกษาดูว่าจะมีคณะกรรมการอะไรบ้าง ซึ่งจะดูทั้งแผนระยะยาว และเฉพาะหน้า โดยให้เตรียมการให้เสร็จภายใน 3 เดือน เพื่อป้องกันไม่ให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีกหรือหากเกิดขึ้นก็แก้ไขได้อย่างเหมาะสมทำให้ความเสียหายไม่มาก
“จากทั้งหมดที่ประชุมมาพบว่าพื้นที่ต่างๆระดับฟื้นฟูได้ดีขึ้นตามลำดับ ผลกระทบแม่สาย 753 หลังดอกฟื้นฟูได้แล้ว 418 หลังหรือเป็น 56% ที่เหลือเหลืออยู่ก็จะเร่งให้ความมั่นใจว่าภายในวันที้ 31 ต.ค.จะให้กลับคืนสู่สภาพปกติโดยเร็วที่สุด” นายภูมิธรรม กล่าว
นายภูมิธรรม กล่าวอีกว่า การบริหารจัดการน้ำในขณะนี้ยืนยันได้ว่าน้ำไม่ท่วมกรุงเทพฯแน่นอน เหตุการณ์แบบปี 54 จะไม่เกิดขึ้น ตรงนี้เราต้องช่วยกันสร้างความเชื่อมั่น เพราะจากการประเมินฝนค่อยๆหยุดตกแล้ว ปริมาณน้ำในเขื่อนเจ้าพระยา และเขื่อนภูมิพล ก็สามารถรองรับน้ำได้ขณะที่เราจัดความสมดุลในการระบายน้ำเพื่อไม่ให้น้ำขังพื้นที่ส่วนบนของเขื่อนมากเกินไป ขณะเดียวกันก็ปล่อยน้ำให้พอดีเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาน้ำท่วมหรือจังหวัดที่อยู่ใต้เขื่อนมากเกินไปเช่นกัน แต่ก็ต้องยอมรับว่าพื้นที่ริมน้ำ และพื้นที่ลุ่มต่ำในหลายพื้นที่เป็นพื้นที่ที่ท่วมอยู่แล้ว ไม่ใช่เหตุการณ์พิเศษเหมือนปี 54 จึงขอให้ประชาชนมั่นใจว่าภาพน้ำท่วมปี 54 จะไม่เกิดขึ้นแน่นอน และอยากให้โซเชียลฯทั้งหลายกระจายข่าวแบบมีข้อมูลที่เป็นจริงไม่สร้างความหวาดกลัวให้เกิดขึ้นกับประชาชน
นายภูมิธรรม กล่าวว่า ส่วนเรื่องสัตว์ป่า และเรื่องช้างที่เลี้ยงปางที่แม่แตง เราได้จัดการอย่างดีที่สุดเรียบร้อย มีอาหารพระราชทานเพียงพอในการดูแลช้าง สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาเร่งด่วนมีช้างจำนวน 9 เชือกที่มีความเครียดดุร้ายเขาจึงล่ามโซ่ไว้ และสูญเสียไปบ้างเข้าใจว่า 2 เชือก แต่ที่เหลือร้อยกว่าเชือกทั้งหมดอยู่ในที่ปลอดภัย
นอกจากนี้ในที่ประชุมยังมีการเสนอให้มีการฟื้นฟูอาชีพต่างๆผลิตภัณฑ์ต่างๆที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งที่ประชุมไม่ได้มีอำนาจโดยตรง แต่เห็นความสำคัญในเรื่องนี้จึงประสานไปที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยจะเสนอที่จะแก้ปัญหาต่างๆหลังจากนี้เป็นลักษณะการฟื้นฟูพื้นที่การเกษตร ซึ่งกรมบัญชีกลาง สำนักงบประมาณ สำนักปลัดสำนักนายกฯ และกฤษฎีกา ได้ช่วยกันพิจารณาความเหมาะสมของค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้น ขณะนี้ได้มอบให้กระทรวงเกษตรฯเป็นต้นเรื่องในการพิจารณา โดยขอให้มองเป็นสองส่วนคือส่วนที่เป็นแผนตลอดทั้งปี และแผนเฉพาะหน้า
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อุตุฯ เตือนร้อนถึงร้อนจัด ฝนฟ้าคะนอง 33 จังหวัด
กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน และมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่บริเวณภาคเหนือ โดยมีฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรงบางแห่ง
อุตุฯ เตือนอากาศร้อน ฝนฟ้าคะนอง 28 จังหวัด คลื่นสูง 2 เมตร
กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้าว่า ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง บริเวณภาคเหนือ ภาคกลางตอนล่าง และภาคตะวันออก
อุตุฯ เตือนพายุฤดูร้อนถล่ม 46 จังหวัด เลี่ยงอยู่ที่โล่งแจ้ง
กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้าว่า ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ยังคงมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง
อุตุฯ เตือนฝนฟ้าคะนอง 35 จังหวัด 'พายุฤดูร้อน' ถล่ม 11-13 มี.ค
กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้าว่า ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรงเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ เนื่องจากความกดอากาศต่ำ
อุตุฯ เตือน 41 จังหวัด พายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง
กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง และมีลมกระโชกแรงบางแห่ง รวมถึงฟ้าผ่าที่อาจเกิดขึ้นได้บางพื้นที่
อุตุฯ ประกาศฉบับ 3 เตือน 'พายุฤดูร้อน' ถล่มไทยตอนบน
นางสาวสุกันยาณี ยะวิญชาญ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบในช่วงวันที่ 3 – 6 มีนาคม 2569) ฉบับที่ 3 โดยมีใจความว่า

