ปักหมุด...จุดเล่นน้ำสงกรานต์ ส่วนกลาง – ภูมิภาค ในงาน Water Festival 2025 ชวน ปชช. ร่วมกิจกรรมรับความสุขอย่างชุ่มฉ่ำ
09 เม.ย.2568 - นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ขอเชิญชวนคนไทยร่วมกิจกรรมในงาน “Maha Songkran World Water Festival 2025” ณ สถานที่ต่าง ๆ ที่จัดขึ้นเพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้รับความสุขอย่างชุ่มฉ่ำ ได้แก่ 1.11-15 เมษายน 2568 กิจกรรม “มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ” กับสงกรานต์ที่ ถนนราชดำเนิน & ท้องสนามหลวง กรุงเทพฯ 2.13-15 เมษายน 2568 ณ สยามสแควร์ ในงาน “สงกรานต์สยามผ้าขาวม้า สาดสนุก สุดอะเมซิ่ง” เนรมิตสยามสแควร์ให้กลายเป็นสวนน้ำ กับ สงกรานต์สยามผ้าขาวม้า
3.14 เมษายน 2568 ในงาน Amazing Bangkok Songkran Parade 2025 ณ ถนนสีลม มีขบวนพาเหรดสงกรานต์ของชาว LGBTQIA+ ที่ร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐ จัดงานภายใต้แนวคิดสืบสานประเพณีวัฒนธรรมของไทย 4.12-14 เมษายน 2568 ณ สนามราชมังคลากีฬาสถาน กรุงเทพฯ ในงาน S2O Songkran Music Festival เทศกาลดนตรีสงกรานต์ระดับโลกผสมผสานระหว่าง “ดนตรี” และ “น้ำ” 5.10 – 15 เมษายน 2568 ณ One Bangkok ในงาน One Bangkok, One Lagoon Splashing Songkran Rhythms เนรมิตรังสรรค์พื้นที่ใจกลางกรุงให้เป็นโอเอซิส ผสานสายน้ำและศิลปะวัฒนธรรมไทยในรูปแบบร่วมสมัยมีเอกลักษณ์
6.10 – 16 เมษายน 2568 ณ ไอคอนสยาม ในงาน ICONSIAM THAICONIC SONGKRAN CELEBRATION 2025 ภายใต้แนวคิด “สาดสนุกมหาสงกรานต์ สายธารแห่งเสน่ห์ไทย” และ 7.12-14 เมษายน 2568 ณ ลานด้านหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ในงาน Thai Rhythm Songkran Festival 2025
สำหรับไฮไลต์การจัดงาน Water Festival 2025 ในส่วนภูมิภาค เช่น 1.12-15 เมษายน 2568 จ.เชียงใหม่ ณ วัดเจดีย์หลวง: ประเพณีปี๋ใหม่เมือง สรงน้ำพระพุทธรูปสำคัญ ของวัดเจดีย์หลวง จุดประทีปบูชาพระธาตุ พร้อมลิ้มรสอาหารเหนืออร่อยแบบล้านนาแท้ ๆ 2.12-13 เมษายน 2568 จ.ลำพูน ณ ตลาดนัดสงกรานต์ ถนนรถแก้ว: ทำบุญสรงน้ำพระ ชมขบวนแห่ของดีเวียงลำพูน ชอปของดีของชุมชนและลิ้มรสอาหารล้านนา
3.13-15 เมษายน 2568 จ.ขอนแก่น ณ วัดไชยศรี บ้านสาวะถี: ร่วมพิธีสะเดาะเคราะห์แบบอีสานดั้งเดิม พร้อมทำบุญเสริมสิริมงคลด้วยการตักบาตรหน้าสิมและสรงน้ำพระพุทธรูปไม้โบราณ การแสดงหมอลำสาวะถี 4.12-13 เมษายน 2568 จ.อุดรธานี ณ ลานวัฒนธรรมมรดกโลกบ้านเชียง: ร่วมรดน้ำดำหัวขอพรพ่อใหญ่ แม่ใหญ่ ไทยพวนบ้านเชียง เพื่อรับพรจากผู้สูงอายุ ทำบุญตักบาตรสรงน้ำพระ และ 5.12-13 เมษายน 2568 จ.ภูเก็ต ณ สวนเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา มหาราชินี หรือลานมังกร ซอยรมณีย์และวัดไม้ขาว: ชวนสวมใส่ชุดเคบาย่า เดินเล่นรอบเมืองภูเก็ต ถ่ายรูปเช็กอินลงโซเชียล ชวนชิมและเดินเล่นชิล ๆ อุดหนุนของดีของชุมชน โดยในวันที่ 13 เมษายน 2568 เริ่มต้นปีใหม่ด้วยการตักบาตรข้าวสุกและข้าวสารอาหารแห้ง ที่วัดไม้ขาวเพื่อความเป็นสิริมงคล
“รัฐบาลเชิญชวนคนไทยร่วมเป็นส่วนหนึ่งในงานประเพณีสงกรานต์เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของไทยที่มีความหมายมากกว่าการเล่นน้ำ แต่เป็นเทศกาลแห่งความรัก ความกตัญญู และความอบอุ่นของครอบครัว ซึ่งควรค่าแก่การส่งต่อไปสู่สายตาชาวโลก สงกรานต์ไทยคือมรดกทางวัฒนธรรมที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์และสืบทอดให้คนรุ่นหลัง เราต้องการให้สงกรานต์เป็นเทศกาลที่ทุกคนต้องมาเยือน อย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิต” นายอนุกูล กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รัฐบาลแนะให้ผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยของขวัญวาเลนไทน์
รัฐบาลแนะทางเลือกของขวัญช่วงเทศกาลแห่งความรัก 14 ก.พ. ด้วยผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยคุณภาพ ภายใต้แนวคิด 'ให้รัก ดูแลใจ ใส่ใจสุขภาพ' ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ ควบคู่การสนับสนุนภูมิปัญญาไทย
ข่าวดี! สิงคโปร์แอร์ไลน์รับสมัครสาวไทย 100 อัตรา
โอกาสมาถึงแล้ว เปิดรับสมัครหญิงไทย ทำงานพนักงานต้อนรับสายการบิน Singapore Airlines Limited จำนวน 100 อัตรา เงินเดือน 3.8 หมื่น เริ่มสมัคร 16 ก.พ.
'ปลานิลสายน้ำไหลเบตง' ขึ้นชั้นสินค้า GI ลำดับที่ 6 ของยะลา
รัฐบาล เผยขึ้นทะเบียน 'ปลานิลสายน้ำไหลเบตง' สินค้า GI ลำดับที่ 6 ของจังหวัดยะลา เนื้อแน่น รสชาติหวาน ปราศจากกลิ่นโคลน คาดสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้จังหวัดปีละ 19 ล้านบาท
11-12 ก.พ.'กทม.–ปริมณฑล–ภาคตะวันออก' เตรียมรับมือฝุ่น PM2.5
ศกพ.แจ้งเตือน กทม.–ปริมณฑล–ภาคตะวันออก ฝุ่น PM2.5 มีแนวโน้มสูงขึ้น 11–12 ก.พ. 2569 จากอิทธิพลลมตะวันออกและหมอกควันข้ามแดน
รัฐบาลแนะคนหางานใช้แอป 'คนทำงานอิสระ' หาตำแหน่งว่าง!
รัฐบาลแนะคนหางาน ใช้บริการเว็บไซต์ 'คนทำงานอิสระ.doe.go.th' หรือแอปพลิเคชัน 'คนทำงานอิสระ' ศูนย์รวมงานและบริการอาชีพอิสระ ค้นหาตำแหน่งงานว่างทั่วประเทศ
ขึ้นทะเบียน 'กุ้งมังกร 7 สีภูเก็ต' สินค้า GI
'อัยรินทร์' เผยขึ้นทะเบียน 'กุ้งมังกร 7 สีภูเก็ต' สินค้า GI ลำดับ 4 ของจังหวัด ยกระดับสินค้าประมงพื้นบ้านสู่สินค้าพรีเมียม ราคากิโลกรัมละ 3,000 บาท คาดสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกว่า 65 ล้านบาทต่อปี

