รัฐบาลสั่งดูแลประชาชนเดินทางกลับ ตรวจเข้มความปลอดภัยทุกเที่ยว เสริมจุดต่อเชื่อมขนส่งสาธารณะ อำนวยความสะดวกครบวงจร
16 เม.ย.2568 - นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเน้นย้ำมาตรการดูแลความปลอดภัยและการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนตลอดช่วงการเดินทางในวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ 2568 โดยกำชับให้บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เตรียมความพร้อมรองรับการเดินทางของประชาชนที่จะทยอยเดินทางกลับเข้ากรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ จากข้อมูลการเดินรถพบว่า มีผู้โดยสารเดินทางออกจากกรุงเทพฯ เที่ยวไป จำนวน 33,170 คน เที่ยวกลับ จำนวน 56,362 คน รวมทั้งสิ้น จำนวน 89,532 คน ใช้รถโดยสาร (รถ บขส. และรถร่วมฯ) เที่ยวไป จำนวน 2,789 เที่ยว เที่ยวกลับ จำนวน 3,107 เที่ยว รวมทั้งสิ้น จำนวน 5,896 เที่ยว
นายอนุกูล กล่าวว่า ในช่วงวันเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 15 –17 เมษายน 2568 คาดการณ์ว่าจะมีผู้โดยสารเดินทางเฉลี่ยวันละ 100,000 คน ใช้รถโดยสาร (รถ บขส. และรถร่วมฯ) ประมาณวันละ 4,800 เที่ยว โดย บขส. ได้กำชับให้นายสถานีเดินรถทั่วประเทศ เตรียมพร้อมอำนวยความสะดวกรองรับการเดินทางในเที่ยวกลับเข้ากรุงเทพฯ จัดรถโดยสารและพนักงานขับรถให้เพียงพอพร้อมบริการประชาชน พร้อมเน้นย้ำ พนักงานขับรถของ บขส. และรถร่วมฯ ต้องมีความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ เพื่อให้บริการผู้โดยสารเดินทางถึงจุดหมายปลายทางอย่างปลอดภัย
ในส่วนของการเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ รถโดยสารของ บขส. ทุกคันจะจอดส่งผู้โดยสารที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ประตู 3 เพื่อความสะดวกในการเชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะ ทั้งรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สายสีแดง รถเมล์ และแท็กซี่ ขณะเดียวกัน ได้ร่วมกับ ขสมก. จัดรถเมล์ให้บริการภายในสถานีขนส่งฯ หมอชิต 2 รวม 15 เส้นทาง และจัดรถ Shuttle Bus เชื่อมต่อระหว่างหมอชิต 2 กับ BTS หมอชิต และ MRT สวนจตุจักร ให้บริการตั้งแต่ 04.00 – 22.00 น. ขอความร่วมมือผู้ประกอบการแท็กซี่เข้าจอดรับผู้โดยสารในจุดที่กำหนด เพื่อความสะดวก ปลอดภัย และเป็นระเบียบเรียบร้อย
“รัฐบาลกำชับให้ทุกหน่วยงานด้านคมนาคมและขนส่งสาธารณะ พร้อมบริการประชาชน โดยยึดความปลอดภัยและความสะดวกเป็นสำคัญ เพื่อให้ประชาชนมั่นใจในการมาใช้บริการ ทั้งนี้ บขส. ได้บูรณาการความร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ตรวจความพร้อมของรถโดยสารและพนักงานขับรถทุกเที่ยว ทั้งผ่านการ Checklist และจุดตรวจ (Checking Point) โดยเฉพาะอุปกรณ์ความปลอดภัย เช่น ค้อนทุบกระจก ถังดับเพลิง ประตูฉุกเฉิน พร้อมตรวจสารเสพติดและวัดระดับแอลกอฮอล์ ซึ่งต้องมีค่าเป็นศูนย์ และกำหนดให้รถโดยสารใช้ความเร็วไม่เกิน 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทั้งนี้ ต้องจัดพนักงานขับรถ 2 คน สำหรับเส้นทางที่ใช้เวลาเดินทางเกิน 4 ชั่วโมง พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่ออำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยแก่ผู้โดยสารที่เดินทางกลับจากภูมิลำเนาให้ถึงจุดหมายโดยสวัสดิภาพ” นายอนุกูล กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รัฐบาลแนะให้ผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยของขวัญวาเลนไทน์
รัฐบาลแนะทางเลือกของขวัญช่วงเทศกาลแห่งความรัก 14 ก.พ. ด้วยผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยคุณภาพ ภายใต้แนวคิด 'ให้รัก ดูแลใจ ใส่ใจสุขภาพ' ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ ควบคู่การสนับสนุนภูมิปัญญาไทย
ข่าวดี! สิงคโปร์แอร์ไลน์รับสมัครสาวไทย 100 อัตรา
โอกาสมาถึงแล้ว เปิดรับสมัครหญิงไทย ทำงานพนักงานต้อนรับสายการบิน Singapore Airlines Limited จำนวน 100 อัตรา เงินเดือน 3.8 หมื่น เริ่มสมัคร 16 ก.พ.
'ปลานิลสายน้ำไหลเบตง' ขึ้นชั้นสินค้า GI ลำดับที่ 6 ของยะลา
รัฐบาล เผยขึ้นทะเบียน 'ปลานิลสายน้ำไหลเบตง' สินค้า GI ลำดับที่ 6 ของจังหวัดยะลา เนื้อแน่น รสชาติหวาน ปราศจากกลิ่นโคลน คาดสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้จังหวัดปีละ 19 ล้านบาท
11-12 ก.พ.'กทม.–ปริมณฑล–ภาคตะวันออก' เตรียมรับมือฝุ่น PM2.5
ศกพ.แจ้งเตือน กทม.–ปริมณฑล–ภาคตะวันออก ฝุ่น PM2.5 มีแนวโน้มสูงขึ้น 11–12 ก.พ. 2569 จากอิทธิพลลมตะวันออกและหมอกควันข้ามแดน
รัฐบาลแนะคนหางานใช้แอป 'คนทำงานอิสระ' หาตำแหน่งว่าง!
รัฐบาลแนะคนหางาน ใช้บริการเว็บไซต์ 'คนทำงานอิสระ.doe.go.th' หรือแอปพลิเคชัน 'คนทำงานอิสระ' ศูนย์รวมงานและบริการอาชีพอิสระ ค้นหาตำแหน่งงานว่างทั่วประเทศ
ขึ้นทะเบียน 'กุ้งมังกร 7 สีภูเก็ต' สินค้า GI
'อัยรินทร์' เผยขึ้นทะเบียน 'กุ้งมังกร 7 สีภูเก็ต' สินค้า GI ลำดับ 4 ของจังหวัด ยกระดับสินค้าประมงพื้นบ้านสู่สินค้าพรีเมียม ราคากิโลกรัมละ 3,000 บาท คาดสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกว่า 65 ล้านบาทต่อปี

