“กมธ.ติดตามงบฯ สว.” ถกเกณฑ์เยียวยา-ชดเชย แผ่นดินไหว แนะ ปชช.ไม่พอใจ ยื่นอุทธรณ์ได้ หลังพบจ่ายเยียวยา 70-300 บาท แปลกใจ “ปธ.กมธ.” แจงแทนหน่วยงานที่เชิญมา เหตุรู้ระเบียบ แถมการันตีให้ กทม. ไม่ทำอะไรพลการ-ยึดตามระเบียบทั้งหมด
21 เมษายน 2568 - เมื่อเวลา 09.00 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ติดตามการบริหารงบประมาณ สมาชิกวุฒิสภา โดยมีนายอลงกต วรกี สว.ประธานกมธ.ฯ เป็นประธานการประชุม โดยได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งจากกระทรวงมหาดไทย , กระทรวงแรงงาน, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกรุงเทพฯ เข้าชี้แจง ประเด็นการพิจารณาความคืบหน้าในการดำเนินการช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับบาดเจ็บ เสียชีวิต และการเยียวยาอาคารบ้านเรือน ที่ได้รับเสียหายจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว ทั้งในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ และจังหวัดอื่น ๆ เมื่อวันที่ 28 มี.ค.ที่ผ่านมาโดยที่ประชุมได้เชิญรัฐมนตรีแต่ละกระทรวง รวมไปถึงผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเข้ามาให้ข้อมูล แต่ไม่มีรัฐมนตรีคนใดมาชี้แจง มีเพียงเจ้าหน้าที่มาให้ข้อมูลแทน
นายสหรัฐ วงศ์สกุลวิวัฒน์ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) ชี้แจงว่า ขณะนี้มีผู้ได้รับความประสงค์เข้าขอเงินช่วยเหลือ จากอาคาร หรือทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหาย เพื่อขอเงินซ่อมแซมอาคารบ้านพักอาศัย จากแอปพลิเคชัน Traffy Fobdue (ทราฟฟี ฟองดู) ประมาณ 20,000 คนเศษ โดยกรุงเทพฯจะเป็นผู้สำรวจความเสียหาย ก่อนทำเรื่องเบิกจ่ายมาที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย หรือ ปภ.ที่ได้รับงบประมาณมา 200 ล้านบาท โดยให้เวลายื่นคำร้องและสำรวจภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่เกิดเหตุ ถึงวันที่ 27 เมษายน 2568 และต้องดำเนินการตามกระบวนการของการทำประชาคม หรือ ก.ช.ภ.อ. และ ก.ช.ภ.จ. ก่อนส่งเรื่องให้ ปภ. เพื่อจัดสรรเงินช่วยเหลือเยียวยา ให้แล้วเสร็จภายใน 60 วันคือ 27 มิถุนายน 2568 โดยยังไม่มีมีการเร่งรัดชัดเจน แต่มีความต้องการให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน คือวันที่ 27 เมษายน 2568
ขณะที่นายศุภกฤต บุญขันธ์ รองปลัดกรุงเทพฯ ชี้แจงว่า ขณะนี้มีผู้ยื่นคำร้องจำนวน 32,279 คน (ข้อมูล ณ 19 เมษายน 2568) หากกำหนดกรอบ 30 วันไม่น่าจะทัน เพราะขณะนี้มีการตรวจสอบอาคาร และรับรองแล้ว ประมาณ 878 ราย (ข้อมูล ณ 19 เมษายน 2568) ซึ่งการตรวจสอบไม่ได้มีความง่าย และต้องใช้เวลาในการนัดหมาย เมื่อรับรองแล้วก็จะส่งให้ ปภ. เพื่อให้การอนุมัติจ่ายไปเรื่อย ๆ ซึ่งคาดว่า จะจัดส่งเอกสารให้ ปภ. รอบแรกในวันที่ 28 เมษายนนี้ จะไม่รอจ่ายครั้งเดียวทั้งหมด โดยจะโอนเงินให้แก่ กทม. ก่อนโอนให้ประชาชนผ่านบัญชี ที่ได้ให้ประชาชนแจ้งความจำนงค์ผ่านแบบฟอร์มว่า ให้โอนผ่านบัญชีเพื่อความโปร่งใส นอกจากนี้ได้ทำหนังสือแจ้งไปยังกระทรวงมหาดไทยให้ส่งบุคลากรสนับสนุนการทำงานของกรุงเทพฯ โดยเฉพาะวิศวกรโยธา จึงต้องขอความร่วมมือจากกรมโยธาธิการและผังเมือง และสภาวิศวกร
ด้านนายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ รองปลัดกระทรวงแรงงาน ชี้แจงว่า ทั่วประเทศมีสถานประกอบการได้รับผลกระทบกว่า 23 จังหวัด โดยมีสถานประกอบการประมาณ 198 แห่ง ส่วนกรณีมีผู้เสียชีวิตที่พื้นที่เกิดเหตุอาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินแห่งใหม่ ข้อมูลล่าสุดคือ 47 ราย ยืนยันอัตลักษณ์บุคคลแล้ว 34 ราย (คนไทย 23 ราย แรงงานต่างชาติ 11 ราย) และกำลังตรวจสอบอัตลักษณ์จำนวน 13 ราย ส่วนผู้บาดเจ็บ 8 ราย ออกจากโรงพยาบาลแล้ว 7 ราย และอยู่ระหว่างการรักษา 1 ราย
นายสมาสภ์ กล่าวต่อว่า มีผู้เสียชีวิตได้จ่ายเงินจากประกันสังคมไปแล้ว 9 ราย โดยแบ่งเป็นการจ่ายเงินค่าจัดการศพรายละ 50,000 บาท เงินทุนสำรองเลี้ยงชีพร้อยละ 70 ของค่าจ้าง สูงสุดไม่เกินเดือนละ 14,000 บาท ในระยะเวลา 10 ปีให้แก่ทายาท และเงินทุนเลี้ยงชีพ บำเหน็จชราภาพกองทุนประกันสังคมตามจำนวนการจ่ายเงินสมทบของผู้ประกันตนโดยพิจารณาจากผู้เสียชีวิตจำนวน 54 ราย ขณะที่ผู้ได้รับบาดเจ็บมีจำนวน 11 ราย กระทรวงแรงงานจะชดเชยค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดและค่าชดเชยการหยุดงาน หากทุพพลภาพ จะได้รับการชดใช้ตามระเบียบกฎหมายที่กำหนดไว้ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าผู้บาดเจ็บรายใดทุพพลภาพ
ทั้งนี้ที่ประชุมกมธ.ฯพยายามสอบถามถึงหลักเกณฑ์การจ่ายเงินชดเชยค่าเสียหายให้กับอาคารบ้านพัก หลังมีข่าวว่าบางรายได้ 70 - 300 บาท ซึ่งไม่เพียงพอต่อค่าเอกสารที่ต้องปริ้นท์เป็นภาพสี ไปยื่นเรื่องด้วยซ้ำ แต่นายอลงกต ที่ทำหน้าที่ประธาน ไม่ยอมให้หน่วยงานชี้แจง แต่กลับชี้แจงด้วยตนเองว่า การจ่ายเงิน จะยึดตามหลักเกณฑ์การใช้จ่ายเงินทดลองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินพ.ศ. 2563 (กระทรวงการคลัง) ข้อ 5.1 ด้านการดำรงชีพ 5.1.5 ค่าวัสดุซ่อมแซมที่อยู่อาศัยประจำ ซึ่งผู้ประสบภัยเป็นเจ้าของได้รับความเสียหายเท่าที่จ่ายจริงหลังละไม่เกิน 49,500 บาท
หากการชดเชยเยียวยาทุกกรณีผู้ยื่นคำร้องขอชดเชยไม่พอใจ และไม่ยอมรับการชดเชยที่กำหนดไว้ ผู้ยื่นคำร้องสามารถดำเนินการอุทธรณ์ และหากไม่พอใจกับอุทธรณ์ สามารถร้องตามกระบวนการการปกครอง ทั้งนี้การชดเชยทุกกรณีเป็นไปตามระเบียบของกระทรวงการคลัง และกระทรวงพาณิชย์ที่กำหนดไว้ พร้อมยืนยันอีกว่า กทม. ไม่ได้ทำอะไรโดยพลการ แต่ทำตามระเบียบ
อย่างไรก็ตามในการประชุม ประธานกมธ.ฯ ได้ถามเองตอบเองอยู่ตลอด โดยไม่เปิดโอกาสให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจงอย่างเต็มที่ ทั้งที่เชิญมาชี้แจง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ประกันสังคมรุดเยียวยาทายาทลูกจ้างประสบเหตุตกกระเช้ารถเครนเสียชีวิต จังหวัดตรัง
เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาประมาณ 10.30 น. เกิดอุบัติเหตุลูกจ้างเสียชีวิตจำนวน 2 ราย จากการพลัดตกจากกระเช้ารถเครนขณะปฏิบัติงาน ภายในบริเวณโรงยิมเนเซียม สนามกีฬา ทุ่งแจ้ง ตำบลทับเที่ยง อำเภอเมือง จังหวัดตรัง นางสาวกาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมมอบหมายให้ นางสาวสุมณฑา พลคง ประกันสังคมจังหวัดตรัง เร่งดำเนินการตรวจสอบสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายให้แก่ทายาทผู้เสียชีวิตโดยทันที
'พท.-ชินวัตร' ช็อก! เชียงใหม่บ้านเกิดทักษิณสูญพันธุ์ อดีตแกนนำร่วงระนาว
'เพื่อไทย-ชินวัตร' ช็อก! เชียงใหม่บ้านเกิดทักษิณสูญพันธุ์ ตามรอยกรุงเทพฯ 'ธรรมนัส' แน่มาก มาเงียบๆ เจาะไป 4 เก้าอี้ เปิดชื่อแกนนำ อดีต สส.หลายสมัยร่วง 'ชลน่าน-สรวงศ์-ธีรรัตน์-ฉลาด-ครูมานิตย์'
นิด้าโพล 'น้ำเงิน' ชนะ 'ส้ม' สส.มาอันดับหนึ่ง เข้าวินระบบเขต แต่แพ้ปาร์ตี้ลิสต์
นิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ คาดการณ์ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) 2569 ‘น้ำเงิน’ ชนะ’ส้ม’ สส.เขต แต่แพ้ปาร์ตี้ลิสต์ ส่วน 'กทม.’ พรรคประชาชนกวาดหมด 33เก้าอี้ ‘ประชามติ’ ฟันเปรี้ยงเห็นชอบลอยลำ
‘อภิสิทธิ์-กรณ์-การดี‘ นำทัพสีฟ้าขึ้นรถแห่หาเสียง 33 เขต ทั่วกรุงเทพฯ
พรรคประชาธิปัตย์ระดมแกนนำและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีขึ้นคาราวานรถแห่กระจายทั่วกรุงเทพมหานคร 33 เขต รณรงค์เชิญชวนประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งและลงประช
โค้งสุดท้ายดุเดือด! ‘ภท.-ปชป.-พท.-ปชน.’ปราศรัยใหญ่ทิ้งทวนชิงพื้นที่กทม.
โค้งสุดท้ายหาเสียงเลือกตั้งสุดคึก! 4 พรรคใหญ่เปิดเวทีปราศรัยเมืองกรุง "ภท." ชูได้มืออาชีพพลิกโฉม ศก. ลั่นไม่ทำประชานิยมก่อหนี้ "อนุทิน" ถามจะเอารัฐบาลที่เขมรกลัวหรือกลัวเขมร
'ยศชนัน' นำทีมเพื่อไทย ลุยฝั่งธน หาเสียงโค้งสุดท้าย
‘ยศชนัน’ นำทัพเพื่อไทยลุยฝั่งธนฯ โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง ปลุกพลังคนกรุงก่อนปราศรัยใหญ่สนามเทพหัสดิน ชูแก้หนี้ทั้งระบบ ดันรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ย้ำ 8 ก.พ. ‘คนไทยต้องไม่จน’

