สส.ปชน. เรียกร้องรัฐบาลเยียวยาน้ำท่วมภาคกลางให้มีมาตรฐานเดียวกับภาคใต้

"เต้ ทวิวงศ์​" จี้รัฐบาลอย่า 2 มาตรฐาน ช่วยน้ำท่วมใต้แล้ว หันมาช่วยน้ำท่วมภาคกลางด้วย บอก "ภราดร" ลองกลับมาถามคนอ่างทอง หากรอการเยียวยาเป็นลำดับถัดไปไหวหรือไม่ เหตุอยุธยาจมน้ำมา 4-5 เดือนแล้ว คนเสียชีวิตไปกว่า 20 ราย ชี้ ชาวบ้านต้องทำมาหากิน ควรมีมาตรการชดเชย-ช่วยเหลือเต็มรูปแบบเหมือนกัน

4 ธันวาคม 2568 - นายทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ สส.พระนครศรีอยุธยา กล่าวสืบเนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมใต้กำลังเริ่มเข้าสู่เฟสฟื้นฟูในหลายพื้นที่แล้ว แต่สำหรับพื้นที่ภาคกลางและพระนครศรีอยุธยา ชาวบ้านจำนวนมากยังใช้ชีวิตจมน้ำต่อไป ว่า อย่าทำให้คนอยุธยา ต้องรู้สึกว่าเราไม่เดือดร้อนเลยตลอดช่วง 4-5 เดือน ที่ผ่านมา

นายทวิวงศ์ ตั้งคำถามว่า เราไม่ได้ขาดรายได้ หางานยาก ทำมาหากินลำบาก ในช่วงน้ำท่วมอยุธยา กว่า 4-5 เดือนหรือ เราไม่ต้องฟื้นฟูชุมชน ทำความสะอาดชุมชน ซ่อมแซมบ้าน โรงเรียน อนามัย บ้างเลยหรือ พร้อมกล่าวถึงมาตรการเยียวยาที่รวดเร็วและเต็มรูปแบบสำหรับพี่น้องชาวใต้ โดยเฉพาะการอนุมัติงบฟื้นฟูเมืองหาดใหญ่ 530 ล้านบาท และเงินค่าปลงศพ 2 ล้านบาท ในพื้นที่สงขลา คนอยุธยาเห็นด้วยและเข้าใจความเสียหายที่สาหัส แต่คนอยุธยาและคนภาคกลางที่ถูกน้ำท่วม ก็ได้รับผลกระทบที่ต้องการมาตรการชดเชยและช่วยเหลือจากรัฐบาลที่เป็นธรรม และเต็มรูปแบบเช่นเดียวกัน

นายทวิวงศ์ เห็นว่า สิ่งที่ตอกย้ำความล้มเหลวของรัฐบาลในการบริหารจัดการน้ำคือ น้ำท่วมอยุธยา รู้อยู่แล้วว่าน้ำท่วมแน่ แต่ก็บังคับให้เจอน้ำท่วมทุกปี ไม่เคยมีวิธีแก้ปัญหาที่ยั่งยืน รู้อยู่แล้วว่า คนอยุธยาจะเดือดร้อน แต่มาตรการที่ผ่านมายังมีเพียง เงินชดเชยแบบเหมาจ่าย รอน้ำลดก่อนค่อยจ่าย แถมค่าชดเชยซ่อมแซมบ้านที่เสียหาย ยังไม่รู้ว่าจะได้รับจากรัฐบาลหรือไม่

นายทวิวงศ์ กล่าวว่า 4-5 เดือนที่ผ่านมา เราก็เสียหายหลายอย่างเช่นกัน บ้านจมบาดาล วัดเสียหาย โรงเรียนหยุดเรียน อาคารเรียนชำรุด หนี้สินและดอกเบี้ยยังท่วมหัวตลอด อนามัยชุมชนไม่สามารถใช้งานได้ คนอยุธยาก็เจ็บช้ำ แต่ทำไมจึงมีการสร้างมาตรฐานความเดือดร้อน 2 แบบ

นายทวิวงศ์ ขอเรียกร้องและขอเสนอให้รัฐบาลยกระดับการช่วยเหลืออยุธยา และจังหวัดที่ประสบภัยน้ำท่วมอื่น ๆ ให้เท่าเทียมและเป็นธรรม และมาตรการเหล่านี้ ต้องถูกนำมาใช้กับพี่น้องที่อยุธยา ทันที ดังนี้ 1.มาตรการช่วยเหลือหนี้สิน พักต้นและดอก รวมถึงสินเชื่อเพื่อฟื้นฟู อย่าปล่อยให้ประชาชนที่กำลังเผชิญวิกฤต ต้องจมน้ำและจมดิ่งกับปัญหาหนี้สินซ้ำซ้อน

ทั้ง 3 มาตรการที่ออกมาฟื้นฟู้น้ำท่วมภาคใต้ ทั้งหมด ต้องใช้กับภาคกลางด้วย ดังนี้ โครงการพักเงินต้น-ดอกเบี้ย ให้กับผู้ประสบภัยภาคใต้ วงเงินไม่เกิน 1 ล้านบาท พักต้นพักดอกไม่เกิน 1 ปี, โครงการสินเชื่อเพื่อเยียวยาผู้ประสบภัย ให้สามารถกู้เงินได้ 100,000 บาท ปลอดดอกเบี้ย 1 ปี ระยะสัญญา 3 ปี เพื่อเยียวยาและฟื้นฟูอาชีพ และสินเชื่อเพื่อการซ่อมแซมที่อยู่อาศัย กู้ได้ 100,000 บาท ปลอดดอกเบี้ย 1 ปี อายุสัญญา 3 ปี

2.งบฟื้นฟูชุมชนและโครงสร้างพื้นฐาน อัดฉีดมาให้อยุธยา ได้ฟื้นฟูชุมชนด้วยเงินรัฐ ไม่ใช่ปล่อยให้ประชาชนรับภาระกันเอง เพราะสงขลาได้งบประมาณกว่า 530 ล้านบาท อยุธยาท่วมแทบทุกปี ต้องการการฟื้นฟูครั้งใหญ่เช่นกัน

นายทวิวงศ์ มีข้อเสนอดังนี้ ฟื้นฟูและเสริมความแข็งแรงของอาคารสาธารณะ จัดสรรงบประมาณเฉพาะเพื่อซ่อมแซมและ ปรับปรุงวัด โรงเรียน และโรงพยาบาลชุมชน (อนามัย) ในอยุธยาและพื้นที่ท่วมซ้ำซาก เปลี่ยนมาใช้วัสดุทนน้ำและยกระดับพื้นที่ใช้งานสำคัญ เช่น ห้องเก็บอุปกรณ์การแพทย์/การเรียน, ระบบไฟฟ้า ให้สูงกว่าระดับน้ำท่วมสูงสุดที่เคยเกิดขึ้น

ซ่อมแซมและปรับปรุงที่อยู่อาศัย จัดสรรเงินทุนดอกเบี้ย 0% (ตามมาตรการภาคใต้) ให้เพียงพอต่อการ ยกพื้นบ้าน หรือ ต่อเติมบ้านให้สามารถอยู่รอดได้ในช่วงน้ำท่วมซ้ำซาก ไม่ใช่แค่ซ่อมแซมแบบเดิม ๆ ที่รอวันพังอีก

สนับสนุนอุปกรณ์ทำความสะอาดชุมชน/บ้านเรือน เพื่อล้างตะกอนโคลนที่สะสมหลายเดือน ให้แก่อาคารสาธารณะและบ้านเรือน เช่น เครื่องฉีดน้ำ แปรงขัด ไม้กวาดยางรีดน้ำ สีทาบ้าน น้ำยาทำความสะอาด เป็นต้น

การจัดการน้ำอย่างยั่งยืน อนุมัติงบประมาณเพื่อ ขุดลอกคลองและทางระบายน้ำ ในเขตชุมชน และ ปรับปรุงคันกั้นน้ำ ที่ทรุดโทรม เพื่อให้เมืองประวัติศาสตร์แห่งนี้สามารถอยู่ร่วมกับน้ำได้อย่างปลอดภัย

3.เยียวยาความสูญเสียชีวิตอย่างเสมอภาค เงินค่าปลงศพ 2,000,000 บาท ต้องมอบให้แก่ญาติผู้เสียชีวิตจากภัยพิบัติในอยุธยาทุกรายด้วย! โดยหากมีเจ้าหน้าที่รัฐพิสูจน์แล้วว่าเกิดเสียชีวิตจากเหตุเพราะน้ำท่วมบ้าน หรือ น้ำท่วมและไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือได้ทัน มีคนอยุธยาที่เสียชีวิตจากเหตุน้ำท่วมกว่า 20 ศพ ในปี 2568 นี้ ก็ควรได้รับการตรวจสอบและมอบการเยียวยาให้แก่ครอบครัวเช่นเดียวกัน อย่ามาแบ่งแยกกันแบบนี้เลย ทุกชีวิตมีคุณค่าเท่ากัน

"ท่านภราดร ท่านลองกลับมาถามคนอ่างทองที่น้ำท่วมกว่า 3-4 เดือน ว่า เขาจะรอการเยียวยาแบบเต็มรูปแบบของรัฐบาลเป็นลำดับถัดไปไหวหรือไม่ คนอยุธยา เพื่อนบ้านของท่าน ก็คงมีคำตอบเดียวกับคนอ่างทองเช่นกัน รัฐบาลต้องหยุดอ้างระเบียบ แล้วทำให้เห็นว่าคนทุกคน คือ คนเหมือนกัน" นายทวิวงศ์ กล่าว

นายทวิวงศ์ กล่าวอีกว่า อย่าให้ชีวิตคนอยุธยาและชีวิตผู้ประสบภัยน้ำท่วม ต้องมาสังเวยกับความล้มเหลวของรัฐบาล ที่แม้แต่การเยียวยา ยังทำได้เพียงแค่ ขายผ้าเอาหน้ารอดไปวันๆ อยุธยาต้องการงบฟื้นฟูที่ยั่งยืน เพื่อให้เราสามารถยืนหยัดและฟื้นตัวได้เหมือนกับพื้นที่อื่นๆเช่นกัน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ชมรมแพทย์ชนบท' วิเคราะห์ 6 ข้อ อ.ก.พ.สธ.มีมติ 4:3 ปลด 'หมอสุภัทร' เชื่อไม่จบแค่รมว.สธ.

เพจ ชมรมแพทย์ชนบท โพสต์ข้อความ เรื่อง ใครคือไอ้โม่งสั่งปลด หมอสุภัทร???? มีเนื้่อหาดังนี้ ​กรณีคณะอนุกรรมการสามัญประจำกระทรวงสาธารณสุข (อ.ก.พ.สธ.) มีมติ 4 ต่อ 3 ปลดนายแพทย์สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ

'อนุทิน' ลุยอยุธยาเจอ 'ธนาธร' บอกให้ไปหาเสียงคนละทาง!

'อนุทิน'ลุยเมืองเก่า หาเสียงตลาดเจ้าพรหม แม่ค้าตะโกน บอกเลือกอยู่แล้ว​ ตั้งแต่ประกาศไม่เอากาสิโน​ เจอ 'ธนาธร' กลางตลาด​ บอกพี่ไปทางนั้นผมไปทางนี้​ เสียงจะได้ไม่ตีกัน​

'ปชน.' ป้อง 'หมอสุภัทร' ถูกปลดออกจากราชการไม่เป็นธรรมเจตนากลั่นแกล้ง ลั่นต้องต่อสู้ถึงที่สุด

เพจ พรรคประชาชน - People's Party เผยแพร่แถลงการณ์พรรคประชาชน กรณีการปลดนายแพทย์สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ออกจากราชการ มีใจความว่า .

การเมืองแบบตั้งใจดิสเครดิต 'ไอซ์ รักชนก' และสูตรหาเสียงของพรรคส้ม

กรณีการโพสต์พาดพิงการใช้เงินผู้ประกันตนของ พรรคประชาชน หรือที่สังคมเรียกกันติดปากว่า พรรคส้ม ผ่านบทบาทของ รักชนก ศรีนอก และการโยงชื่อไปถึง พิพัฒน์ รัชกิจประการ ไม่ควรถูกอธิบายด้วยคำว่าเผลอหรือพลาด

รทสช. ร้อง กกต. ฟันผู้สมัครพรรคส้ม แจกของหาเสียงวันเด็ก ผิดกฎหมายเลือกตั้ง

นายอัฎฐพล สิทธิชัยอารีกิจ ผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.กทม. เขต 16 พรรครวมไทยสร้างชาติ เดินทางมาร้องทุกข์กล่าวโทษ น.ส.พิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์ ผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.กทม. พรรคประชาชน ต่อ ว่าที่ ร.ต.สัมพันธ์ แสงคำเลิศ

กกต. ย้ำต้องดูรายละเอียด กรณี 'หมอสุภัทร' โดนปลดออก หากทุจริตเข้าข่ายขาดคุณสมบัติ

ว่าที่ร้อยตรีภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้สมัคร สส.เขต 2 สงขลา พรรคประชาชน ถูกคณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน (อ.ก.พ.) กระทรวงสาธารณสุข