กรมอุตุฯ แจงข่าวไทยใกล้ศูนย์กลางแผ่นดินไหว เป็นเฟกนิวส์ ยันอยู่ห่าง 3,000 กม. ไม่กระทบไทย

1 มกราคม 2569 - กรมอุตุนิยมวิทยาชี้แจงกรณีการเผยแพร่ข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์ที่ระบุว่า "แผ่นดินไหว 1 ม.ค. 69 ไทยใกล้ศูนย์กลาง สถานการณ์โลกเขย่าแรง" ว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่ตรงกับข้อเท็จจริง

จากการตรวจสอบโดยกองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2569 เวลา 10.05 น. ได้เกิดแผ่นดินไหวบริเวณ ทะเลบันดา ประเทศอินโดนีเซีย ขนาด 5.5 ความลึกประมาณ 158 กิโลเมตร จัดเป็นแผ่นดินไหวขนาดปานกลาง โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่ลึกและอยู่ห่างจากประเทศไทยประมาณ 3,000 กิโลเมตร ไม่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย และไม่อยู่ในเกณฑ์เฝ้าระวังสึนามิ

ทั้งนี้ โดยลักษณะทางธรณีวิทยา พื้นที่ที่เป็นแนวปะทะของแผ่นธรณีภาค เช่น บริเวณอินโดนีเซีย มักเกิดแผ่นดินไหวขนาดปานกลางได้บ่อย ขณะที่รอยเลื่อนในประเทศไทยเป็นรอยเลื่อนแขนงซึ่งอยู่ห่างจากแนวชนของแผ่นธรณีภาค ทำให้การสะสมพลังงานเพื่อก่อให้เกิดแผ่นดินไหวขนาดปานกลางทำได้ยากและต้องใช้ระยะเวลานาน อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันเทคโนโลยีการตรวจวัดมีความก้าวหน้ามากขึ้น จึงสามารถตรวจจับแผ่นดินไหวขนาดเล็กได้ดีขึ้น ซึ่งถือเป็นพฤติกรรมปกติของภูมิภาคนี้

กรมอุตุนิยมวิทยาขอความร่วมมือประชาชนติดตามข้อมูลจากแหล่งทางการ เพื่อป้องกันความสับสนและการตื่นตระหนก หากมีข้อสงสัยหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดตามได้จากเว็บไซต์กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว https://earthquake.tmd.go.th

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อุตุฯ เตือนร้อนถึงร้อนจัด ฝนฟ้าคะนอง 17 จังหวัด ลมกระโชกแรง

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้าว่า ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนโดยทั่วไป กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน และมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง

อุตุฯ เตือนร้อนจัดบางพื้นที่ ฝนฟ้าคะนองบางแห่ง กทม.สูงสุด 39 องศาฯ

กรมอุตุนิยมวิทยาเผยไทยมีอากาศร้อนโดยทั่วไป และร้อนจัดบางพื้นที่ในภาคเหนือ อีสาน และภาคกลาง ขณะที่หลายพื้นที่ยังมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงบางแห่ง เตือนประชาชนหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งนาน ๆ พร้อมเฝ้าระวังฝุ่นสะสมในภาคเหนือ อีสาน และภาคกลางตอนบน

ย้อนรอย ตึกสตง.ถล่ม 1 ปีกับความอัปยศ การสืบสวนข้อเท็จจริงยังไร้คำตอบ จึงเกิดสูญเสียซ้ำซาก

ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ โพสต์เฟซบุ๊ก เรื่อง ตึกสตง.ถล่ม หนึ่งปีกับความอัปยศ คนไทยต้องไม่ลืม" มีเนื้อหาดังนี้