'ขางหัวหมู' เอกลักษณ์แห่งพันธุ์ไม้เชื่อมโยงธรรมชาติและวัฒนธรรม

เปิดพันธุ์ไม้แห่งความหลากหลายชีวภาพและเชื่อมโยงระหว่างวัฒนธรรมและธรรมชาติ  “ขางหัวหมู”  ไม้ยืนต้นพื้นเมืองแห่งป่าเบญจพรรณไทย

11 ม.ค.2569 – เฟซบุ๊ก กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช ระบุข้อความ ในความหลากหลายของพืชพรรณในป่าเบญจพรรณและป่าเต็งรังทั่วประเทศไทย มีไม้ต้นชนิดหนึ่งที่มีชื่อเรียกแตกต่างกันไปตามแต่ละภูมิภาค บางแห่งเรียกว่า “ขางหัวหมู” บางแห่งเรียก “โจรเจ็ดนาย” หรือ “หางรอก” นั่นคือ **Miliusa velutina** ไม้ยืนต้นในวงศ์กระดังงา (Annonaceae) ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและคุณค่าทางพฤกษศาสตร์

ขางหัวหมูเป็นไม้ต้นขนาดใหญ่ที่สามารถเติบโตสูงได้ถึง 20 เมตร สิ่งที่สังเกตได้ชัดเจนคือขนสั้นนุ่มที่ปกคลุมตามส่วนต่างๆ ของต้น ไม่ว่าจะเป็นกิ่ง ใบ ก้านใบ หรือแม้แต่ดอก ใบของต้นมีลักษณะเรียงสลับในระนาบเดียว รูปร่างเป็นรูปไข่หรือรูปขอบขนาน มีขนาดค่อนข้างใหญ่ ยาว 8-30 เซนติเมตร โคนใบเว้าตื้นและเบี้ยว ก้านใบสั้นเพียง 2-7 มิลลิเมตร

ช่อดอกของขางหัวหมูออกแบบช่อกระจุก โดยมักจะเกิดตรงข้ามใบหรือบนกิ่ง มี 3-6 ดอกในแต่ละช่อ ห้อยลงมาอย่างสง่างาม ดอกมีกลีบเลี้ยง 3 กลีบสีน้ำตาล และกลีบดอก 6 กลีบ โดยเฉพาะกลีบวงในที่มีสีน้ำตาลเหลืองอมเขียวอันเป็นเอกลักษณ์ มีรูปร่างเป็นรูปใบหอกแกมรูปไข่ ยาว 1-1.8 เซนติเมตร และพับงอกลับอย่างสวยงาม

ผลของขางหัวหมูเป็นผลย่อยที่แยกออกจากกัน เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1.5-2 เซนติเมตร เมื่อสุกจะมีสีแดงอมน้ำตาล ภายในมีเมล็ด 1-2 เมล็ด

ขางหัวหมูมีการกระจายพันธุ์กว้างขวางในภูมิภาคเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พบตั้งแต่อินเดีย ปากีสถาน พม่า จีนตอนใต้ ภูมิภาคอินโดจีน ไปจนถึงคาบสมุทรมลายู ในประเทศไทย พบได้ทุกภูมิภาค โดยชอบขึ้นตามป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง และป่าดิบแล้งที่ความสูงไม่เกิน 500 เมตรจากระดับน้ำทะเล

หนึ่งในเอกลักษณ์ที่น่าสนใจของต้นไม้ชนิดนี้คือมีชื่อเรียกแตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาค สะท้อนถึงความใกล้ชิดระหว่างพืชพรรณท้องถิ่นกับวิถีชีวิตของผู้คน อาทิ

ภาคเหนือ: ขางหัวหมู, หางรอก

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: โจรเจ็ดนาย, แตงแซง, ยางโดน

ภาคตะวันออก: โกงกาง, จอแจ

ภาคตะวันตกเฉียงใต้: เต็งใบใหญ่, บังรอก, หัวใจไมยราบ, หางค่าง, หำรอก

จังหวัดสุรินทร์: สะแม้ะ (ภาษาส่วย)

คุณค่าทางยาและการใช้ประโยชน์

เปลือกของขางหัวหมูมีสรรพคุณทางยาที่น่าสนใจ โดยเฉพาะการใช้เป็นยาระบาย แสดงให้เห็นถึงภูมิปัญญาท้องถิ่นในการใช้ประโยชน์จากพืชพรรณธรรมชาติ

บทบาทในระบบนิเวศและการอนุรักษ์

สกุล Miliusa อยู่ภายใต้วงศ์ย่อย Malmeoideae เผ่า Miliuseae มีสมาชิกประมาณ 50 ชนิดทั่วเอเชียเขตร้อน ออสเตรเลีย และหมู่เกาะแปซิฟิก โดยในประเทศไทยเพียงแห่งเดียวมีถึงประมาณ 20 ชนิด ชื่อสกุลนี้น่าจะตั้งตามนักพฤกษศาสตร์ชาวอิตาลี Josephus Mylius หรือ Joannes Mylius หรืออาจมาจากชื่อพื้นเมืองในอินเดีย

ขางหัวหมูจึงไม่เพียงแต่เป็นส่วนหนึ่งของความหลากหลายทางชีวภาพในป่าไม้ไทย แต่ยังเป็นตัวแทนของความเชื่อมโยงระหว่างธรรมชาติ วัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์และศึกษาต่อไป.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง