กต. แจงคืบหน้าช่วยคนไทยในตะวันออกกลาง 8 ประเทศ

กต.แจงคืบหน้าช่วยคนไทย 8 ประเทศในตอ.กลาง เผยแผนอพยพจากอิหร่าน 2 รอบ ชี้ลงทะเบียนแล้ว 138 คนเป็นนศ.-แรงงาน โต้เฟกนิวส์ไทยลงนามความร่วมมืออินโด-แปซิฟิก เสี่ยงถูกใช้เป็นฐานทัพ ยันไม่เป็นความจริง-ขัดนโยบายรัฐบาล

4 มีนาคม 2569 - เมื่อเวลา 19.30น. ที่กระทรวงการต่างประเทศ ศูนย์แถลงข่าวร่่วสถานการณ์ฉุกเฉินในตะวันออกกลาง โดยนายปาณิดล ปัจฉิทสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงว่า ณ ปัจจุบันยังไม่พบรายงานว่าคนไทยบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจาก เหตุการณ์ใน ตะวันออกกลาง แต่ในภาพรวมของสถานการณ์ยังมีความอ่อนไหว กระทรวงการต่างประเทศจึงขอให้คนไทยที่อยู่ในพื้นที่ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามประกาศและคำเตือนของประเทศเจ้าบ้านอย่างเคร่งครัด

สำหรับการช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่ขอเน้นย้ำว่ากระทรวงการต่างประเทศติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ซึ่งแต่ละประเทศมีความจำเป็นเร่งด่วนแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับปัจจัยในเรื่องของการบริหารความเสี่ยงของแต่ละประเทศด้วย โดยกระทรวงต่างประเทศให้ความสำคัญกับประเทศอิหร่านซึ่งความเสี่ยงสูงสุดและ นายกมนตรีได้เห็นชอบให้อพยพคนไทยแล้ว ส่วนประเทศอื่นๆที่มีความเสี่ยงระดับรองลงมาสถานทูตและสถานกงสุลใหญ่ก็พร้อมอย่างยิ่งที่จะอำนวยความสะดวกให้พี่น้องคนไทยเดินทางออกนอกประเทศต่อไป

-อิหร่าน ทางสถานเอกอัคราชทูตไทย ประจำกรุงเตหะรานได้รายงานว่าจะมีการนำชาวคนออกจากพื้นที่เป็น 2 รอบ รอบแรก 7 มีนาคมซึ่งจะต้องมีการลงทะเบียนภายในวันที่ 5 มีนาคมและรอบที่2 ในวันที่ 10 มีนาคม ซึ่งปิดลงทะเบียนภายในวันที่ 8 มีนาคม ทั้งนี้ สถานทูตฯเรียกร้องให้คนไทยในพื้นที่มาลงทะเบียนกลับในทันที เพื่อรักษาความปลอดภัยของชีวิตโดยคำนึงถึงสถานการณ์ที่อ่อนไหว โดยตอนนี้มีผู้ลงทะเบียนทั้งสองรอบแล้วรวม 138 คนมีทั้งนักศึกษาและแรงงาน

-ยูเออี สถานทูตฯไทยในเมือง“อาบูดาบี” อำนวยความสะดวกให้คนไทยที่ตกค้าง ในพื้นที่ซึ่งตกค้างรวม 63 คนเดินทางออกมาและกลับถึงถึงประเทศไทยเรียบร้อยแล้วเมื่อเช้านี้ ขณะนี้ยังมีตกค้าง1 คนซึ่งมีแผนที่จะเดินทางไปที่อื่นที่ไม่ใช่เมืองไทย ในส่วนของดูไบมีการอำนวยความสะดวกให้คณะนักเรียนครูและผู้ปกครอง 30คน และกลับประเทศไทยโดยสายการบินอิมิเรตถึงประเทศไทยแล้วในช่วงเย็นวันนี้ ขณะนี้สายการบินหลักเช่น อิมิเรต ฟลายดูไบ แอร์อาระเบียได้เปิดเส้นทางการบินไปยังจุดหมายปลายทางแล้ว แ
โดยให้ความสำคัญกับผู้โดยสารที่ตกค้างเป็นลำดับแรกซึ่งสถานกงสุลใหญ่จะประสานกับสายการบินต่างๆเพื่อช่วยเหลือคนไทยที่ยังตกค้างอยู่ต่อไป

-บาเรนห์ สถานทูตฯของไทยที่ มานาน่าแจ้งว่า ได้เตรียมความพร้อมเพื่อ อำนวยความสะดวกให้คนไทยแล้วซึ่งในกรณีของบาห์เรนจะต้องผ่านไปทางประเทศซาอุดีอาระเบีย โดยวันนี้ ได้อำนวยความสะดวกให้คนไทยกลุ่มแรก9 คนเดินทางเข้าไปในซาอุดิอาระเบียเพื่อเตรียมตัวเดินทางกลับประเทศไทยต่อไป

-การ์ต้า ซึ่งน่านยังปิดอยู่ ทำให้สายการบินต่างๆยังไม่สามารถให้บริการได้ตามปกติและ สถานการณ์ในการ์ต้ายังมีการโจมตีอยู่บางพื้นที่ แต่ทางรัฐบาลกาตาร์ยืนยันว่าสามารถควบคุมสถานการณ์ได้และขอให้ประชาชนอยู่ในที่พักและหลีกเลี่ยงการเดินทางที่ไม่จำเป็น ขอให้ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้สถานทูตสามารถติดต่อคนไทยได้ 43 คนจากทั้งหมด46 คน และได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ ไปดูแลคนไทยที่พักในโรงแรมต่างๆส่วนใหญ่ขวัญกำลังใจยังดีอยู่สถานทูตก็จะประสานงานเร่งหาเที่ยวบินเดินทางกลับต่อไป

-จอร์แดน มีคนไทยตกค้าง 13 คน ได้อำนวยความสะดวกให้เดินทางออกไปแล้ว 2คน ที่เหลืออีก 11 คนบวกกับนักท่องเที่ยวซึ่ง ข้ามแดนมาจากอิสราเอล 1 คนรวมเป็น12 คน จะเดินทางกลับมาประเทศไทยโดยสายการบินรอยัลจอร์แดนถึง ประเทศไทยวันที่ 7 มีนาคม

-อิรัก สถานทูตฯได้อำนวยความสะดวกให้คนไทยที่ตกค้างจำนวน2คนเดินทางออกนอกประเทศแล้วผ่านทางตุรกี ตอนนี้ยังมีตกค้างอยู่20 คนที่เมืองแบกแดด และเมืองคาบาล่า ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ซึ่งกลุ่มนี้แจ้งว่าจะอยู่ในพื้นที่ก่อนเพื่อดูสถานการณ์ก่อนแต่หากยังไม่เปิดอาจจะเดินทางโดยทางบกผ่านทางตุรกีหรือซาอุดิอาระเบีย

-โอมาน- เยเมน อยู่ในเขตความรับผิดชอบของสถานทูต ของกรุงมัสกัสได้ติดต่อแรงงานไทยที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงในโอมานและเยเมนตลอดเวลาโดยให้คำแนะนำและช่วยเหลือในการกลับประเทศไปบางส่วนแล้ว

“อยากจะเรียนว่าในช่วงสถานการณ์ที่อ่อนไหว อาจจะมีการรายงานข่าวที่ไม่ตรงกับความเป็นจริงหรือ fake News อย่างล่าสุดกรณีที่ว่าไทยไปลงนามในสนธิสัญญาในกรอบความร่วมมืออินโด- แปซิฟิค ซึ่งมีเงื่อนไข อนุญาตให้สหรัฐฯ ใช้ไทยเป็นฐานทัพได้นั้นทางกระทรวงต่างประเทศขอชี้แจงว่าข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริงอย่างแน่นอนและขัดกับนโยบายของไทยอย่างชัดเจน เพราะไทยมีนโยบายชัดเจนว่าอยากให้สถานการณ์ความขัดแย้งต่างๆคลี่คลายโดยเร็วเพราะเราเป็นห่วงต่อความปลอดภัยของประชาชน จึงขอให้ประชาชนตรวจสอบข้อมูลจากทางการก่อนเผยแพร่ต่อไป เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดและ ความเข้าใจ ที่คลาดเคลื่อนต่อจุดยืนของประเทศไทย”นายปาณิดล ระบุ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'พิพัฒน์' ยันมีน้ำมันสำรองถึง 90 วัน ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก

“พิพัฒน์” วอนประชาชนอย่าตื่นตระหนก มีน้ำมันสำรองถึง 90 วัน “ศุภจี” กำชับ พาณิชย์จังหวัดเข้มพวกฉวยโอกาสขึ้นราคา-กักตุนสินค้า

นาโต้ประณามการกระทำของอิหร่านที่ 'โจมตี' ตุรกี หลังยิงขีปนาวุธตก

เมื่อวันพุธที่ผ่านมา นาโตประณามการกระทำของอิหร่านที่ "โจมตี" ตุรกี ซึ่งเป็นประเทศสมาชิก หลังจากที่อังการากล่าวว่าขีปนาวุธที่มุ่งหน้ามายังน่านฟ้าของตุรกีถูกทำลายโดยระบบป้องกันของพันธมิตร

'วัชระ' ร้องนายกฯ ฟันบริษัทน้ำมันขายเกินราคาทันที แนะเร่งนำปาล์มทำไบโอดีเซล

นายวัชระ เพชรทอง อดีตสส.พรรคประชาธิปัตย์ยื่นหนังสือถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ขอให้แก้ไขปัญหาราคาน้ำมันแพง และดำเนินคดีกับบริษัทน้ำมันที่ขึ้นราคาเอาเปรียบพี่น้องประชาชนคนไทยและแก้ไขปัญหาปาล์มราคาถูกเอาเปรียบจากโรงงาน ความว่า

'สุขุม' ชี้ 'อนุทิน' มาถูกทาง สั่งตรึงราคาน้ำมัน ทันเกมวิกฤตพลังงานโลก เชื่อเป็นโอกาสรัฐบาลโชว์ฝีมือ

ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานของโลกและสร้างแรงกดดันต่อเศรษฐกิจหล

'อรรถวิชช์' ค้านผลาญงบกองทุนฯ ตรึงราคาน้ำมัน เสนอนายกฯ งัด พรก. ปี 2516 บังคับใช้

อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวถึงวิกฤตพลังงานจากกรณีอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซว่า น้ำมันที่จำหน่ายในประเทศไทยขณะนี้ เป็นสต๊อกเก่าที่นำเข้ามาด้วยต้นทุนเมื่อเกือบ 3 เดือนก่อน ไม่ใช่ราคาตลาดโลกในปัจจุบัน