อธิบดีอัยการคุ้มครองสิทธิฯ เปิดศูนย์ช่วยเหลือผู้เสียหายจากเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว ที่สำนักงานอัยการถนนรัชดาภิเษก ห่างจุดเกิดเหตุราว 2 กิโลเมตร พร้อมให้คำปรึกษาและช่วยดำเนินการเรียกค่าเสียหายฟรี ย้ำหากพบสถานบริการละเลยมาตรการความปลอดภัย จนอาจเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บ อาจเข้าข่ายความผิดทางอาญา
13 กรกฎาคม 2569 - นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง อธิบดีอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน (สคช.) กล่าวถึงเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว ซึ่งมีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 27 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกจำนวนมาก ว่า ขอแสดงความเสียใจต่อญาติและครอบครัวของผู้เสียชีวิต รวมถึงผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว
นายโกศลวัฒน์ กล่าวว่า เหตุเพลิงไหม้เกิดขึ้นภายในร้านอาหารและสถานบันเทิง บริเวณใกล้ซอยลาดพร้าว 1 เขตจตุจักร ใกล้แยกลาดพร้าว โดยสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน ซึ่งตั้งอยู่ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 2 กิโลเมตร ได้เปิดเป็นศูนย์ช่วยเหลือผู้ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ครั้งนี้
ทั้งนี้ ญาติของผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ สามารถเข้ารับคำปรึกษาและความช่วยเหลือทางกฎหมายเกี่ยวกับการเยียวยา การเรียกค่าเสียหาย และสิทธิตามกฎหมายได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมผ่านสายด่วน 1157
อธิบดีอัยการคุ้มครองสิทธิฯ กล่าวว่า ประชาชนจำนวนไม่น้อยอาจยังไม่ทราบสิทธิหรือช่องทางในการขอรับค่าชดเชยและการเยียวยาความเสียหายจากเหตุเพลิงไหม้ จึงขอให้ผู้ได้รับผลกระทบเข้ามาใช้สิทธิและรับคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ได้
พร้อมกันนี้ ยังขอให้สังคมตระหนักถึงความสำคัญของมาตรการด้านความปลอดภัยในสถานบันเทิงและร้านอาหาร โดยผู้ประกอบการต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ และประกาศที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว ซึ่งทุกคนมีสิทธิที่จะใช้บริการสถานที่ต่าง ๆ ได้อย่างปลอดภัย
นายโกศลวัฒน์ ระบุด้วยว่า หากพบว่าสถานบริการหรือร้านอาหารละเลยหรือเพิกเฉยต่อมาตรการด้านความปลอดภัย ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายหรือข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บ อาจเข้าข่ายความผิดฐานประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย หรือได้รับอันตรายแก่กาย ตามกฎหมายอาญา โดยพนักงานสอบสวนจะดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
นอกจากนี้ ยังขอความร่วมมือหน่วยงานภาครัฐที่มีหน้าที่กำกับดูแลและตรวจสอบสถานบันเทิงและร้านอาหาร ให้เพิ่มความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมายและตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะนี้ซ้ำอีกในอนาคต
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
พิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลแล้ว 27 ราย ผู้เสียชีวิตเพลิงไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว
พล.ต.ต.วิรุฬห์ ศุภสิงห์ศิริปรีชา ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล ว่า ขณะนี้กระบวนการตรวจพิสูจน์ร่างผู้เสียชีวิตดำเนินการเสร็จสิ้นแล้วครบทั้ง 27 ร่าง แต่ยังอยู่ในขั้นตอนการรอเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอจากญาติ
จาก 'ซานติก้า' ถึง 'โรงเบียร์ลาดพร้าว'…บทเรียนบนคราบน้ำตา
เสียงดนตรีที่เร้าใจในค่ำคืนที่ควรจะเป็นความทรงจำที่สวยงาม พลันดับวูบลงเหลือเพียงกลิ่นเหม็นไหม้และเสียงกรีดร้องที่ไม่มีวันได้ยินอีกต่อไป...
สลด! ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว คร่า 2 ตำรวจสันติบาล ยอดดับพุ่ง 27 ศพ
ยืนยัน 2 นายตำรวจสันติบาล สังกัด กก.4 บก.ส.3 เสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตพุ่ง 27 ราย บาดเจ็บ 63 คน ด้านสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ เปิดศูนย์อำนวยความสะดวกให้ญาติพิสูจน์อัตลักษณ์และรับร่างผู้เสียชีวิต
ผบ.ตร. ชี้เหตุเพลิงไหม้อาจเข้าข่ายประมาท สั่ง พฐ. ตรวจสอบทุกมิติ เอาผิดผู้เกี่ยวข้องทุกคน
ผบ.ตร. เผยเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว เข้าข่ายกระทำโดยประมาท สั่ง พฐ.-พนักงานสอบสวน เร่งคลี่คลายสาเหตุเพลิงไหม้ทุกมิติ ชี้ไม่ใช่อุทาหรณ์เหตุเกิดซ้ำซาก ผู้ประกอบการต้อวตระหนักถึงความลปอดภัย
'ชัชชาติ' สั่งล้อมคอกสถานบริการทั่วกรุง พบสิ่งกีดขวางทางหนีไฟ
'ชัชชาติ' ตรวจเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ พบสิ่งกีดขวางทางหนีไฟ เล็งจัดระเบียบสุ่มตรวจกลางคืน ปรับนิยามสถานบริการใหม่
'มูลนิธิเมาไม่ขับ' บี้จัดระเบียบสถานบันเทิงทั่วไทย อย่าให้เกิดโศกนาฏกรรมซ้ำ
มูลนิธิเมาไม่ขับ ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจเหยื่อผับลาดพร้าว พร้อมเรียกร้องจัดระเบียบสถานบันเทิงทั่วประเทศ โดยมีเนื้อหาดังนี้

