
3 ก.ค.2565- เวลา 17.57 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สภานายกสภาลูกเสือไทย และคณะ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นสิริยิ่งรามกีรติ ลูกเสือสดุดีชั้นพิเศษ แด่สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี และเป็นเกียรติประวัติแก่คณะลูกเสือแห่งชาติ
เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นสิริยิ่งรามกีรติ ลูกเสือสดุดีชั้นพิเศษ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สร้างขึ้นในโอกาสครบรอบ 75 ปี ที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานกำเนิดกิจการลูกเสือไทย เมื่อ พ.ศ. 2454 และเพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ รอบ วันที่ 5 ธันวาคม 2530 กับเพื่อส่งเสริมกำลังใจแก่ผู้อุทิศตนให้กิจการลูกเสืออย่างแท้จริง
คณะลูกเสือแห่งชาติ จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาลูกเสือทั้งทางกาย สติปัญญา จิตใจและศีลธรรม ให้เป็นพลเมือง มีความรับผิดชอบ และช่วยสร้างสรรค์สังคมให้เกิดความสามัคคี และมีความเจริญก้าวหน้า ทั้งนี้ เพื่อความสงบสุข และความมั่นคงของประเทศชาติ โดยให้มีเครื่องราชอิสริยาภรณ์ อันเป็นสิริยิ่งรามกีรติ
ลูกเสือสดุดี ชั้นพิเศษ ไว้สำหรับพระราชทานแก่ผู้ที่ได้รับพระราชทานเหรียญลูกเสือสดุดีชั้นที่หนึ่งและผู้มีอุปการคุณช่วยเหลือกิจการลูกเสืออย่างต่อเนื่องมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี นับแต่วันที่ได้รับพระราชทาน เหรียญลูกเสือสดุดีชั้นที่หนึ่ง มีลักษณะเป็นดวงตรา ด้านหน้าเป็นรูปไข่พื้นลงยาสีน้ำเงิน ขนาดกว้าง 2.5 เซนติเมตร ยาว 3.3 เซนติเมตร กลางดวงตรามีตราหน้าเสือ ประกอบวชิระเงินล้อมด้วยเม็ดไข่ปลาสีทองและมีรัศมีเงินโดยรอบแปดแฉกคั่นด้วยกระจังสีทอง เบื้องบนมีพระมหามงกุฎรัศมีฉลุโปร่งและเลข “๙” สีทอง ด้านหลังกลางดวงตราเป็นดุมพื้นลงยาสีม่วง มีรูปตราของคณะลูกเสือโลก เบื้องล่างมีอักษรสีเงินว่า “เราจะทำนุบำรุงกิจการลูกเสือสืบไป” ที่ขอบส่วนบนของดวงตรามีห่วงห้อยแพรแถบสำหรับคล้องคอ ขนาดกว้าง 4 เซนติเมตร มีริ้วสีเหลืองกว้าง 2.2 เซนติเมตร อยู่กลางริมทั้งสองข้างมีริ้วสีขาวกว้าง 3 มิลลิเมตร และริ้วสีดำ กว้าง 6 มิลลิเมตร
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ในหลวง – พระราชินี' ทรงสักการะพระธาตุหลวง
'ในหลวง - พระราชินี' ทรงสักการะพระธาตุหลวง และพระพุทธรูปสำคัญตามธรรมเนียมฝ่ายลาว เสด็จฯ กลับไทย เสร็จสิ้นการเยือนลาวอย่างเป็นทางการ
ทอดพระเนตรแปลงเกษตรร.9สัมพันธ์ไทย-ลาว
"ในหลวง-พระราชินี" เสด็จฯ เยี่ยมชมศูนย์พัฒนาและบริการด้านการเกษตรห้วยซอน-ห้วยซั้ว
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรแปลงเกษตรตามแนวพระราชดำริ ร.9 ที่เวียงจันทน์
ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯ ไปศูนย์พัฒนาและบริการด้านการเกษตรห้วยซอน-ห้วยซั้ว (หลัก 22) เมืองนาซายทอง เวียงจันทน์ ทอดพระเนตรแปลงเกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริ ร.9 ต้นแบบความร่วมมือการพัฒนาที่ยั่งยืนสองประเทศ
'ในหลวง-พระราชินี' เสด็จฯ ร่วมพิธีบายศรีทูลพระขวัญ
ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯไปทรงร่วมพิธีบายศรีทูลพระขวัญ ณ หอคำ ประธานประเทศถวายพระกระยาหารค่ำ
ลาวจัดพิธีรับเสด็จสมพระเกียรติ
"ในหลวง-พระราชินี" ทรงร่วมพิธีรับเสด็จ ณ หอคำ ในโอกาสเยือนลาวอย่างเป็นทางการ
ในหลวง พระราชินี ทรงร่วมพิธีรับเสด็จฯ เยือนประเทศลาว ทอดพระเนตรตำหนักผ้าไหมลาวโบราณ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากโรงแรมคราวน์พลาซ่า เวียงจันทน์ ซึ่งเป็นเป็นโรงแรมที่ประทับ ไปยังหอคำ (ทำเนียบประธานประเทศ) เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึง

