
นายกฯ กล่าวถ้อยแถลงการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก ครั้งที่ 19 ย้ำจุดยืนไทยต่อสถานการณ์โลก เรียกร้องสันติภาพในเมียนมา-ทะเลจีนใต้-คาบสมุทรเกาหลี-ตะวันออกกลาง พร้อมเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างอาเซียนกับพันธมิตรภายนอก เน้นย้ำปล่อยตัวประกันชาวไทย 6 คนในฉนวนกาซา
11ต.ค.2567- เวลา 11.10 น. ที่ สปป.ลาว นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวถ้อยแถลงในการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก ครั้งที่ 19 (19th East Asia Summit: EAS) ว่า ขอชื่นชมบทบาทและความเป็นผู้นำของ สปป. ลาว ในฐานะประธานอาเซียนในปีนี้ ซึ่งการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออกนี้ ยังเป็นเวทีสำคัญ โดยประเทศไทยยืนยันความมุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกับทุกพันธมิตร เพื่อให้แผนปฏิบัติการ EAS (EAS Plan of Action) ที่ได้รับการรับรองเมื่อปีที่ผ่านมา รวมทั้งมุมมองอาเซียนต่ออินโด-แปซิฟิก (ASEAN Outlook on the Indo-Pacific: AOIP) เป็นแนวทางในการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างอาเซียนกับพันธมิตรภายนอกทั้งหมด เพื่อสร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกัน และผลประโยชน์ร่วมกัน โดยประเทศไทยจะสนับสนุนการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมและการบูรณาการอย่างเต็มที่
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขอแบ่งปันมุมมองในประเด็นที่มีข้อห่วงกังวลร่วมกัน อาทิ ประเด็นของประเทศเมียนมา ซึ่งไทยยังคงมุ่งมั่นต่อฉันทามติ 5 ข้อ (Five-Point Consensus) และสนับสนุนการมีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการมีเมียนมาที่สงบสุข มีเสถียรภาพ และเป็นหนึ่งเดียว ซึ่งในขณะที่มีการเรียกร้องให้ลดความรุนแรง ประเทศไทยให้ความสำคัญกับความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมโดยมอบเงินเพิ่มเติมจำนวน 290,000 ดอลลาร์สหรัฐ ให้แก่ศูนย์ประสานงานอาเซียน เพื่อความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการจัดการภัยพิบัติ (AHA Centre) สนับสนุนความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ประชาชนเมียนมา สะท้อนถึงแนวทางการดำเนินงานที่สร้างสรรค์และเป็นรูปธรรมของไทยในฐานะส่วนหนึ่งของความพยายามร่วมกันของประชาคมอาเซียน
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ส่วนประเด็นต่างๆ ในทะเลจีนใต้นั้น ควรเป็นทะเลแห่งสันติภาพ เสถียรภาพ และการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยไทยเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการกระทำที่อาจทำให้สถานการณ์ซับซ้อนขึ้น โดยประเทศไทยมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมความร่วมมือ ที่เป็นรูปธรรมภายใต้ปฏิญญาว่าด้วยแนวปฏิบัติของภาคีในทะเลจีนใต้ (Declaration of the Conduct of Parties in the South China Sea - DOC) ขณะเดียวกัน ต้องพยายามผลักดันให้สรุปแนวปฏิบัติในทะเลจีนใต้ (Code of Conduct in the South China Sea: COC) โดยเร็ว ซึ่งจะต้องมีเนื้อหาสาระและมีประสิทธิผลสอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ปี ค.ศ. 1982 (UNCLOS)
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า สำหรับประเด็น ปัญหาในคาบสมุทรเกาหลี ประเทศไทยมีความกังวลกับความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้น โดยขอเรียกร้องให้สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี (DPRK) ปฏิบัติตามมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยประเทศไทยพร้อมที่จะร่วมมือกับทุกฝ่ายเพื่อบรรลุสันติภาพและเสถียรภาพอย่างยั่งยืนในคาบสมุทรเกาหลีที่ปลอดอาวุธนิวเคลียร์ต่อไป
นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า ส่วนประเด็นสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ประเทศไทยมีความกังวลอย่างยิ่งต่อความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นและสถานการณ์ด้านมนุษยธรรมที่เลวร้ายลงในฉนวนกาซา โดยขอเรียกร้องให้ยุติการกระทำที่เป็นปฏิปักษ์ทั้งหมด และเรียกร้องให้มีการคุ้มครองพลเรือนตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ซึ่งไทยยังสนับสนุนการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมอย่างไม่มีข้อจำกัด และการบรรลุแนวทางแก้ไขปัญหาสองรัฐให้เป็นจริง (Two-State solution)
ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำถึงการเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวตัวประกันทั้งหมดโดยทันที ซึ่งขณะนี้ยังมีคนไทยจำนวน 6 คน ที่ถูกจับกุมตัวอยู่ในฉนวนกาซา
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'แพทองธาร' โชว์ทรัพย์สินหลังพ้นนายกฯ อู้ฟู่ 1.1 หมื่นล้านหนี้ตั๋วพีเอ็นยังอยู่!
ป.ป.ช.เปิดเซฟ 'แพทองธาร' พ้นเก้าอี้นายกฯ มั่งคั่ง 1.1 หมื่นล้าน หนี้ตั๋ว PN 4.4 พันล้านบาทยังอยู่
'ทักษิณ' แฮปปี้รับปีใหม่ในเรือนจำ ลูกเยี่ยมเล่าย้อนอดีตสมัยไทยรักไทยได้เบอร์9 กวาด 377 เสียง
‘อิ๊งค์’ เผย ‘ทักษิณ’ สดชื่นแฮปปี้รับปีใหม่ 2569 พร้อมเล่าความหลังปี 2548 พรรคไทยรักไทยสมัยทักษิณ จับได้เบอร์ 9 กวาดเสียง สส.377 เสียง มองเพื่อไทยได้เบอร์ 9 เป็นเลขหลักเดียว คนมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งจำง่าย เลือกง่าย ให้กำลังใจเพื่อไทยคว้าชัยเลือกตั้งใหญ่
'อุ๊งอิ๊ง' ปลื้มกระแสญาติพุ่ง!
'แพทองธาร' บอกดีใจค่ะดีใจ หลังกระแส 'ยศชนัน' พุ่ง

