ในหลวง พระราชินี จะเสด็จฯ ไปทรงเปิดซุ้มประตูมังกรเฉลิมพระเกียรติ ‘วชิรสถิต 72 พรรษา’และ’วชิรธำรง 72 พรรษา” เชิญชวน ปชช.- ชาวไทยเชื้อสายจีน เฝ้าฯ รับเสด็จบนถนนเจริญกรุง ร่วมบันทึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ถนนสายมังกร
16 ม.ค.2568 - สหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ (สสธวท) และภาคีเครือข่าย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย, หอการค้าไทย-จีน ,องค์กรชาวไทยเชื้อสายจีนในประเทศไทย จัดงานแถลงข่าวพิธีเปิดซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา 28 กรกฎาคม 2567 เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ณ อาคารสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล ประธานสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ กล่าวว่า การจัดสร้าง “ซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา” จะเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่อันงดงามที่อยู่เคียงคู่บนแผ่นดินไทยไปชั่วลูกชั่วหลาน เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 โดยเริ่มจากการจัดงานกาล่าดินเนอร์ “เบญจกตัญญุตา” ภายใต้โครงการ “สสธวท รวมใจเทิดเอกลักษณ์แห่งปัญจมังกร จารึกความกตัญญูต่อแผ่นดิน” เพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสดังกล่าว พร้อมระดุมทุนสำหรับเริ่มโครงการจัดสร้าง “ซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา” 2 แลนด์มาร์คใหม่ บนถนนเจริญกรุง ภายใต้องค์ประกอบสำคัญ 5 ประการ 1.พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระบรมราชสมภพในปีมังกร 2.ปี 2567 ตรงกับปีนักษัตรมังกร 3.มังกร หมายถึง พระเจ้าแผ่นดิน 4.พระคณาจารย์จีน ธรรมวชิรานุวัตร (เย็นงี้) เจ้าอาวาส วัดมังกรกมลาวาส เป็นที่ปรึกษา และ 5.ถนนเจริญกรุง เป็นถนนสายแรกของประเทศไทย ถือเป็นถนนสายมังกร ฉะนั้น ครบ 5 มังกรที่จะถวายพระมหาจักรพรรดิ์ของพสกนิกรไทย
คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล กล่าวต่อว่า การนี้ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานชื่อซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติทั้ง 2 แห่ง ส่วนหัวมังกรอยู่ที่สะพานดำรงสถิต นามว่า “วชิรสถิต 72 พรรษา” หมายถึง ซุ้มประตูนี้เป็นเอกลักษณ์แสดงถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมายุยั่งยืน 72 พรรษา ส่วนที่ห้าแยกหมอมีพระราชทานนามว่า “วชิรธำรง 72 พรรษา” หมายถึง ซุ้มประตูนี้เป็นเอกลักษณ์จารึกการเทิดทูนของพสกนิกรไทยในอภิมหามงคลสมัยเฉลิมพระชนมพรรษา 72 พรรษา พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว อีกทั้งบริเวณห้าแยกหมอมี ซึ่ง 5 แยก เหมือน 5 เล็บมังกร ที่มีความหมายว่า” จักรพรรดิ”
“ ความยิ่งใหญ่ของโครงการจัดสร้างซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา สัญลักษณ์แห่งความกตัญญู และความจงรักภักดีของพสกนิกรชาวไทยทั่วประเทศ ซึ่งตั้งอยู่ในแหล่งความเจริญที่มีชาวไทยเชื้อสายจีนผู้มีความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ไทยมาอย่างยาวนานตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน สามารถจัดสร้างสำเร็จเรียบร้อยได้ระยะเวลาเพียง ๘ เดือน ด้วยพระบารมีและบุญญาธิการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทำให้การดำเนินงานทุกขั้นตอนผ่านไปได้อย่างราบรื่น พร้อมด้วยความร่วมมือร่วมใจจากทุกภาคส่วนทั้งในประเทศและต่างประเทศ และอีกหนึ่งวาระสำคัญเนื่องจากความสัมพันธ์ไทย-จีนในปี 2568 จะครบ50 ปี รัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีน ผ่านทางสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ได้แสดงออกถึงมิตรภาพความสัมพันธ์ทางการทูต ด้วยการได้มอบประติมากรรมมงคลจากหินฮั่นไป๋หวี่ (หินอ่อนหยกสีขาว) เป็นหินชนิดพิเศษของจีน ที่ใช้เฉพาะในพระบรมมหาราชวังจีนเท่านั้น รังสรรค์โดยศิลปินชาวจีน แกะสลักเป็นรูปช้าง สิงโต เป็นตัวแทนประเทศไทยและจีน และกลอง เพื่อประดิษฐานที่ฐานเสาซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติฯ ด้วย” คุณหญิงณัฐิกา กล่าว
คุณหญิงณัฐิกา กล่าวว่า สำหรับพิธีเปิดซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา ทางคณะกรรมการผู้จัดทำโครงการฯ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นประธานเปิดซุ้มประตู “วชิรสถิต 72 พรรษา” บริเวณสะพานดำรงสถิต และ ซุ้มประตู “วชิรธำรง 72 พรรษา” บริเวณห้าแยกหมอมี ขอเชิญชวนชาวไทยทั่วประเทศและชาวไทยเชื้อสายจีน ร่วมเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จฯ ในวันเสาร์ที่ 25 ม.ค. 2568 เวลา 17.00 น. ณ ถนนเจริญกรุง กรุงเทพมหานคร โดยพร้อมเพรียงกัน
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าฯ ททท. กล่าวว่า ททท. มีส่วนร่วมโครงการอันเป็นมงคลยิ่งและมีบทบาทในการเผยแพร่และเชิญชวนให้ชาวไทยและนานาประเทศได้เห็นถึงความงดงามและความสำคัญของ “ซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา 28 กรกฎาคม 2567 ” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความกตัญญูกตเวที และความจงรักภักดีของชาวไทย นอกจากนี้ ททท. ยังเห็นความสำคัญที่จะต้องสร้างเสริมให้ซุ้มประตูมังกรทั้งสองแห่งนี้ เป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่บนถนนเจริญกรุง เชื่อว่า จะเป็นแม่เหล็กดึงดูดช่วยนักท่องเที่ยวจากทุกภูมิภาคทั่วโลก เป็นหนึ่งในสถานที่ต้องมาให้ได้ครั้งหนึ่งในชีวิตหากมาเยือนประเทศไทย รวมถึงกระตุ้นการท่องเที่ยวให้ย่านเยาวราชและเจริญกรุงคึกคักมากยิ่งขึ้น


ข่าวที่เกี่ยวข้อง
โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง 'เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ' อดีตผู้ว่าแบงก์ชาติ เป็นองคมนตรี
เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ พระบรมราชโองการ ประกาศ เรื่อง แต่งตั้งองคมนตรี มีเนื้อหาระบุว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศว่า
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรแปลงเกษตรตามแนวพระราชดำริ ร.9 ที่เวียงจันทน์
ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯ ไปศูนย์พัฒนาและบริการด้านการเกษตรห้วยซอน-ห้วยซั้ว (หลัก 22) เมืองนาซายทอง เวียงจันทน์ ทอดพระเนตรแปลงเกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริ ร.9 ต้นแบบความร่วมมือการพัฒนาที่ยั่งยืนสองประเทศ
ในหลวง พระราชินี ทรงร่วมพิธีรับเสด็จฯ เยือนประเทศลาว ทอดพระเนตรตำหนักผ้าไหมลาวโบราณ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากโรงแรมคราวน์พลาซ่า เวียงจันทน์ ซึ่งเป็นเป็นโรงแรมที่ประทับ ไปยังหอคำ (ทำเนียบประธานประเทศ) เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึง
ในหลวง พระราชินี เสด็จฯถึง สปป.ลาว แล้ว ทรงขับเครื่องบินพระที่นั่งด้วยพระองค์เอง
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวอย่างเป็นทางการ ระหว่าง วันที่ 16-18 มีนาคม 2569 ตามคำกราบบังคมทูลเชิญของ นายทองลุน สีสุลิด ประธานประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ในการนี้ ทรงทำการบินด้วยพระองค์ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงปฏิบัติหน้าที่นักบินที่ 1 สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงปฏิบัติหน้าที่นักบินผู้ช่วย
ทำเพื่อประชาชน พระราชดำ รัส‘ในหลวง’ในรัฐพิธีเปิดประชุมสภาฯ
"ในหลวง-พระราชินี" เสด็จฯ ทรงเปิดประชุมรัฐสภา มีพระราชดำรัสให้ สส.ยึดถือความถูกต้องและประโยชน์สุขของประชาชนเป็นเป้าหมายสูงสุด ขออำนวยพรให้การดำเนินงานของรัฐสภาเป็นไปด้วยความเรียบร้อย "จุลพันธ์" เผยวันนี้กำลังเดินหน้าเข้าสู่การร่วมรัฐบาล การเจรจาจบสิ้นสมบูรณ์แล้ว แต่เรื่องของกระทรวงยังไม่พูดกัน
ประกาศสำนักพระราชวัง 'ในหลวง-พระราชินี' เสด็จฯเยือน สปป.ลาว อย่างเป็นทางการ 16-18 มี.ค.69
สำนักพระราชวังออกประกาศพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี จะเสด็จพระราชดำเนิน เยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 16 ถึงวันที่ 18 มีนาคม พุทธศักราช 2669 ตามคำทูลเชิญของนายทองลุน สีสุลิด ประธานประเทศแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

