“เจบีซี ไทย-กัมพูชา” ประชุมครั้งที่ 5 ราบรื่น เห็นชอบหลักเขต 45 จาก 74 หลัก ใช้เทคโนโลยีไลดาร์เร่งสำรวจแผนที่ทางอากาศเขตแดน 800 กม. คาดใช้เวลา 15-20 ปี
16 มิถุนายน 2568 - เวลา 13.00 น. ที่กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) นายประศาสน์ ประศาสน์วินิจฉัย อดีตเอกอัครราชทูต ณ กรุงพนมเปญ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม ไทย-กัมพูชา (เจบีซี) ฝ่ายไทย แถลงผลหลังการประชุมเจบีซีที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ว่า ตนเข้าประชุมเจบีซี โดยครั้งนี้เป็นครั้งที่ 5 ซึ่งการประชุมเมื่อวานนี้ (15 มิ.ย.) ราบรื่นที่สุดเท่าที่ตนเคยเจอ แต่ก่อนทะเลาะกันแรงกว่านี้มาก ซึ่งทุกครั้งเราพยายามจะหาข้อประนีประนอมที่จะทำงานต่อให้ได้ ซึ่งครั้งนี้ก็ประสบความสำเร็จในแง่เทคนิค
นายประศาสน์ อธิบายขั้นตอนการทำงานของที่ประชุมเจบีซีว่า มี 5 ขั้นตอนการทำงาน โดยขั้นตอนแรกคือการไปตรวจหาหลักเขตที่ปักไว้ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 เมื่อปี 2462-2563 มีการปักเขตไว้ 74 หลัก ซึ่งทำเสร็จไปแล้วตั้งแต่ปี 2561 เห็นชอบแล้ว 45 หลัก อีก 29 หลักยังเห็นต่างกัน ซึ่งจะต้องคุยกัน และขั้นตอนที่ 2 คือการบินถ่ายภาพทางอากาศซึ่งเขาเสนอว่าต้องหาหลักเขตเก่าที่ปักไว้ตั้งแต่รัชกาลที่ 6 ซึ่งเราได้บอกว่าไม่พอ โดยจุดประสงค์ของเราต้องการทำเหมือนมาเลเซีย คือต้องการเห็นเขตแดนที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้นเพื่อประโยชน์ของประชาชน จึงให้มีการปักไหล่เขตเพิ่ม ซึ่งจะต้องบินถ่ายภาพทางอากาศเพื่อทำแผนที่ (Photomap) หลังจากนั้นขั้นตอนที่ 3 ทั้งสองฝ่ายมาพูดคุยกันว่าจะเดินสำรวจแนวทางไหน สันเขาอันไหน ถ้าเห็นว่าสันเขาต่างกันก็เดินทั้ง 2 แนวก็ลากเพื่อเป็นคู่มือให้เจ้าหน้าที่ ขั้นตอนที่ 4 ส่งเจ้าหน้าที่ลงไปทำงาน ถ้าเห็นพ้องตรงกันก็ปักมาเขตเพิ่ม ทำหลักเขตใหม่ให้ดีขึ้น และขั้นตอนที่ 5 นำข้อมูลมาประชุมเพื่อเห็นชอบและทำแผนที่ฉบับใหม่ แทนแผนที่ที่จัดทำโดยฝรั่งเศส
นายประศาสน์ กล่าวว่า ในที่ประชุม ประธานเจบีซีเห็นชอบในเรื่องหลักเขต 45 หลัก จาก 74 หลัก เหลืออีก 29 หลักที่ต้องเจรจากันต่อไป และแทนที่จะใช้เครื่องบินถ่ายภาพทางอากาศ จะใช้เทคนิคไลดาร์ (Light detection and ranging) ที่เป็นการใช้โดรนติดกล้องและยิงเลเซอร์ลงไป ซึ่งจะทำให้การดำเนินการรวดเร็วยิ่งขึ้นและแม่นยำ ทางเจ้าหน้าที่จะตกลงกันในเรื่องรายละเอียด เช่น ประเภทของโดรนที่จะใช้ บินสูงเท่าไหร่ ความถี่เป็นอย่างไร แนวทางเดินสำรวจเพื่อส่งชุดเจ้าหน้าที่ทำงานเข้าไปในพื้นที่ รวมถึงค่าใช้จ่าย ซึ่งตามหลักการทั่วไปคือแบ่งจ่ายคนละครึ่ง
นายประศาสน์ กล่าวว่า แม้ว่าจะเห็นชอบเขต 45 หลักแล้ว ยังไม่สามารถส่งชุดสำรวจไปเลยได้ เนื่องจากยังไม่มีคำแนะนำทางเทคนิค (technical instruction) และต้องมีไลดาร์เพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดเงื่อนไขของงาน (ทีโออาร์) และความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ทั้งสองฝ่าย ทั้งยังกล่าวเสริมว่า ในห้วงการประชุมจะมีการประชุมกลุ่มเล็กที่เรียกว่า Four Eye Meeting เพื่อให้ประเด็นการพูดคุยที่ไม่เกี่ยวข้องและซับซ้อนออก ที่เหลือเป็นผลการประชุมที่ได้กล่าวไปข้างต้น และได้ยกตัวอย่างกรณีการหาเจรจาเรื่องเขตแดนกับมาเลเซียที่มีระยะทาง 556 กิโลเมตร ที่ใช้เวลาถึง 12 ปี สำหรับกัมพูชาที่มีระยะทาง 800 กิโลเมตร อาจจะใช้เวลาประมาณ 15-20 ปี
เมื่อถามว่า ในที่ประชุมมีการตกลงว่าจะใช้แผนที่มาตราส่วน 1 ต่อ 200,000 หรือ 1 ต่อ 50,000 หรือไม่ นายประศาสน์กล่าวว่า ไม่มีการพูดถึงเรื่องนี้ในที่ประชุม การทำถ่ายภาพทางอากาศไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วยซึ่งสองฝ่ายจะทำร่วมกันเพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติของเจ้าหน้าที่เท่านั้น
ต่อคำถามว่า หลังจากที่ทางกัมพูชาแถลงว่าจะแผนที่มาตรการส่วน 1 ต่อ 200,000 ทางการไทยมีการดำเนินการเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันหรือไม่ นายประศาสน์ กล่าวว่า การประชุมเจบีซีเป็นการพูดคุยทางเทคนิคเท่านั้น พร้อมย้ำว่าการประชุมในครั้งนี้ราบรื่นเป็นอย่างมากด้วย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อนุทิน' สยบข่าวปะทะเขมรรอบ 3 ลงพื้นที่เช็กชายแดนสระแก้ว
'อนุทิน' ลงพื้นที่สระแก้ว ปัดข่าวปะทะรอบสาม เผยกองทัพรายงานกัมพูชาขุดคลองห่างชายแดนเยอะ ยันปชช. มั่นใจได้ ขอไม่วิจารณ์ ปชน. หาเสียงเหมือนด้อยค่าทหาร
ฉากทัศน์และความเป็นไปได้หากศาลโลกตัดสิน ‘เมียนมา’ คดี ‘โรฮิงญา’
นักวิชาการธรรมศาสตร์มอง คดีโรฮิงญาในศาลโลกมีน้ำหนักพอเอาผิดรัฐบาลทหารเมียนมาได้ แต่การบังคับใช้คำตัดสินยังติดข้อจำกัด ชี้แรงกดดันอาจตกอยู่ที่อาเซียนและไทย ขณะการค้า-การลงทุนเสี่ยงกระทบ หากถูกคว่ำบาตรจากนานาชาติ
บุกทลายรังสแกมเมอร์ 'ช่องจอม- โอร์เสม็ด' เจอหลักฐานอื้อ
บุกรังสแกมเมอร์ 'ช่องจอม- โอร์เสม็ด' พบหลักฐานอื้อ เรียกสอบเอกชนปล่อยสัญญาณเนตข้ามไปปอยเปต 'ทบ.' ยกระดับคุมเข้มชายแดน ลุยกวาดล้าง
การเคหะแห่งชาติ เดินหน้าดูแลคุณภาพชีวิตผู้พักอาศัยในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบชายแดนไทย–กัมพูชา
นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ มอบหมายให้สำนักงานเคหะจังหวัดศรีสะเกษและปราจีนบุรี สาขา 2 ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพ จำนวน 280 ถุง เพื่อช่วยเหลือและเยียวยาผู้อยู่อาศัยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ภายในโครงการบ้านเอื้ออาทรจังหวัดศรีสะเกษ (กันทรลักษ์) และโครงการบ้านเอื้ออาทรจังหวัดสระแก้ว (อรัญประเทศ)
‘ดุลยภาค’ ชี้ กัมพูชา ไม่หยุดป่วน หลังเลือกตั้ง ไทยต้องการผู้นำเน้นมั่นคง ยก ‘อนุทิน’ รัฐบาลแข็งแรง ปกป้องอธิปไตยครบมิติ ชม ‘สีหศักดิ์’ การทูตเชิงรุก โต้เขมรได้ทันเกม ลุ้นความต่อเนื่องหากเปลี่ยนรัฐบาล
รศ.ดร.ดุลยภาค ปรีชารัชช นายกสมาคมภูมิภาคศึกษา และอาจารย์ประจำสาขาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ให้ความเห็นต่อสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชาภายหลังการเลือกตั้ง

