
13 ม.ค. 2569 นักวิชาการเพื่อสังคม ออกแถลงการณ์ด่วน เรื่อง: วิกฤตศรัทธาและทางรอดของประเทศไทยในการเลือกตั้ง 8 กมุ ภาพันธ์ 2569 ประเทศไทยในขณะนี้กำลังเผชิญกับ “ภาวะถดถอยเชิงโครงสร้าง” อย่างรุนแรงในทุกมิติ ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และกระบวนการยุติธรรม หากการเลือกตั้งที่จะถึงในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ มิได้นำมาซึ่งคณะผู้บริหารที่มีความรู้ ความสามารถ และที่สำคัญที่สดุ คือ “ความกล้าหาญทางจริยธรรม” ประเทศไทยมีความเสี่ยงสูงที่จะตกอยู่ในสภาวะ “รัฐล้มเหลว” (Failed State) ที่ไม่สามารถปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนส่วนใหญ่ได้อีกต่อไป กลุ่มนักวิชาการเพื่อสังคม จึงขอประกาศเจตนารมณ์และข้อเรียกร้องต่อสังคมไทย ดังนี้:
หนึ่ง: ภารกิจแห่ง การพลิกฟื้นโครงสร้างชาติ ผู้นำชุดใหม่ต้อง ฟื้นศักยภาพการแข่งขันในเวทีโลก
กล้าสลายโครงสร้างผูกขาดในระบบเศรษฐกิจที่เกาะกินประเทศมาอย่างยาวนาน
เพื่อคืนความเป็นธรรมให้แก่ผู้ประกอบการรายย่อยต้องกล้ากระจายอำนาจการตัดสินใจสู่ท้องถิ่นอย่าง แท้จริง เพื่อให้ประชาชนบริหารจัดการทรัพยากรตามบริบทของพื้นที่ที่แตกต่างกัน ไม่ใช่การสั่งการแบบรวมศูนย์ที่ไร้ประสิทธิภาพ
สอง: การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมและระบบคุณธรรม
เราต้องหยุดยั้งระบบอุปถัมภ์ที่หยั่งรากลึก เอื้อประโยชน์ให้พรรคพวกและทุนสีเทา กระบวนการยุติธรรมตั้งแต่ต้นจนถึงปลายทาง ทั้งตำรวจ อัยการ และศาล
ต้องปราศจากการเลือกปฏิบัติ รวมถึงการปฏิรูปการบริหารกิจการพระพุทธศาสนาให้ใสสะอาด ขจัดกลุ่มจอมปลอมที่ใช้ผ้าเหลืองแสวงหาผลประโยชน์และพุทธพาณิชย์
ส่งเสริมผู้บวชที่ต้องศึกษาพุทธธรรม ทางนี้เพื่อกอบกู้ศรัทธาของพุทธศาสนิกชนคืนมา
สาม: การเตรียมพร้อมรับมืออุบัติภัยและวิกฤตประชากร ผู้นำต้องมีวิสัยทัศน์ในการวางระบบรองรับ “สังคมสูงวัย” ที่จะเกิดกับสังคมไทยอย่างรวดเร็วและรุนแรงเสมือนข้าศึกใหม่
สังคมไทยจะมีสัดส่วนวัยทำงานลดลงอย่างน่าใจหาย รวมถึงการวางแผนจัดการภัยพิบัติทางธรรมชาติ ทั้งน้ำท่วม น้ำแล้ง และการกัดเซาะชายฝั่ง ที่จะเกิดขึ้นในแต่ละพื้นที่แตกต่างกัน
อย่างเป็นระบบและทันท่วงที ไม่ใช่การแก้ปัญหาแบบวัวหายล้อมคอก เน้นแต่เรื่องเยียวยาแจกเงิน
สี่: บรรทัดฐานใหม่ของผู้สมัครรับเลือกตั้ง
ประเทศไทยเจ็บปวดมามากพอแล้วกับผู้นำที่ “อ่อนหัดและไร้ประสบการณ์” ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เราไม่อาจยอมรับ “เด็กอมมือ” หรือ “ตัวแทนกลุ่มผลประโยชน์บ้านใหญ่” เข้ามาบริหารประเทศเพื่อปกป้องบาดแผลและธุรกิจของตนเองได้อีก
กลุ่มนักวิชาการเพื่อสังคม ขอเรียกร้องให้พี่น้องประชาชนร่วมกัน “คว่ำบาตรทางคะแนนเสียง” ต่อพรรคการเมืองที่มีพฤติกรรมอันเป็นปฏิปักษ์ต่อการพัฒนาประเทศ ดังนี้:
1. พรรคที่ทุจริตซื้อเสียงและพัวพันธุรกิจสีเทา หรือมีประวัติพัวพันยาเสพติดและผู้มีอิทธิพล 2. พรรคที่มุ่งเน้นนโยบายและโครงการที่ “สัญญาว่าจะแจก จะปรนเปรอ” โดยเอาเงินภาษีของประชาชนหรือกู้มาแจก ซึ่งเป็นการสร้างภาระหนี้ให้ประชาชนในอนาคต
- พรรคที่สนับสนุนอบายมุขมอมเมาสังคม ทั้งบ่อนกาสิโน พนันออนไลน์ และกัญชาเพื่อการสันทนาการ
- พรรคที่มีประวัติทุจริตเชิงนโยบายและเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนผูกขาด ทั้งในและต่างประเทศ
- พรรคที่เป็นแหล่งสุมหัวของผู้มีอิทธิพลบ้านใหญ่ รวมตัวโดยไร้อุดมการ มุ่งแต่ได้ตำแหน่ง อำนาจและผลประโยชน์
การเลือกตั้งครั้งนี้คือ “โอกาสสุดท้าย” ของการพลิกฟื้นสถานการณ์บ้านเมือง ประชาชนต้องร่วมกันใช้อำนาจที่มี
เลือกพรรคการเมืองที่มีนโยบายยั่งยืนและผู้นำที่มีกระดูกสันหลังทางจริยธรรม
เพื่อหยุดยั้งความเสื่อมโทรมและสร้างประเทศไทยที่ยุติธรรมสำหรับทุกคน
รายนามผู้ ร่วมแถลง การ กลุ่มนักวิชาการเพื่อสังคม
1 ศาสตราจารย์พิเศษวิชา มหาคุณ
2 ศาสตราจารย์ ดร.ผลิน ภู่จรูญ
3 รศ.ดร. เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง
4 รศ.ดร.ปกรณ์ ปรียากร
5.ศาสตราจารย์ ดร.มิ่งสรรพ์ ขาวสอาด
6 ศาสตราจารย์ ดร.บรรเจิด สิงคะเนติ
7.รศ.ดร.ธีรภัทร สงวนกชกร
8 ผศ.ดิเรก เต็งจำรูญ
9 อ. สุพรรณ นพสุวรรณชัย
10 รศ. ดร. สมศักดิ์ แต้มบุญเลิศชัย
11 รศ มณีรัตน์ ภิญโญภูษาฤกษ์
12 รศ.ดร. ต่อตระกูล ยมนาค
13 นพ. สุภกร บัวสาย
14 รศ. ดร. ภาวดี ทองอุไทย
15.รศ. ดร.นิยม รัฐอมฤต
- อ.มานิต สุขสมจิต
17.ดร.ณัติกาญจน์ สูติพันธ์วิหาร
18.ดร.สมชาย แสวงการ
19.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘อนุทิน’ เผยเคล็ดลับช่วงเลือกตั้ง พูดให้น้อย ห่วงเรื่องตัวเองให้มากๆ อย่าไปยุ่งเรื่องของคนอื่นเขา
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการร่วมเวที “ทิศทางโลกทิศทางไทย” Global Dyn
'อนุทิน' ไม่ปิดกั้นจับมือ 'เพื่อไทย-ปชน.' หากรับนโยบายภูมิใจไทยได้
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) และแคนดิเดตนายกฯ ร่วมงาน“ทิศทางโลกทิศทางไทย” Global Dynamics and Thailand 's Future หัวข้อ Thailand Vision 2035
จาก 2554 ถึง 2569 ประชาธิปัตย์ในสนามฟื้นตัว มากกว่าสนามชิงอำนาจ
การเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 กำลังเข้าสู่ช่วงที่ภาพการแข่งขันเริ่มนิ่งขึ้น สนามครั้งนี้ไม่ได้เปิดทางให้พรรคการเมืองพรรคเดียวรว
'กษิต' ชี้ 3 ปีผ่านมา 'ปชน.' บ่อนทำลายตัวเอง หากไม่ปรับปรุง อย่าหวังชนะท่วมท้นเหมือนปี 66
กษิต ชี้ระหว่าง 3 ปีที่ผ่านมา พรรคประชาชน ได้บ่อนทำลายตัวเองมาเป็นลำดับ ด้วยชั้นเชิงทางการเมืองที่อ่อนด้อย
นราธิวาส ประกาศยกเลิกเคอร์ฟิว ตั้งแต่ 12 ม.ค. หลังควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว
หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ยกเลิกประกาศการเพิ่มมาตรการบริเวณจุดผ่านแดน และห้ามบุคคลออกนอกเคหะสถานภายในระหว่างระยะเวลาที่กำหนด
'มาร์ค' ทิ้งระเบิดใส่ 'ภท.-ปชน.' ท้า 'อนุทิน' กล้าประกาศไม่จับมือ 'พท.-ปชป.' หรือไม่
‘อภิสิทธิ์’ทิ้งระเบิดใส่ ภูมิใจไทย-ประชาชน เย้ยหากพูด จะเป็นฝ่ายค้านหลังเลือกตั้ง ยันไม่ปิดประตูจับมือเพื่อไทย แต่หากระบอบทักษิณยื่นมือเข้ามา งับมือขาดทันที ขอเสียงอนุรักษ์นิยมฯ เทใจให้พรรคสีฟ้า บอกจะไม่ยอมอีกแล้วให้เอาสถาบันฯ มาสร้างความแตกแยก

