ไม่เอาเทาในสโลแกน เรื่องเทาในพรรคส้ม!

การเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 กำลังบังคับให้พรรคการเมืองทุกพรรคหันกลับมารับผลจากสิ่งที่ตัวเองสร้างไว้ ทั้งภาพลักษณ์ วิธีวางตัว และถ้อยคำที่ใช้สื่อสารกับสังคมในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

พรรคประชาชน หรือ “พรรคส้ม” เป็นหนึ่งในพรรคที่เลือกเดินเกมนี้อย่างชัด ไม่ได้วางตัวเป็นพรรคทางเลือกธรรมดา แต่สร้างภาพการเมืองขาว สะอาด และใช้สโลแกน “มีเรา ไม่มีเทา” เป็นแกนหลักในการแยกฝั่งทางการเมือง ถ้อยคำนี้ถูกใช้ซ้ำ ใช้หนัก และใช้เป็นเครื่องมือสร้างความชอบธรรมให้กับพรรคมาโดยตลอด

สโลแกนดังกล่าวไม่ได้อยู่แค่บนป้ายหรือเวทีหาเสียง แต่ถูกนำไปใช้ลดทอนฝ่ายตรงข้าม ใช้ชี้ผิดชี้ถูกทางการเมือง และใช้ยกระดับภาพลักษณ์ของพรรคตัวเองอย่างต่อเนื่อง พรรคเป็นฝ่ายเลือกตั้งมาตรฐานนี้ขึ้นมากับสังคมเอง

เช้าวันที่ 14 มกราคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์ บก.สอท.3 และ บก.สอท.4 เข้าจับกุม นายรัชต์พงศ์ สร้อยสุวรรณ ผู้สมัคร สส. เขต 2 จังหวัดตาก ตามหมายจับศาลอาญาที่ 196/69 ลงวันที่ 13 มกราคม 2569

ข้อกล่าวหาที่แจ้งต่อศาลระบุชัด นายรัชต์พงศ์ถูกกล่าวหาว่าร่วมกันจัดให้มีการเล่นหรือชักชวนให้มีการเล่นพนันออนไลน์โดยไม่ได้รับอนุญาต สมคบกันฟอกเงิน และร่วมกันฟอกเงิน เป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์ชื่อ nakarin789 ซึ่งเจ้าหน้าที่ระบุว่าเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2565 มีเงินหมุนเวียนในระบบมากกว่า 300 ล้านบาท

การสืบสวนไล่ตั้งแต่หน้าเว็บไซต์ บัญชีรับเงิน บัญชีพัก ไปจนถึงบัญชีผู้รับประโยชน์หลายทอด นำไปสู่การออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องรวม 6 ราย ปัจจุบันจับกุมได้แล้ว 4 ราย อีก 2 รายยังอยู่ระหว่างติดตามตัว

น้ำหนักของคดีไม่ได้อยู่แค่รายละเอียดในสำนวน แต่อยู่ที่ตัวบุคคล นายรัชต์พงศ์ไม่ใช่คนหน้าใหม่ในสนามการเมือง เขาเคยดำรงตำแหน่ง สส. สังกัดพรรคส้ม ตั้งแต่ปี 2566 จนถึงการยุบสภา และในช่วงที่ถูกจับกุม กำลังลงสมัครรับเลือกตั้งอีกครั้งในนามพรรคเดิม

กล่าวให้ชัด นี่ไม่ใช่กรณีบุคคลภายนอกแอบอ้างชื่อพรรค แต่เป็นคนที่พรรคเคยคัดเลือก เคยรับรอง และเคยใช้ชื่อไปขอคะแนนเสียงจากประชาชนมาแล้ว

ภาพลักษณ์ลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นกับพรรคมาก่อน จากกรณี นายบุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ ผู้สมัคร สส. กรุงเทพมหานคร เขต 33 ที่ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมในคดี ฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายยาเสพติด ซึ่งศาลพิจารณาแล้วไม่อนุญาตให้ประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีร้ายแรง

กรณีดังกล่าวทำให้พรรคต้องถอนผู้สมัครกลางกระบวนการ แม้จะพยายามตัดตอนทางการเมือง แต่ผลกระทบทางภาพลักษณ์ได้เกิดขึ้นไปแล้ว และถูกจดจำในฐานะบาดแผลสำคัญของพรรคก่อนเข้าสู่การเลือกตั้ง

เมื่อบุคคลสองรายต่างกันในรายละเอียดคดี แต่ใช้ชื่อพรรคเดียวกัน ผ่านการคัดเลือกจากโครงสร้างเดียวกัน และลงสนามภายใต้สโลแกนเดียวกัน การอธิบายว่าเป็นเรื่องส่วนตัว ย่อมไม่สามารถตัดขาดผลทางการเมืองได้

ยิ่งไปกว่านั้น กระแสในแวดวงการเมืองและโลกใต้ดินยังพูดถึงบุคคลในพรรคที่พัวพันกับพนันออนไลน์มากกว่าสองราย ตั้งแต่ระดับผู้ช่วยหาเสียง ผู้ช่วย สส. ไปจนถึงเครือข่ายที่ใกล้ชิดกับการเมืองในพื้นที่ แม้หลายเรื่องยังไม่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แต่ก็เพียงพอจะทำให้ภาพ “ไม่เอาเทา” เสื่อมน้ำหนักลงอย่างรวดเร็ว

พรรคที่เลือกยกความขาวขึ้นเป็นจุดขาย ย่อมต้องรับแรงสะท้อนมากกว่าพรรคอื่น และเมื่อข้อกล่าวหาที่เกิดขึ้นเป็นคดีพนันออนไลน์และฟอกเงิน ซึ่งกฎหมายถือว่าเป็นอาชญากรรมร้ายแรง แรงกระแทกจึงไม่ได้จบที่บุคคล แต่พาดผ่านไปถึงความน่าเชื่อถือของพรรคทั้งก้อน

คำพูดของ ”ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ“ ที่เคยหยิบวลี “การเมืองใหม่ อนาคตใหม่ของลูกหลาน” ขึ้นมาอธิบายทิศทางพรรค ถูกใช้เป็นภาพใหญ่เพื่อยืนยันว่าพรรคประชาชนกำลังทำการเมืองในระดับที่สูงกว่าเดิม

แต่เมื่อข้อเท็จจริงกลับเกิดจากคนในพรรคเอง ตั้งแต่อดีต สส. ไปจนถึงผู้สมัครในนามพรรค ภาพอนาคตที่พูดถึงลูกหลานจึงถูกดึงกลับมาชนกับปัญหาของ “ลูกพรรค” ในปัจจุบันทันที เพราะก่อนจะไปไกลถึงอนาคตของประเทศ สิ่งที่สังคมเห็นชัด คือความยุ่งเหยิงที่เกิดขึ้นภายในโครงสร้างเดียวกัน และภายใต้แนวคิดเดียวกันที่พรรคใช้สื่อสารกับประชาชนมาโดยตลอด

ก่อนถึงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 พรรคส้ม ไม่อาจยืนอยู่ในบทบาทผู้ตั้งมาตรฐานฝ่ายเดียวอีก เพราะสิ่งที่พรรคใช้วัดผู้อื่น กำลังถูกนำมาวัดพรรคต้นทางด้วยเหตุการณ์จริง

สนามเลือกตั้งครั้งนี้จึงไม่ได้ตัดสินกันด้วยถ้อยคำหรือภาพที่จัดวาง แต่ตัดสินจากข้อเท็จจริงที่ปรากฏต่อเนื่อง เมื่อ “เทา” ไม่ได้อยู่นอกพรรค แต่อยู่ในพรรคเอง สิ่งที่พรรคเคยใช้ชี้คนอื่น ย่อมย้อนกลับมาทิ่มพรรคต้นทางอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เอ้า…เฉลย! 'ปิยบุตร' เหตุทิ้งส้ม เพราะพรรคเปลี่ยนไป รวมศูนย์เป็นเผด็จการไม่ฟังใคร

ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า โพสต์ข้อความว่า ในความรับรู้และการค้นคว้าศึกษาของผม ไม่มีทฤษฎีพรรคมวลชนจาก

พฤฒสภา คือ สภาปรีดี จริงหรือ ? (40)

ก่อนจะเกิดรัฐธรรมนูฉบับที่ 4 หรือรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2490 เรามีรัฐธรรมนูญฉบับที่ 2 คือฉบับ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2475

สว.นันทนา ซัด 'กกต.' ปิดฟ้าด้วยฝ่ามือฟ้องปิดปาก ปชช. วอนหยุดขัดขวางการตรวจสอบ

‘นันทนา’ จวก กกต. ปิดฟ้าด้วยฝ่ามือ ฟ้องปิดปาก ปชช. เรียกร้อง ยุติขัดขวางการตรวจสอบ ขอ ‘กกต.‘ หนุน ‘สมชัย’ จัดจำลองการเลือกตั้งไม่ใช่ขัดขวาง ชี้หากผิดกฎหมายเด็กประถมเลือกหัวหน้าห้องก็ทำไม่ได้หรือไม่