'นิด้าโพล' เผยประชาธิปัตย์กลับมายึดนครศรีฯได้อีกครั้ง ทิ้งภูมิใจไทยเป็นทุ่ง!

27 ม.ค.2569-ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง “เลือกตั้ง 69 ของคนนครศรีธรรมราช” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 19 – 21 มกราคม 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งในจังหวัดนครศรีธรรมราช กระจายทุกระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,067 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ปี 69 ของคนจังหวัดนครศรีธรรมราช

การสำรวจอาศัย การสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนด ค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.05 ที่ระดับความเชื่อมั่น ร้อยละ 95.0

จากการสำรวจเมื่อถามถึงบุคคลที่คนนครศรีธรรมราชจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 51.45 ระบุว่าเป็น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (พรรคประชาธิปัตย์) อันดับ 2 ร้อยละ 16.40 ระบุว่าเป็น นายอนุทิน ชาญวีรกูล (พรรคภูมิใจไทย) อันดับ 3 ร้อยละ 14.34 ระบุว่าเป็น นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (พรรคประชาชน) อันดับ 4 ร้อยละ 10.50 ระบุว่า ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ อันดับ 5 ร้อยละ 1.78 ระบุว่าเป็น พลเอกรังษี กิติญาณทรัพย์ (พรรคเศรษฐกิจ) ร้อยละ 5.34 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค (พรรครวมไทยสร้างชาติ) นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ (พรรคเพื่อไทย) นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล (พรรคประชาชน) คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (พรรคไทยสร้างไทย) ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ (พรรคไทยก้าวใหม่) ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า (พรรคกล้าธรรม) นายกรณ์ จาติกวณิช (พรรคประชาธิปัตย์) นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ (พรรคเพื่อไทย) นายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล (พรรคปวงชนไทย)นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ (พรรคทางเลือกใหม่) นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ (พรรคเพื่อไทย) นางสาวตรีนุช เทียนทอง (พรรคพลังประชารัฐ) พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง (พรรคประชาชาติ) นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา (พรรคประชาชาติ) นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว (พรรคภูมิใจไทย) พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส (พรรคเสรีรวมไทย) นายชวน หลีกภัย (พรรคประชาธิปัตย์) นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ และไม่ประสงค์ลงคะแนน (Vote No) และร้อยละ 0.19 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

สำหรับพรรคการเมืองที่คนนครศรีธรรมราชมีแนวโน้มในการเลือก สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 51.08 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์ อันดับ 2 ร้อยละ 16.87 ระบุว่าเป็น พรรคภูมิใจไทย อันดับ 3 ร้อยละ 15.18 ระบุว่าเป็น พรรคประชาชน อันดับ 4 ร้อยละ 8.43 ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ อันดับ 5 ร้อยละ 2.25 ระบุว่าเป็นพรรคเพื่อไทย อันดับ 6 ร้อยละ 1.41 ระบุว่าเป็น พรรคเศรษฐกิจ อันดับ 7 ร้อยละ 1.31 ระบุว่าเป็น พรรคกล้าธรรม ร้อยละ 3.00 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคไทยก้าวใหม่ พรรคประชาชาติ พรรคโอกาสใหม่ พรรคพลังประชารัฐ พรรคเสรีรวมไทย พรรคทางเลือกใหม่ พรรคไทยสร้างไทย พรรคกรีน และไม่ประสงค์ลงคะแนน (Vote No) และร้อยละ 0.47 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงพรรคการเมืองที่คนนครศรีธรรมราชมีแนวโน้มในการเลือก สส. แบบบัญชีรายชื่อ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 53.70 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์ อันดับ 2 ร้อยละ 16.31 ระบุว่าเป็น พรรคภูมิใจไทย อันดับ 3 ร้อยละ 15.93 ระบุว่าเป็น พรรคประชาชน อันดับ 4 ร้อยละ 6.95 ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ อันดับ 5 ร้อยละ 1.87 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย อันดับ 6 ร้อยละ 1.59 ระบุว่าเป็น พรรคเศรษฐกิจ ร้อยละ 3.28 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคกล้าธรรม พรรคไทยก้าวใหม่ พรรคประชาชาติ พรรคพลังประชารัฐ พรรคไทยสร้างไทย พรรคเสรีรวมไทย พรรคทางเลือกใหม่ และไม่ประสงค์ลงคะแนน (Vote No) และร้อยละ 0.37 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

มื่อพิจารณาลักษณะทั่วไปของตัวอย่าง พบว่า ตัวอย่างทั้งหมดมีภูมิลำเนาตามทะเบียนบ้านอยู่จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยตัวอย่าง ร้อยละ 48.92 เป็นเพศชาย และร้อยละ 51.08 เป็นเพศหญิง ตัวอย่าง ร้อยละ 10.78 อายุ 18-25 ปี ร้อยละ 17.81 อายุ 26-35 ปี ร้อยละ 18.37 อายุ 36-45 ปี ร้อยละ 25.96 อายุ 46-59 ปี และร้อยละ 27.08 อายุ 60 ปีขึ้นไป โดยตัวอย่าง ร้อยละ 94.75 นับถือศาสนาพุทธ ร้อยละ 4.97 นับถือศาสนาอิสลาม และร้อยละ 0.28 นับถือศาสนาคริสต์ และศาสนาอื่น ๆ

ตัวอย่าง ร้อยละ 31.68 สถานภาพโสด ร้อยละ 66.45 สมรส และร้อยละ 1.87 หม้าย หย่าร้าง แยกกันอยู่ โดยตัวอย่าง ร้อยละ 0.28 ไม่ได้รับการศึกษา ร้อยละ 20.62 จบการศึกษาประถมศึกษา ร้อยละ 34.96 จบการศึกษามัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 8.53 จบการศึกษาอนุปริญญาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 32.43 จบการศึกษาปริญญาตรีหรือเทียบเท่า และร้อยละ 3.18 จบการศึกษาสูงกว่าปริญญาตรี

ตัวอย่าง ร้อยละ 10.88 ประกอบอาชีพข้าราชการ/ลูกจ้าง/พนักงานรัฐวิสาหกิจ ร้อยละ 12.65 ประกอบอาชีพพนักงานเอกชน ร้อยละ 21.74 ประกอบอาชีพเจ้าของธุรกิจ/อาชีพอิสระ ร้อยละ 17.34 ประกอบอาชีพเกษตรกร/ประมง ร้อยละ 13.68 ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป/ผู้ใช้แรงงาน ร้อยละ 18.37 เป็นพ่อบ้าน/แม่บ้าน/เกษียณอายุ/ว่างงาน และร้อยละ 5.34 เป็นนักเรียน/นักศึกษา

ตัวอย่าง ร้อยละ 19.40 ไม่มีรายได้ ร้อยละ 2.16 รายได้เฉลี่ยต่อเดือนไม่เกิน 5,000 บาท ร้อยละ 16.12 

รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 5,001-10,000 บาท ร้อยละ 35.52 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 10,001-20,000 บาท ร้อยละ 11.62
รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 20,001-30,000 บาท ร้อยละ 5.62 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 30,001-40,000 บาท ร้อยละ 1.78
รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 40,001-50,000 บาท ร้อยละ 0.85 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 50,001-60,000 บาท ร้อยละ 0.28
รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 60,001-70,000 บาท ร้อยละ 0.28 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 80,001 บาทขึ้นไป และร้อยละ 6.37
ไม่ระบุรายได้.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โสภณโบกมือลาทำ เนียบฯ ส้มดันเท้งชิงเก้าอี้นายกฯ

“โสภณ” อำลาทำเนียบฯ รอนั่งเก้าอี้ประธานสภาฯ “ปชน.” ส่งชื่อ “ณัฐพงษ์” ชิงเก้าอี้นายกฯ ส่วน ปธ.ฝ่ายนิติบัญญัติยังอุบชื่อ “ภคมน” ลั่นค้านแบบไม่ออมมือแน่ ด้าน “ปชป.”

'โสภณ' เชื่อขรก.ยึดกม. ตอบสังคมได้ อย่ากังวลข่าวตีตก 'คดีฮั้ว สว.'

'โสภณ' เชื่อข้าราชการยึดหลักกฎหมายเป็นหลังพิง หลังมีข่าวชุดอนุฯ กกต. ยกคำร้อง 'คดีฮั้ว สว.' ขออย่ากังวลในยุคตรวจสอบ ต้องตอบคำถามสังคมได้

เดี๋ยวก็รู้เอง! 'โสภณ' เขินภูมิใจไทย มีมติเสนอชื่อตัวเองนั่งปธ.สภาฯ

ที่ทำเนียบรัฐบาล นาย โสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะสส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกระแสข่าว ว่าที่ประชุมพรรคภูมิใ

เพจ BIOTHAI ชูแนวคิดแก้ปัญหาเกษตรกรรม 'พิธา' เหนือกว่า 'ศุภจี'

เพจ BIOTHAI โพสต์บทวิเคราะห์นโยบายด้านการเกษตรว่า พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และศุภจี สุธรรมพันธุ์ เป็นนักการเมืองต่างเส้นทาง 2 คนที่มีบ

'รบ.อนุทิน2' ลุยรวมกระทรวงท่องเที่ยว-วธ. ลดค่าไฟ 3 บาท ใช้ไม่เกิน 200 ยูนิต

'ภท.' เล็งรวมกระทรวงท่องเที่ยวเข้ากับวัฒนธรรม แยก ก.กีฬา เพื่อให้ทำงานชัดเจน เร่งสางปัญหาปากท้อง ลดค่าครองชีพ ใช้ไฟต่ำกว่า 200 ยูนิต จ่ายหน่วยละ 3 บาท คลอดใน 3 เดือน ส่วนแก้รธน. ไม่รีบ

'อัษฎางค์' ชำแหละ 'อนุทิน2' จะไม่มีกล้าธรรม ยกเว้นผู้กองยอมถอยหนึ่งก้าว

เอ็ดดี้ มองพรรคภูมิใจไทยเพลย์เซฟในทุกเรื่องมาตั้งนานแล้ว สังเกตง่ายๆ จากการถอนตัวของคุณชาดาซึ่งตอนนั้นเป็น รมช.มหาดไทย และส่งลูกสาวขึ้นมาแทน