ในการสื่อสารทางการเมืองของ พรรคประชาชน หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า “พรรคส้ม” ภาพของ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” ถูกใช้เป็นตัวนำอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่จากผลงานหรือบทบาทในสนามเลือกตั้ง แต่จากบุคลิกที่ถูกจัดวางให้ดูนิ่ง ดูเนี้ยบ ดูเหมือนพร้อมอยู่ตลอดเวลา การสื่อสารแบบนี้ไม่ต้องใช้คำอธิบายมาก แค่ให้คนเห็นแล้วรู้สึกเอาเองว่านี่คือผู้นำ
การเมืองในแบบนี้ไม่ได้พยายามเล่าเนื้อหา แต่เลือกเล่าบุคลิก ภาพถูกใช้แทนรายละเอียด ความเงียบถูกใช้แทนคำตอบ และท่าทางถูกใช้แทนผลงาน การรับรู้เกิดขึ้นเร็ว แต่ไม่ได้พาไปไกล
สนามเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นช่วงเวลาที่พรรคการเมืองควรอธิบายให้ชัดว่ามีอะไรอยู่ในมือ แต่พิธาถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง ไม่ได้ลงสมัคร และไม่ต้องแบกรับผลแพ้ชนะ ภาพที่ปรากฏจึงกลายเป็นการดันตัวตนของเขาขึ้นมาหน้าเวที ขณะที่เนื้อหาค่อย ๆ ถอยไปอยู่ข้างหลัง
ในโค้งสุดท้าย การสื่อสารจำนวนมากวนอยู่กับ “ความเป็นพิธา” มากกว่านโยบายหรือแนวทางบริหาร บุคลิกถูกใช้เป็นตัวนำ เพื่อประคองความสนใจของผู้สนับสนุน โดยเฉพาะกลุ่มคนหนุ่มสาวและบรรดาด้อมที่หลงกับภาพมากกว่าสาระ
ท่าทางยกมือเบา ๆ โบกช้า ๆ ราวกับเพิ่งลงจากเวทีนานาชาติแล้วหันมาทักทายมวลชน ถูกนำมาใช้อย่างจงใจ ภาพแบบนี้สื่อสารอย่างเดียวว่าผู้ชายคนนี้กำลังพยายามทำให้ดูเหมือน “ผู้นำระดับโลก”
ทั้งที่เมื่อมองกลับไปยังเส้นทางชีวิตจริงของพิธา ไม่เคยมีความสำเร็จด้านการบริหารหรือธุรกิจให้พูดถึงเป็นชิ้นเป็นอัน บริษัทที่เคยทำไม่ได้ถูกจดจำในฐานะความสำเร็จ ภาพการโบกมือแบบผู้นำโลกจึงเด่นกว่าสิ่งที่เคยทำจริง
เมื่อไม่มีผลงานให้พูดถึง ภาพลักษณ์จึงต้องทำงานแทน ความเนี้ยบ ความนิ่ง และการวางตัวให้ดูเหนือเกม ถูกใช้แทนคำตอบว่าเคยจัดการอะไรสำเร็จบ้าง
พรรคส้มมีทีม มีโครงสร้าง และมีผู้สมัครหลักอยู่แล้ว นั่นไม่ใช่ปัญหา แต่สิ่งที่ถูกเลือกในโค้งสุดท้ายคือการชูบุคลิกของพิธา มากกว่าชูเนื้อหาที่พรรคควรขาย ผลคือการหาเสียงกลายเป็นการขายความรู้สึก มากกว่าการขายคำตอบ
เป้าหมายของพรรคคือการผลักดัน ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ไปสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แต่ภาพที่ถูกสื่อออกมากลับไม่ช่วยทำให้ภาพความพร้อมของแคนดิเดตนายกฯ ชัดขึ้น การหาเสียงยังวนอยู่กับตัวตนของคนที่ไม่ได้ลงสมัคร
คำอธิบายที่ใช้คือ ภาพลักษณ์แบบนี้ช่วยเรียกความสนใจ ซึ่งก็จริงในระดับหนึ่ง แต่มันเรียกได้แค่สายตา ไม่ได้ทำให้เห็นความสามารถ และไม่ทำให้เชื่อว่าจะบริหารประเทศได้อย่างไร
เมื่อไม่มีเนื้อหาใหม่ ไม่มีผลงานเก่าให้หยิบมาอ้าง การสื่อสารจึงต้องวนกลับมาที่ภาพเดิม ท่าเดิม และบุคลิกเดิม ความว่างเปล่าจึงไม่ได้เกิดจากการไม่เคยเป็นรัฐบาล แต่เกิดจากการไม่มีอะไรในชีวิตการทำงานที่ผ่านมาให้ใช้ยืนยัน
โค้งสุดท้ายของพรรคส้มจึงดูเหมือนเหลือของให้ขายอยู่ชิ้นเดียว คือการขายพิธาซ้ำอีกครั้ง ขายความเนี้ยบ ขายความนิ่ง และขายท่าทางแบบผู้นำโลก หวังประคองแรงเชียร์จากด้อมที่หลงกับภาพ
มันตลกในทางการเมือง เพราะสนามเลือกตั้งควรเป็นพื้นที่ของคำตอบ แต่กลับกลายเป็นพื้นที่ของการประคองตัวตน พรรคที่เคยพูดเรื่องเนื้อหา ลงเอยด้วยการขายภาพของคนที่ไม่ได้ลงสมัคร และเมื่อไม่มีอะไรจริงให้หยิบมาโชว์ ก็ต้องพึ่งของที่ดูดี ทั้งที่มันกลวง และว่างเปล่า.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
พิมไจ-ลักษณารีย์ แอ็กติวิสต์ เชื้อสายกบฏเงี้ยว สู่ สส.แพร่ พรรคประชาชน
สภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ที่มาจากการเลือกตั้งเมื่อ 8 ก.พ. 2569 เริ่มต้นปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการแล้ว หลังการเปิดประชุมสภานัดแรก 15 มี.ค. ส่วนที่ว่าสภาชุดนี้จะอยู่ได้ยาวนานแค่ไหน มีโอกาสครบเทอม 4 ปีหรือไม่ ต้องติดตามกันต่อไป
ด้อมส้มขอยอม จี้‘เท้ง’ตอบชัดๆ IDหลุดจ่อซวย!
งานหยาบ! ด้อมส้มยังทนไม่ได้ ข้อมูลสมาชิกพรรคหายเป็นแสน "อหหหหหห งี้ไม่เรียกหลุดเล็กน้อย อันนี้เอาชื่อกูไปทำอะไรก็ได้ละเนี่ย" จี้ "เท้ง" ตอบให้ชัด โปร่งใส และรับผิดชอบ ด้าน “ศุภชัย” ซัดขอโทษไม่พอ! ต้องรับผิดชอบด้วย
'แก้วตา' ซัดพรรคส้มส่ง 'เท้ง' ชิงนายกฯ เล่นละครการเมือง รู้เต็มอกไม่มีทางชนะ แค่หวังปั่นอารมณ์มวลชน
น.ส.ธิษะณา ชุณหะวัณ อดีต สส.กทม. พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า การที่พรรคประชาชนส่ง “เท้ง” ลงชิงโหวตนายกฯ ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าไม่มีทางชนะ ไม่ใช่การต่อสู้เพื่อจัดตั้งรัฐบาล แต่เป็นเพียงเกมการเมืองเพื่อสร้างภาพว่า “ฉันได้สู้แล้ว” และหวังเก็บกระแส
'นางแบก' ตอกพรรคส้มวิปริต ลั่นเพื่อไทย 'ขาน' ชื่ออนุทิน ไม่ใช่ 'คราง'
น.ส.ลักขณา ปันวิชัย หรือ “แขก คำผกา” พิธีกรชื่อดัง ซึ่งสนับสนุนพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า ทำไมพรรคส้มถูกล้อ เรื่อง ’คราง‘ ชื่ออนุทิน ?
มติพรรคประชาชน ส่ง 'เท้ง' ชิงเก้าอี้นายกฯ
น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ รองโฆษกพรรคประชาชนกล่าวถึงผลการประชุมว่า ที่ประชุมมีมติส่งรายชื่อชิงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร และ ส่งนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพราะเป็นการยืนยันว่าพรรคประชาชนเป็นพรรคฝ่ายค้านอันดับ 1
'พรรคส้ม' อ้างถูกแฮ็กฐานข้อมูลสมาชิก แต่ไม่ไปแจ้งตำรวจ สงสัยกุเรื่องกลบเกลื่อนความผิด
สืบเนื่องจาก พรรคประชาชน ทำข้อมูลสมาชิกพรรคกว่า 8 หมื่นรายหลุดสู่สาธารณะ โดยโพสต์ข้อความแจ้งสมาชิกพรรคประชาชนถึงความพยายามของบุคคลภายนอกในการเข้าถึงฐานข้อมูลของพรรคโดยไม่ได้รับอนุญาต

