วาทกรรมเตะตัดขา 'หมอฮีโร่' คำถามที่พรรคส้มไม่กล้าตอบ

กรณีของ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ เริ่มต้นจากเรื่องวินัยราชการ ไม่ใช่เรื่องความคิดเห็น ไม่ใช่เรื่องอุดมการณ์ และไม่ใช่เรื่องเลือกข้างทางการเมือง หากแต่เป็นการตรวจสอบการใช้งบประมาณของรัฐในช่วงโควิด ซึ่งต้องพิจารณาจากเอกสาร ตัวเลข และขั้นตอนการทำงานเป็นหลัก

ช่วงปี 2564 ขณะดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ จังหวัดสงขลา นพ.สุภัทร มีอำนาจโดยตรงในการบริหารงบประมาณและการจัดซื้อเวชภัณฑ์ หนึ่งในภารกิจสำคัญคือการจัดซื้อชุดตรวจโควิด-19 แบบ ATK เพื่อนำไปใช้ในการตรวจเชิงรุกตามนโยบายของรัฐในช่วงการระบาด

ประเด็นที่ถูกหยิบขึ้นมาตรวจสอบ คือวิธีการจัดซื้อและราคาที่เกิดขึ้นจริง เอกสารการจัดซื้อระบุว่ามีการใช้วิธีเฉพาะเจาะจงกับบริษัทเดิมหลายครั้งในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน และมีการแบ่งการจัดซื้อออกเป็นหลายสัญญา โดยแต่ละครั้งมีวงเงินไม่เกิน 1.99 ล้านบาท

ราคาชุดตรวจที่โรงพยาบาลจะนะจัดซื้ออยู่ที่ประมาณ 250 บาทต่อชุด ขณะที่ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน หน่วยงานของรัฐหลายแห่งสามารถจัดซื้อ ATK ได้ในราคาประมาณ 70 บาทต่อชุด หลังจากมีการเปิดการแข่งขันมากขึ้น ตัวเลขเหล่านี้เป็นข้อมูลจากการจัดซื้อจริง ไม่ใช่การคาดเดา

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เรื่องเจตนา แต่เป็นเรื่องความเหมาะสม เหตุใดโรงพยาบาลระดับอำเภอจึงต้องจัดซื้อในราคาที่สูงกว่าหน่วยงานรัฐอื่นหลายเท่า และมีเหตุผลใดรองรับความแตกต่างดังกล่าวในด้านคุณภาพหรือความจำเป็น

นอกจากราคา กระบวนการจัดซื้อยังถูกตั้งข้อสังเกตในเรื่องขั้นตอน บางสัญญามีการดำเนินการในวันเดียวกับการประกาศผล และบางกรณีมีการทำสัญญาก่อนประกาศ เมื่อดูแยกเป็นรายครั้งอาจดูเป็นขั้นตอนการทำงาน แต่เมื่อมองรวมกับการเลือกผู้ขายรายเดียวและการแบ่งสัญญาอย่างต่อเนื่อง ภาพที่ออกมาคือรูปแบบการจัดซื้อที่ถูกตั้งคำถามเรื่องความเหมาะสมในการใช้งบประมาณ

ฝ่าย นพ.สุภัทร ชี้แจงว่าการจัดซื้อดังกล่าวเป็นไปตามหนังสือสั่งการของกรมบัญชีกลางในช่วงโควิด ซึ่งเปิดช่องให้จัดซื้อได้รวดเร็วขึ้นเพื่อรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน ขณะที่ฝ่ายกระบวนการสอบวินัยยืนยันว่าการดำเนินการทั้งหมดเป็นไปตามขั้นตอนของระเบียบราชการ และพิจารณาจากข้อเท็จจริงด้านราคา วิธีการ และพฤติกรรมการจัดซื้อโดยรวม

เมื่อพิจารณาข้อมูลทั้งหมด คณะกรรมการตามกระบวนการวินัยมีมติให้พ้นจากราชการ โดยยึดกรอบการบริหารงบประมาณและการใช้งบของรัฐเป็นหลัก ทั้งนี้ ผู้ถูกลงโทษยังมีสิทธิใช้ช่องทางตามกฎหมายที่เปิดไว้

แม้คดีวินัยจะเป็นเรื่องการจัดซื้อของโรงพยาบาลจะนะโดยตรง แต่คำว่า “เตะตัดขา” กลับถูกหยิบมาใช้ในพื้นที่สาธารณะ พร้อมกับสถานะใหม่ของ นพ.สุภัทร ในฐานะผู้สมัคร สส. จังหวัดสงขลา ในนามพรรคประชาชน หรือที่เรียกกันว่า “พรรคส้ม” ในการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569

การอธิบายในลักษณะนี้พยายามทำให้สังคมเชื่อว่า การลงโทษทางวินัยเป็นความพยายามสกัดผู้สมัคร ทั้งที่ในความเป็นจริง กระบวนการสอบวินัยเริ่มต้นและดำเนินมาก่อนการเลือกตั้ง และก่อนการลงสมัครอย่างเป็นทางการ

ภาพของ นพ.สุภัทร ในฐานะบุคคลสาธารณะ ถูกเชื่อมโยงกับแนวคิดและเครือข่ายของพรรคส้มมาเป็นเวลานาน จากบทบาทในชมรมแพทย์ชนบท การแสดงจุดยืนเชิงนโยบาย และการสื่อสารในประเด็นต่าง ๆ เมื่อมีการลงสมัคร ภาพเหล่านี้จึงถูกนำมาต่อเข้ากันอย่างไม่ยากในสายตาของผู้สนับสนุน

เมื่อมีมติทางวินัยออกมา คดีที่ควรอยู่ในกรอบเอกสาร ตัวเลข และกระบวนการจัดซื้อ กลับถูกย้ายไปอยู่ในกรอบการเมือง การสื่อสารไม่ได้เน้นว่าปัญหาอยู่ตรงไหน ราคาแตกต่างอย่างไร หรือเหตุใดจึงถูกตั้งคำถามเรื่องความคุ้มค่า แต่เลือกพูดถึงผลกระทบต่อโอกาสทางการเมืองเป็นหลัก

ภาพ “หมอฮีโร่” จึงถูกขยายควบคู่ไปกับวาทกรรมเตะตัดขา ราวกับว่าการรับมือกับวิกฤตโควิดถูกขับเคลื่อนด้วยบุคคลเพียงคนเดียว ทั้งที่ในความเป็นจริง การฝ่าฟันวิกฤตครั้งนั้นเป็นผลจากการทำงานร่วมกันของแพทย์ พยาบาล บุคลากรสาธารณสุข เจ้าหน้าที่ ห้องแล็บ อสม. และอีกหลายภาคส่วน

การย่อความทรงจำของสังคมให้เหลือเพียงฮีโร่รายบุคคล จึงเป็นการเล่าเรื่องที่ตัดบริบทของความร่วมมือร่วมแรงออกไป

จุดที่น่าสังเกตคือท่าทีของพรรคส้ม พรรคที่ขึ้นชื่อเรื่องการตรวจสอบฝ่ายตรงข้ามอย่างละเอียด ไล่ตั้งคำถามกับเอกสารและกระบวนการอย่างเข้มข้น แต่เมื่อผู้ถูกตรวจสอบเป็นผู้สมัครของพรรคเอง แนวทางการสื่อสารกลับเปลี่ยนไป การตั้งคำถามเชิงเนื้อหาถูกแทนที่ด้วยการอธิบายเรื่องสถานะและบริบททางการเมือง

ข้อเท็จจริงด้านการจัดซื้อถูกลดน้ำหนักลง ขณะที่เรื่องสิทธิในการลงสมัครและวันเลือกตั้งถูกดันขึ้นมาอยู่แถวหน้า ความย้อนแย้งจึงเกิดขึ้นตรงที่ มาตรฐานการตรวจสอบที่เคยใช้กับฝ่ายอื่น ไม่ถูกนำมาใช้กับคนของตัวเองในระดับเดียวกัน

หากมองในเชิงการเมือง การเลือกตั้ง สส. เพียงหนึ่งเขต ไม่ได้เปลี่ยนดุลอำนาจระดับประเทศ และการลงสมัครก็ไม่ได้รับประกันชัยชนะ การอธิบายว่ามีฝ่ายใดยอมระดมต้นทุนระดับกลไกราชการ เพื่อสกัดผู้สมัครรายเดียว จึงเป็นคำอธิบายที่แทบไม่มีน้ำหนัก เพราะไม่ปรากฏแรงจูงใจทางการเมืองที่คุ้มกับการลงทุนเช่นนั้น

เมื่อคำว่า “เตะตัดขา” ไม่สามารถอธิบายได้ว่าใครได้ประโยชน์ ไม่สามารถชี้ให้เห็นแรงจูงใจที่คุ้มค่าในทางการเมือง และไม่สามารถอธิบายได้ว่าการสกัดผู้สมัครเพียงหนึ่งเขตจะเปลี่ยนสมการอำนาจใดได้จริง วาทกรรมนี้จึงเหลือบทบาทเดียว คือการพาความสนใจออกห่างจากแก่นของเรื่อง

แก่นที่ว่าคือ การตัดสินใจใช้งบประมาณรัฐ ความคุ้มค่า และดุลพินิจของผู้มีอำนาจในระบบราชการ แต่ประเด็นเหล่านี้กลับถูกพูดถึงน้อยลง ขณะที่เรื่องสิทธิผู้สมัครและภาพการถูกสกัดทางการเมือง ถูกดันขึ้นมาแทนที่

คำถามจึงไม่ได้อยู่ที่ว่าใคร “เตะตัดขา” ใคร แต่อยู่ที่ว่า เหตุใดพรรคที่ย้ำเรื่องความโปร่งใสอยู่เสมอ ถึงเลือกพูดอ้อม เมื่อคำถามนั้นย้อนกลับมาหาคนของตัวเอง

และนี่คือเหตุผลที่คำว่า “เตะตัดขา” ฟังดูดังในโลกออนไลน์ แต่กลับไม่มีน้ำหนักเพียงพอ เมื่อถูกวางอยู่บนข้อเท็จจริงทั้งหมดที่ปรากฏ คำถามเรื่องความคุ้มค่าและความรับผิดชอบจึงยังคงอยู่ ไม่ได้ถูกตอบ และพรรคส้มก็ยังเป็นฝ่ายเลือกเลี่ยงมันต่อไป.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ผีเจาะปาก! 'ณัฐชา' พูดเอามัน ให้ร้ายบุคลากรการแพทย์ ตกเย็นรีบกลับบ้านเมียทำกับข้าวรอ

จากกรณีที่นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวบนเวทีปราศรัยฝั่งธนบุรี เกี่ยวกับระบบสาธารณสุขไทยและประกันสังคม ช่วงหนึ่งเมื่อวันที่ 28 มกราคมที่ผ่านมาว่า "คนรวยซื้อประกัน คนชนชั้นปานกลางใช้เส้นส่วนคนฐานะยากจน หาเช้ากินค่ำ ต้องไปรอคิวตั้งแต่ตี 4 หาหมอตอนเที่ยง วัดความดันตอนบ่าย พอหมอมาตอนเย็นบอกรีบกลับบ้านภรรยาทำกับข้าวไว้"

บก.ลายจุด แซะ 'จูรี ปชป.' โดดเด่นตรงไหนเห็นแต่ทำคลิปตลก ฝากคนหาดใหญ่เลือก 'หมอสุภัทร'

นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กกล่าวถึงการเลือกตั้ง สส.สงขลา ว่า หาดใหญ่คิดก่อนเลือก ถ้าเลือกหมอสุภัทรเป็น สส เรามองเห็นภาพชัดเจนว่าเขาจะไปเข้าไปผลักดันเรื่องหลักประกันสุขภาพ และการปฏิรูปกระทรวงสาธารณะสุข ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน และแน่นอนหมอสุภัทรทำเรื่องน้ำท่วมหาดใหญ่มา

‘ชาดา-ซาบีดา’ ลุยชุมชนมุสลิมนนทบุรี หนุน ‘กัญญาพร’ ชูแก้น้ำท่วม ลดค่าฮัจญ์

“ชาดา“ ควง ”ซาบีดา” ลุยหาเสียงชุมชนมุสลิมนนทบุรี ช่วย “กัญญาพร” ลูกอสส. หาเสียง ชูนโยบายแก้น้ำท่วม-ลดค่าฮัจญ์ ย้ำ “พูดแล้วทำพลัส” อ้อนขอคำแนนโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง

'ชูวิทย์' เตรียมแถลงโค้งสุดท้ายสั่งสอนพรรคส้ม ซัดอำมหิตใช้ 'ไอซ์ รักชนก' ปั่นกระแสเกินจริง

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า "ไอซ์ รักชนก" วีรสตรีประกันสังคม กว่าพรรคส้มจะคลำเจอประสิทธิภาพของสาวน้อยอายุ 30 ต้นๆ ชื่อ “ไอซ์ รักชนก“ ก็เข้าโค้งสุดท้าย จึงเร่งใช้ไอซ์เป็นตัวชูโรง ด้วยท่าทางพูดจาโต้ตอบชัดเจนไม่กลัวใคร

‘อนุชา’ ลุยอยุธยา สิงห์บุรี ช่วย อัณณพ ผู้สมัคร สส.อยุธยา เขต 1 วุฒิพงศ์ ผู้สมัคร สส.อยุธยา เขต 2 และนัฐยุทธ ผู้สมัครสส.สิงห์บุรี เขต 1 ประชาชนในพื้นที่ชื่นชอบนโยบายพรรค อยากส่งลูกหลานสานต่อนโยบายพรรคเพื่อไทย

นายอนุชา นาคาศัย ผู้สมัคร สส.จ.ชัยนาท เขต 1 เบอร์ 3 ลงพื้นที่หวัดพระนครศรีอยุธยา หาเสียงช่วยนายวุฒิพงศ์ พวงทอง ผู้สมัคร สส.เขต 2 เบอร์ 6 จ.พระนครศรีอยุธยา จำนวน 2 จุด ที่บริเวณ วัดเขียนลาย ต.บ้านแพรก อ.บ้านแพรก ละวัดจันทร์ ต.บางพระครู อ.นครหลวง ซึ่งเป็นบ้านเกิดของผู้สมัคร และได้รับการตอบรับจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างดี

เนี้ยบ ดูดี ว่างเปล่า 'พิธา-การเมืองพรรคส้ม' ที่ขายได้แค่ภาพ

ในการสื่อสารทางการเมืองของ พรรคประชาชน หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า “พรรคส้ม” ภาพของ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” ถูกใช้เป็นตัวนำอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่จากผลงานหรือบทบาทในสนามเลือกตั้ง แ