
ในขณะที่โลกกำลังจับตามองเส้นแสงของขีปนาวุธบนน่านฟ้าตะวันออกกลาง ซึ่งส่งแรงสั่นสะเทือนต่อเสถียรภาพสากลอย่างไม่อาจมองข้าม
พายุสงครามที่กำลังก่อตัวขึ้นในต่างแดนคือโจทย์ใหญ่ที่บีบให้รัฐบาลทั่วโลกต้องรีบกางแผนที่ยุทธศาสตร์ เพื่อเตรียมรับมือกับความผันผวนของราคาพลังงานและมรสุมเศรษฐกิจที่อาจลุกลามมาถึงหน้าบ้านในไม่ช้า
ทว่าทัศนียภาพในประเทศไทยกลับดูย้อนแย้งอย่างน่าพิศวง ในวันที่พายุระดับภูมิรัฐศาสตร์กำลังก่อตัว แต่คนหน้าเดิมๆ บางกลุ่มกลับยังขะมักเขม้นกับการพาสังคมไทยลงไป "วนอยู่ในอ่าง" เรื่องบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง
จดจ่ออยู่กับ "เส้นสีขาวดำบนกระดาษ" ที่ถูกยกขึ้นมาเป็นประเด็นสำคัญ ประหนึ่งว่าเป็นกุญแจดอกเดียวที่ตัดสินอนาคตของมวลมนุษยชาติไปเสียอย่างนั้น
แน่นอนว่าความโปร่งใสในกระบวนการเลือกตั้งคือหัวใจสำคัญ และประชาชนย่อมมีสิทธิอันชอบธรรมที่จะตรวจสอบ แต่สิ่งที่ชวนให้ประหลาดใจคือ "น้ำหนัก" ของประเด็นนี้เมื่อเทียบกับวิกฤตโลกที่กำลังก่อตัวอยู่หน้าบ้าน
เมื่อมองผ่านมุมมองของคนหน้าเดิม บาร์โค้ดหรือ "เส้นสีขาวดำเล็กๆ บนกระดาษหนึ่งใบ" ก็พลันกลายเป็น "รหัสลับอลังการ" แห่งยุคสมัยขึ้นมาทันที
ราวกับว่าหากสามารถถอดรหัสนั้นได้สำเร็จ ไม่เพียงแต่จะเปิดม่านความจริงของการเมืองไทย แต่มันอาจเป็นกุญแจศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ไขปริศนาความขัดแย้งของโลกทั้งใบได้ในคราวเดียว
น้ำเสียงที่ใช้อธิบายนั้นดูยิ่งใหญ่ราวกับกำลังพูดถึงรหัสลับที่พร้อมจะพลิกชะตากรรมโลกและยุติความขัดแย้งระดับมหาอำนาจ ทั้งที่ในความเป็นจริง คำร้องทั้งหลายก็อยู่ในขั้นตอนกฎหมายที่ต้องรอศาลวินิจฉัยและรอคำสั่งศาลตามปกติ
การจำลองเหตุการณ์หรือการทดลองเพื่อพิสูจน์ความลับของเส้นสีขาวดำ จึงเป็นเพียงพื้นที่ปลอบประโลมใจ ให้คนที่ยังไม่พร้อมจะยอมรับความพ่ายแพ้ในคูหา ได้มีที่พึ่งพิงอยู่กับ "รหัสปริศนา" ที่ถูกวาดฝันขึ้นมาใหม่แทนการมองความจริง
เส้นสีขาวดำบนบัตรเลือกตั้งในสายตาคนกลุ่มนี้ จึงดูจะกลายเป็น "รหัสลับไขจักรวาล" ที่หากเข้าใจได้ครบถ้วนจะสามารถสร้างสันติภาพในตะวันออกกลางได้เสียอย่างนั้น
พฤติกรรมของคนหน้าเดิมกลุ่มนี้ ยิ่งตอกย้ำภาพการจัดลำดับความสำคัญที่คลาดเคลื่อนจากความเป็นไปของโลกอย่างสิ้นเชิง ในวันที่ประเทศไทยต้องการวิสัยทัศน์เพื่อเตรียมแผนรับแรงกระแทกทางเศรษฐกิจ รับมือพายุสงครามที่กำลังก่อตัว แต่เข็มทิศของคนบางกลุ่มกลับยังคงวนเวียนอยู่กับการนับเส้นรหัสบนกระดาษอย่างเอาจริงเอาจัง
ประหนึ่งว่าหากนับเส้นสีขาวดำเหล่านั้นได้ครบ จะกลายเป็นอำนาจพิเศษที่ใช้หยุดยั้งขีปนาวุธในต่างแดนได้
วุฒิภาวะที่ควรจะถูกนำมาใช้เตรียมพร้อมรับมือวิกฤตที่อาจลุกลาม กลับถูกแปรเปลี่ยนเป็นความพยายามฉุดรั้งเข็มนาฬิกาให้หยุดนิ่ง เพื่อหล่อเลี้ยงเรื่องราวของ "รหัสกู้โลก" ให้ฉายซ้ำไปมาเพียงเพื่อรอคอยคำตอบที่ตรงใจตนเอง
ในวันที่พายุสงครามโลกกำลังก่อตัวและใกล้ตัวเราเข้ามาทุกที สังคมไทยกลับถูกดึงให้จดจ่ออยู่กับเส้นสีขาวดำที่ถูกทำให้ดูอลังการ จนบดบังความสำคัญของการเตรียมแผนรับมือเพื่อความอยู่รอดในระดับสากล
ท่ามกลางสถานการณ์ที่คำร้องก็รอเพียงศาลวินิจฉัย สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือการที่ประเทศไทยอาจต้องสูญเสียโอกาสครั้งสำคัญในการเตรียมแผนรับมือวิกฤตโลก เพียงเพราะมัวแต่ให้ค่ากับรหัสบนกระดาษที่ถูกปั้นแต่งให้ยิ่งใหญ่เสียจนแทบจะใช้ "หยุดสงครามโลก" ได้ ทั้งที่พายุของโลกความจริงกำลังก่อตัวรอคอยเราอยู่ที่ข้างหน้าอย่างไม่ปรานี.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ผบ.ทร. เตรียมแผนสอง อพยพคนไทยในอิหร่านทางเรือ หากสถานการณ์รุนแรงถึงขั้นปิดน่านฟ้า
ผบ.ทร. เตรียมแผนสอง อพยพคนไทยในอิหร่านทางเรือ หากสถานการณ์ รุนแรงจนปิดน่านฟ้า
อาจารย์รัฐศาสตร์ ม.อ. วิเคราะห์สงครามอ่าวอาหรับ ทำไมอิหร่านต้องสู้สุดตัว ไม่จบง่ายๆ
ผศ.ดร.ยาสมิน ซัตตาร์ อาจารย์ภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โพสต์เฟซบุ๊ก วิเคราะห์สถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐอเมริกา-อิสราเอล กับ อิหร่าน ซึ่งดำเนินมาตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.69 โดยระบุว่า
'ดร.เลอพงษ์' เผยชาวสหรัฐไม่ต้องการทำสงครามกับอิหร่าน เพื่อปกป้องอิสราเอล
ดร.เลอพงษ์ ซาร์ยีด อาจารย์มหาวิทยาลัยในอิหร่าน และนายกสมาคมนักเรียนเก่าไทย-อิหร่าน โพสต์เฟซบุ๊กกล่าวถึงสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางว่า ชาวสหรัฐไม่เอาสงครามเพื่ออิสราเอล Brian McGuinness อดีตนาวิกโยธินสหรัฐ ยืนตระหง่านในสภาคองเกรสประกาศสิ่งที่อยู่ในใจชาวสหรัฐนับล้า
อิสราเอลยังคงโจมตีเลบานอนอย่างต่อเนื่อง ขณะที่กองกำลังภาคพื้นดินรุกคืบไปข้างหน้า
การโจมตีเลบานอนของอิสราเอลเข้าสู่วันที่สี่ในวันพฤหัสบดี หลังจากกองกำลังอิสราเอลรุกคืบเข้าไปในเมืองชายแดนหลายแห่งและทำการโจมตีทางอากาศโดยมีเป้าหมายที่กลุ่มติดอาวุธฮิซบอลลาห์ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน

